“การกลับมาเดินได้อีกครั้ง” อาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับผู้พิการแล้ว นี่คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวัง และวันนี้ความหวังนั้นกำลังเป็นจริงมากขึ้นด้วย “เท้าเทียมไดนามิก” นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ช่วยเดินหากแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยคืน “ศักดิ์ศรี” และ “คุณภาพชีวิต” ให้กับ “ผู้ป่วย” อย่างแท้จริง“โรงพยาบาลหัวหิน” คือหนึ่งในหน่วยบริการที่มองเห็นคุณค่าของนวัตกรรมนี้อย่างชัดเจน จากประสบการณ์การใช้งานจริงพบว่า เท้าเทียมไดนามิกสามารถตอบโจทย์ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ คล่องตัว และสอดคล้องกับวิถีชีวิตมากยิ่งขึ้นไม่เพียงเท่านั้น การเลือกใช้นวัตกรรมไทยยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากการใช้จริงสู่การปรับปรุงรุ่นใหม่ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต แพทย์หญิงจาคะ อนุจารี แพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลหัวหิน บอกว่า การนำนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกมาใช้สำหรับผู้พิการขาขาดที่โรงพยาบาลหัวหินแต่เดิมโครงการนี้เป็นการดำเนินงานวิจัยเพื่อประเมินรูปแบบการใช้งานและรวบรวมปัญหาอุปสรรคต่างๆโดยในช่วงแรกได้รับสนับสนุนอุปกรณ์ข้อเท้าเทียมให้ผู้ป่วยที่ผ่านเกณฑ์คัดกรองเข้าร่วมโครงการได้ใช้งานฟรี เมื่อพบว่าผู้ป่วยสามารถใช้งานได้ดีและมีความเหมาะสม ประกอบกับอุปกรณ์มีอายุการใช้งานที่ต้องเปลี่ยนตามวงรอบ จึงได้มีการจัดซื้อมาเพื่อใช้งานอย่างต่อเนื่องในการคัดเลือกผู้ป่วย แพทย์จะเน้นการประเมินศักยภาพเป็นรายบุคคล โดยผู้ที่เหมาะสมจะใช้เท้าเทียมประเภทนี้ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีสมรรถภาพทางกายค่อนข้างสูง มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง และมีการทรงตัวที่ดี เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหาด้านการทรงตัวอาจไม่เหมาะสมกับอุปกรณ์ชนิดนี้ กระบวนการตรวจประเมินจะครอบคลุมทั้งเรื่องการทรงตัว กำลังกล้ามเนื้อ ระบบรับความรู้สึกว่ามีอาการชามากน้อยเพียงใด ซึ่งสามารถพยากรณ์ความเหมาะสมได้เบื้องต้น เช่น ผู้ป่วยอายุน้อยที่สูญเสียขาจากอุบัติเหตุมักไม่มีปัญหาด้านการทรงตัวมากนักเมื่อเทียบกับผู้ป่วยสูงอายุที่ถูกตัดขาจากโรคเบาหวาน มักมีปัญหาด้านการรับรู้ความรู้สึกและการทรงตัวที่ไม่ดีมาตั้งแต่ต้น หากประเมินแล้วว่าเหมาะสมจึงจะพิจารณาเลือกใช้เท้าเทียมรุ่นนี้พญ.จาคะ ย้ำว่า การนำเท้าเทียมไดนามิกมาใช้เพราะนวัตกรรมนี้เป็นผลงานความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนกายอุปกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ผ่านการวิจัยและทดลองใช้งานจริงมาอย่างต่อเนื่องหลายปีจึงมีความมั่นใจในมาตรฐานของทั้งสองสถาบันว่ามีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล และที่ผ่านมายังไม่มีการสั่งใช้เท้าเทียมจากต่างประเทศ เนื่องจากมีราคาสูงและข้อจำกัดด้านการเบิกจ่ายทำให้คนไข้จำนวนมากเข้าถึงได้ยาก แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า...“เท้าเทียมชุดนี้ให้ผลการใช้งานที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายแพทย์วรารก์ หวังจิตต์เชียร ผู้อำนวยการกลุ่ม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 5 ราชบุรี เสริมว่า เท้าเทียมไดนามิกแม้จะมีข้อจำกัดเฉพาะตัวเนื่องจากไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนแต่...ตอบโจทย์กลุ่มผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและมีการทรงตัวที่ดี เช่น กลุ่มคนหนุ่มสาวที่ต้องสูญเสียขาจากอุบัติเหตุหรือการรักษาโรค ในขณะที่ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อและการทรงตัวอาจไม่เหมาะสมนักนวัตกรรมนี้จึงต้องอาศัยการคัดกรองผู้ใช้ที่เหมาะสมเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความเชื่อมั่น เนื่องจากเป็นนวัตกรรมไทยตัวใหม่ที่บุคลากรสาธารณสุขบางส่วนอาจยังไม่เปิดใจยอมรับ การประชาสัมพันธ์เชิงรุกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นใจและการเข้าถึงในวงกว้าง“ปัญหาสำคัญอีกประการ คือ ความพร้อมของสถานพยาบาล เนื่องจากกระบวนการติดตั้งต้องอาศัยแผนกกายภาพบำบัดและช่างกายอุปกรณ์เฉพาะทาง ซึ่งไม่ได้มีประจำอยู่ในทุกโรงพยาบาล ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้ยากและต้องอาศัยการประสานงานส่งต่อที่จำเพาะเจาะจง” อีกทั้งตัวอุปกรณ์เองยังไม่สามารถใช้งานได้ทันทีแบบ “Free Size” แต่ต้องมีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับสัดส่วนเฉพาะบุคคล ทั้งเรื่องน้ำหนัก ความสูง ขนาดเท้า กระบวนการคัดเลือก และปรับจูน ทั้งหมดจึงตกเป็นภาระหนักที่อยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียวนพ.วรารก์ เชื่อมั่นว่าจากนี้จะเป็นก้าวที่สดใสสำหรับผู้พิการไทย ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 สปสช.ได้อนุญาตให้เบิกจ่ายได้ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับอุปกรณ์นำเข้าที่มีราคาสูงกว่าเท่าตัว หัวใจสำคัญคือการสร้างและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญภายในโรงพยาบาล เริ่มจากการเปิดใจยอมรับในตัวนวัตกรรมเพราะ...หากขาดความเชื่อมั่นตั้งแต่ต้น กระบวนการฟื้นฟูย่อมเกิดขึ้นได้ยาก และต้องยอมรับว่าแม้จะคัดเลือกผู้ป่วยมาอย่างดี แต่อุปกรณ์อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้รักษาและผู้ป่วยต้องเรียนรู้และปรับจูนร่วมกันต่อไป ถึงตรงนี้ “เท้าเทียมไดนามิก” ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมทางการแพทย์ แต่คือความหวังที่จับต้องได้ของผู้พิการไทย โรงพยาบาลหัวหินพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสม ผสานกับความเชื่อมั่นของบุคลากรและการสนับสนุนจากระบบหลักประกันสุขภาพ ย่อมสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้จริงทั้งในแง่การเคลื่อนไหว การกลับไปทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี นี่จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “ก้าวสำคัญ” ของการยกระดับคุณภาพชีวิต “ผู้พิการไทย”.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม