เชื่อกันว่าอีสป เกิดก่อนพระพุทธเจ้ากว่าร้อยปี จากหลักฐาน ปราชญ์กรีก อย่างโสกราตีส ที่เพลโต และอริสโตเติล นับถือ เอ่ยชื่ออีสปด้วยความยกย่องนิทานที่อีสปเล่า มีนับเป็นพันเรื่อง...หลายเรื่องถูกแต่งเติมเสริมเข้ามาใหม่ หลายเรื่องเป็นนิทานดั้งเดิมที่เล่าต่อๆกันมาไม่เพียงจะเล่านิทาน...เรื่องราวชีวิตของอีสปเอง ก็สนุกสนาน ลุ่มลึก บางเรื่องยิ่งกว่านิทาน (นิทานอีสป สาทิสลักษณ์ แปล และเรียบเรียง ถวิล มนัสน้อม บรรณาธิการ บริษัท 2020 เวิลด์มีเดียจำกัด พ.ศ.2542)ชื่ออีสปเรียกจากความเป็นคนรูปร่างอัปลักษณ์ เมื่อเขาถูกขายเป็นทาส พร้อมกับทาสนักร้องเสียงดี และทาสศิลปินมีฝีมือ นายทาสแต่งตัวทาสสองคนด้วยเสื้อผ้าอย่างดี หวังเพิ่มราคาสินค้าแต่แต่งเสื้อผ้าเก่าๆ ราคาถูกให้อีสป ขณะประกาศขายว่า ถ้าซื้อทาสนักร้องทาสศิลปินแล้ว จะให้อีสปแถมลูกค้าหลายคนสนใจ แต่ยังไม่ซื้อ ถึงคิวนักปรัชญา ถามนักร้องและศิลปินว่า ทำอะไรได้บ้าง ได้คำตอบว่า “ทำได้ทุกอย่าง” อีสปทาสแถมได้ยินแล้วก็หัวเราะลั่นนักปรัชญาถามเขาว่า “เจ้าล่ะ ทำอะไรได้บ้าง” คำตอบจากอีสปก็คือ ทำอะไรไม่เป็นเลยลูกค้ารายนี้ตัดสินใจซื้ออีสปไปคนเดียวในราคาถูกมากอีสปถูกขายเป็นทาสต่อไปอีกหลายทอด ในทุกเงื่อนไขขายฝาก ขายต่อ หรือทาสขายขาด ครั้งหนึ่งอีสปถูกส่งไปให้พ่อค้าดูตัว พ่อค้าโกรธมาก ที่นายทาสส่งทาสอัปลักษณ์ รูปร่างเหมือนสัตว์มาให้ดูอีสปเดินเข้าไปหาด้วยท่วงท่าอ่อนน้อม แล้วบอก “ซื้อข้าไปเถอะ เพราะข้าจะทำประโยชน์ได้หลายอย่าง” พ่อค้าถามทำอะไร...อีสปบอก เวลาเด็กๆร้องไห้ หน้าตาข้าจะทำให้เด็กหยุดร้องกระทั่งชื่อ “อีสป” ก็อาจจะขู่ให้เด็กกลัว หายซนได้อีสปก็ได้นายคนใหม่ นายคนนี้เป็นพ่อค้าค้าขายต่างเมือง ระหว่างเดินทางเห็นว่าอีสปรูปร่างเตี้ยแคระไม่สมประกอบ ก็ให้เดินตัวเปล่าอีสปเป็นคนดีมีน้ำใจ อาสาขอแบกสัมภาระเหมือนเพื่อนๆทาส นายให้เลือก เขาเลือกแบกกระบุงขนมปัง ซึ่งใหญ่และหนักมากเพื่อนทาสเห็นว่าอีสปโง่...แต่ก็ปรากฏว่า เมื่อไปถึงกลางทาง กระบุงขนมปัง ที่เป็นอาหารของกองคาราวานก็พร่องไปกว่าครึ่ง เมื่อถึงปลายทาง อีสปก็เหมือนแบกกระบุงเปล่าครั้งต่อมา อีสปถูกเกณฑ์ไปเก็บผลมะเดื่อ ทาสหลายๆคนยักยอกมะเดื่อไปกิน เมื่อถูกนายทักก็ช่วยกันโยนความผิดให้อีสปอีสปถูกนายสั่งให้เฆี่ยน...เขาขอดื่มน้ำก่อน ดื่มน้ำเข้าไปมากๆ อีสปก็ล้วงคอจนอาเจียนออกมาผลปรากฏกับตานายและพวกทาสว่า มีแต่น้ำ เป็นอันว่า อีสปเอาตัวรอดไปได้อีกครั้งอ่านนิทานชีวิตอีสป...มาถึงตอนนี้ ผมพยายามคิดว่า เรื่องราวของการคดโกง โกหกตอแหล ใส่ร้ายป้ายสี...เกิดและมีในพวกทาส ...มานานหลายพันปีแล้วการคดโกง โกหกตอแหล ใส่ร้ายป้ายสี ใช่ว่าจะเกิดจะมีเสียเมื่อไหร่ในสภาของผู้ทรงเกียรติ บางบ้านเมือง...มองไปมุมไหนก็มีสมัยอีสปล้วงคอให้อาเจียน...ยืนยันการไม่โกงกินมะเดื่อได้ แต่สมัยใหม่ โกงกินป่าทั้งป่า...ประจักษ์หลักฐานเหมือนที่เห็นกับตา กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ไม่น่าจะเอาตัวรอดได้แต่ก็ไม่แน่ เธออาจจะเอาตัวรอดได้...เรื่องผิดถูกไม่ได้อยู่กับพยานหลักฐาน แต่มันอยู่ที่ เป็นพวกใคร บ้านนี้เมืองนี้เขาอยู่กันอย่างนี้.กิเลน ประลองเชิง