การเมืองรวมมิตรต้องเปิดปฏิทินว่ากันหลายปมเลยกะเทาะออกมาให้เห็นภาพชัดๆว่าอะไรเป็นอะไร ทิ้งอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ แม้แต่เรื่อง “บิ๊กโจ๊ก” ก็พันไปถึงการเมืองในรัฐบาลด้วยข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้หลังความสงบจากเหตุ “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ทำให้ชาวโลกโล่งอกโล่งใจได้ระดับหนึ่งพูดง่ายๆไม่ถึงกับต้องสู้รบตบมือกันเป็นสงครามใหญ่แต่หันกลับไปสู่การเล่นเกมใต้ดินในรูปแบบ “ก่อการร้าย” แบบเดิมที่หมายเอาชีวิตบุคคลสำคัญแบบตาต่อตาฟันต่อฟันกันต่อไปจากเหตุขัดแย้งระดับโลกสงบลงชั่วคราวก็ต้องกลับมาสู่ความจริงในสงครามการเมืองไทยที่จะต้องหํ้าหั่น กันทุกรูปแบบ12 ม.ค.63 มีนัดสำคัญในขบวนการต่อต้านรัฐบาล “วิ่งไล่ลุง” ที่แยกไม่ออกกับนักการเมืองด้วยเนื้อนาบุญเดียวกันต้องดูว่าจะรวมพลกันได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางการเมืองและการต่อสู้ว่าจะยกระดับไปทางไหนว่าไปแล้วคงเป็นกระบวนท่าก่อนที่จะไปสู่คดีความทางการเมืองที่ต่อเนื่องกัน 2 คดี คือล้มล้างการปกครองและเงินกู้พรรค“อนาคตใหม่” คือเป้าหมายสำคัญที่จะนำไปสู่การ “ยุบพรรค”ความเข้มข้นทางการเมืองเริ่มก่อประกายให้เห็นจากวันนี้เป็นต้นไปการเมือง 2 ขาคือในสภาและนอกสภานั้นคงจะคู่ขนานกันไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงจุดสุดท้ายว่าจะลงเอยอย่างไร“เพื่อไทย” พยายามที่จะแสดงบทบาทในสภาว่าด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยวางเป้าไปที่ 5 รัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศรายหลังนี้เจอกรณี “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ที่ว่ากันว่า “ยิงปืนใส่ตัวเอง” เข้าไปเต็มๆ ดีที่ถูกถล่มลดอารมณ์กราดเกรี้ยวในการพิจารณางบประมาณไปแล้วก็ตามอย่างที่ตำราบอกว่า “คิดก่อน พูด อย่าไปพูดก่อนคิด”ยิ่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศนั้นการพูดจาต้องพึงระมัดระวังถึงคำพูดนั้นๆ เพราะมีผลกระทบข้างเคียงสูงที่เห็นและเป็นอยู่การเปิดซักฟอกรัฐบาลครั้งนี้ เพื่อไทยได้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาเป็นหัวขบวนนั้น ถือว่าได้เนื้อได้หนังไม่น้อยเผอิญที่ว่าเกิดปัญหาขัดแย้งกันภายในเอง แม้จะปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แต่แวดวงการเมืองรับรู้กันดีว่า “ของจริง”อยู่ที่ผลการเปิดซักฟอกว่าจะเข้าเป้าแค่ไหน หากเข้าเป้าเรียกคะแนนได้ ก็คงจะอยู่กันต่อไปอย่างนี้ตรงกันข้ามหากไม่เข้าเป้าคงจะถึงเวลาตัวใครตัวมัน!ที่กำลังเป็นเรื่องเป็นราวฉบับ “สีกากี” จองหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับมาตลอด เมื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) หรือ “โจ๊กหวานเจี๊ยบ”นายตำรวจคนดังที่ถูกเด้งไปอยู่สำนักนายกฯ แบบไปแล้วไปเลยเปิดฉากโจมตี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แบบเปิดหน้าเปิดตา“ไบโอเมทริกซ์” คือขีปนาวุธ แห่งการทำลายล้างเรื่องนี้มันมีความเป็นไปที่ซ้อนๆกันอยู่เมื่อ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่ยอมเซ็นรับได้สร้างความไม่สบอารมณ์ให้กับ “บิ๊กแป๊ะ” ผลตามมาก็คือใช้โอกาสตบแดงลูกแรกตามด้วยตบดำซ้ำว่าไปแล้วเรื่องนี้เป็นหนังที่ต้องดูกันยาวๆแต่พยายามจะให้จบเร็วเพราะมันเกี่ยวพันถึงบุคคลการเมืองคนสำคัญด้วย!!!ลิขิต จงสกุล