เวลาผันผ่านไป พ้นปี 2562 การเมืองมีสารพัดเหตุการณ์ ปรากฏการณ์ สถานการณ์ที่ดำเนินไปแบบให้คอการเมืองต้องติดตามกันแทบทุกช่วงเวลา มีทั้งลุ้นระทึก พลิกผัน สร้างความตื่นตะลึงได้ตลอดศกเปิดหัวต้นปี 2562 “ปีแห่งการเลือกตั้ง” ตามที่ “ทีมการเมืองไทยรัฐ” รายงานไว้ ค่อยๆปรากฏให้เห็นเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ผ่านยุครัฐบาล คสช. 7 ปี ดีเดย์ 24 มี.ค.2562 เข้าคูหากาคะแนน สู่โหมดประชาธิปไตยเต็มใบ ท่างกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ กฎกติกาเลือกตั้ง ปูทางสืบทอดอำนาจอย่างไรก็ตาม ในห้วงก่อนการเลือกตั้ง มีการปลดล็อก นักการเมืองขยับกันคึกคัก เร่งเครื่องอีเวนต์เลือกตั้ง ขณะที่มีการตั้งพรรคการเมืองรวมกว่า 200 พรรค แต่ผ่านเกณฑ์จาก กกต.ลงสนาม 80 กว่าค่ายการเมืองขณะเดียวกัน ก็ได้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกเสียงฮือฮา กับการที่พรรคไทยรักษาชาติ เสนอชื่อ สตรีผู้สูงศักดิ์ในบัญชีนายกฯของพรรคสร้างความตกตะลึง อึ้ง มึนงงกันไปทั้งเมืองแต่ไม่นานหลังมีพระราชโองการ และนำไปสู่การ “ยุบพรรค” ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปีด้วยข้อหาความผิดใหญ่หลวง “กระทำการอันมิบังควร”ปิดฉากยุทธวิธี “แตกแบงก์พัน” ของ “นายใหญ่” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่หนุนเปิดค่ายใหม่เป็นเครือข่ายไว้ “แก้เกม” จากกฎกติกาที่ตีกรอบ “โอเวอร์แฮงก์” ไม่ให้จำนวนเสียงพรรคใดใหญ่เกินขณะที่พรรคต่างๆเกิดขึ้นมากมาย เพราะเห็นช่องจากกติกา หวัง “ส้มหล่น” คะแนน “ไม่ตกน้ำ” แต่ที่สร้างปรากฏการณ์ให้วงการเมือง ไม่พ้นพรรคอนาคตใหม่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรค นำทีมสร้างความฮือฮาด้วยการเมืองรูปแบบใหม่ ใช้สื่อโซเชียลฯปลุกกระแส ขายความสดใหม่ในตลาดแม้เปิดค่ายไม่ถึงปี แต่เพราะรูปลักษณ์น่าหยิบจับ โดนใจคนรุ่นใหม่ ประกอบกับได้อานิสงส์จากการยุบไทยรักษาชาติ ทำให้แต้มไหลมาหนุน กวาดเก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 ที่นั่ง ระบบเขตเลือกตั้งอีก 30 คนสถาปนาตัวเองเป็นพรรคอันดับ 3 เสียงดังในชั่วข้ามคืนและแน่นอน กลายเป็นจุดโฟกัสของฝ่ายความมั่นคง-กองทัพ จ้องตาเขม็งด้วยแนวทาง นโยบายแหลมๆ ท้าทายและเขย่าโครงสร้างอำนาจประเทศขณะที่พรรคเก่า อยู่ยงคงกระพันอย่างประชาธิปัตย์ เลือกตั้งรอบที่ผ่านมา นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค อดีตนายกฯ มีปัญหาภายในตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง คน ปชป.ที่อยู่ในเครือข่าย กปปส. จำนวนหนึ่งแหกค่ายย้ายไปปักหลักกับ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เปิดหัวใหม่ “รวมพลังประชาชาติไทย”เท่านั้นไม่พอ ด้วยยุทธศาสตร์ “2 ไม่เอา” ที่นายอภิสิทธิ์ ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมกับเครือข่าย “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใน “บัญชีนายกฯ” พลังประชารัฐ เป็นผู้นำอีกรอบแต่เพราะขั้วที่ 3 ที่ขายฝัน “ค่ายทางเลือก” จุดไม่ติด ประชาธิปัตย์จึงเสียที่นั่ง ทั้ง กทม.สูญพันธุ์ ฐานภาคใต้ถูกแย่งเก้าอี้หลายเมือง ที่นั่งรวมหดวูบเหลือ 50 เก้าอี้ จากเคยมี 100 กว่าเสียง จนเรียกว่าเจ๊งยับสูตรหวังขายของ “อภิสิทธิ์” พังพาบ ไขก๊อกจากหัวหน้าพรรคไปอย่างช้ำๆกระนั้นก็ดี ประชาธิปัตย์ยังร้าวไม่จบ หลังศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ถึงแม้ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขึ้นนั่งเก้าอี้ประมุขค่ายคนใหม่ แต่ไม่สามารถหลอมรวมคนในพรรคให้เป็นเอกภาพ เกิดการแหกค่ายเป็นระลอกๆถึงวันนี้ “เลือดสีฟ้า” ยังไหลออก ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเมื่อใดขณะที่ย้อนกลับมาดู หลังรู้ผลการเลือกตั้ง ด้วยกฎกติกาใหม่ และปรากฏการณ์บัตรเขย่ง ทำให้การประกาศผล กกต. ยืดไปกว่า 3 เดือน กระทั่งเกิด “สูตรพิสดาร” ในการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไม่กี่หมื่นคะแนน ได้เก้าอี้ ส.ส. อุบัติเป็นพรรคเล็กพรรคน้อยจำนวนมากในสภาฯและสุดท้ายถูกจับแพ็กเป็นแต้มหนุนตั้งรัฐบาลพลังประชารัฐ (พปชร.) ปาดหน้าขั้วเพื่อไทยที่จับมือ 6 ค่ายชิงประกาศตั้งรัฐบาล ต้องจบเกมไปเมื่อสูตรรัฐบาลผสม 20 พรรคเข้าป้าย พปชร.อุ้ม “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คัมแบ็กผู้นำหลังเลือกตั้งสำเร็จปิดจ๊อบโรดแม็ปอำนาจพิเศษเรียบร้อยแต่แน่นอน ธรรมชาติของรัฐบาลผสมหลายพรรคการเมือง กว่าจะเจรจาต่อรองเก้าอี้กันลงตัว ชิงไหวชิงพริบกันทุกช็อต โดยเฉพาะประชาธิปัตย์เขี้ยวได้ใหญ่ ยึดโควตาทองฝังเพชรเรียบ ทั้งประธานสภาฯ กระทรวงพาณิชย์-เกษตรฯเช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และเงาหลังฉากจากแดนอีสานใต้ เดินหมากให้พรรคขนาดกลาง คว้าพุงปลา กระทรวงคมนาคม-การท่องเที่ยว-สาธารณสุข ไปสมใจแต่นั่นก็สร้างปัญหาห้วงการบริหารงาน เมื่อรัฐมนตรีต่างเดินทางใครทางมัน มุ่งชิงแต้มแย่งผลประโยชน์การเมือง กระทั่งทีมเศรษฐกิจแตกเป็น 3 ขั้ว “เล่นพวก” แบบ “พวกใครพวกมัน”หัวหน้าทีมเศรษฐกิจอย่าง “บิ๊กตู่” ต้องตบเข้าลู่กันเหนื่อยไม่เท่านั้น ในสภาฯ ประชาธิปัตย์ ยังเปิดเกมร้อน โดดร่วมวงรื้อรัฐธรรมนูญที่ขั้วฝ่ายค้านจุดพลุ เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ ชิงเก้าอี้นำทัพรื้อรัฐธรรมนูญ ชนิดคนพลังประชารัฐต้องรีบตั้งด่านสกัดหวั่นเป็น “หอกข้างแคร่” ซ้ำรอยเก้าอี้ประมุขสภาฯรายการลองของ ยังไม่จบเท่านั้น ในคิวโหวตตั้ง กมธ.ศึกษาคำสั่ง คสช.มาตรา 44 เกม “เช็กบิล คสช.” ลูกค่าย ปชป.เล่นลุกเฮี้ยว โหวตสวนมติรัฐบาล ในห้วงสองขั้วกำลังชิงไหวชิงพริบ จนเกิดเหตุสภาฯล่มซ้ำซากทำ “บิ๊กตู่” ควันออกหู เรียกเคลียร์แกนนำ ปชป. กำชับปมคุมเสียง ถกคีย์แมนภูมิใจไทย เบรกการบริหารแบบ “รัฐอิสระ” อีกทางก็ต้องเรียกใช้บริการ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ มาคุมเสียงในค่าย พปชร.ให้ชัวร์ไว้ก่อนพี่น้อง 2 ป. ต้องลงมาคลุกการเมืองมากขึ้น จัดปาร์ตี้พรรครัฐบาลถี่ยิบช่วงปลายปีเช่นเดียวกับพรรคเล็กพรรคน้อย ในสูตรรัฐบาลผสม ได้จังหวะนาทีทอง เล่นบทอินดี้อิสระเสรี ยึกยักกึ๊กกั๊ก ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ จนต้องส่งมือดีลไปเคลียร์ให้อยู่ในแถว“แจกกล้วย” กันมือเป็นระวิงอีกทางก็มีการวางคิว เกม “งูเห่า” หลังสร้างฟาร์มเพาะข้ามขั้ว ก็เริ่มมีการเลื้อยแหกคอกตามสัญญาณเรียก ทั้งจากฝั่งพรรคอนาคตใหม่–เศรษฐกิจใหม่ ยังไม่รวมที่ฝากเลี้ยงในพรรคเพื่อไทย ระดับฟาร์มใหญ่เก็บทุกเม็ดทุกแต้ม แก้ปม “เสียงปริ่มน้ำ” อุดรูรั่วรัฐบาล “เรือเหล็ก”แน่นอนเกมงูเห่าที่เริ่มแสดงตัวชัด ส่งผลกระทบขั้วฝ่ายค้านโดยรวม ขณะที่พรรคเพื่อไทยเอง ก็มีศึกใน “ชิงอำนาจนำ” ในค่าย สงครามตัวแทนระหว่างเจ๊ๆผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่ลงรอยกันยังคุกรุ่นนอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยกับอนาคตใหม่ 2 ค่ายใหญ่ฝ่ายค้านเหมือน “แสวงจุดร่วม” แต่ “สงวนจุดต่าง” เพราะแนวทางบางอย่างพรรคเพื่อไทยก็เสียวๆ ไม่คล้อยตามเกมบุกทะลวงทั่วทิศของอนาคตใหม่เท่าใดนักที่สำคัญ ฐานเสียงคาบเกี่ยวทับซ้อน สัมพันธภาพเลยหลวมๆ ทั้งหมดทั้งปวง ก็เป็นเหตุให้หลายฝ่ายประเมินตรงกัน ในช่วงสั้นๆกับเกมในสภาฯ ทั้งศึกซักฟอก ทั้งคิวรื้อรัฐธรรมนูญ โอกาสฝ่ายค้านจะคว่ำอำนาจรัฐบาลริบหรี่ได้แค่ขย่มเขย่า สร้างรอยแผลไว้ให้รอติดเชื้อโดยเฉพาะการที่รัฐบาลเรือเหล็กได้ “ตัวช่วยกิตติมศักดิ์” อย่าง “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ฮึ่มๆเบรกเกมป่วนคนการเมืองเป็นระยะอัดหนัก พุ่งเป้าไปที่กลุ่มแนวคิด “ซ้ายจัดดัดจริต”เล่นบทเข้ม “ปกป้องสถาบัน พิทักษ์ราชบัลลังก์”งานนี้ถึงไม่ระบุเป้าถล่ม แต่ปลายปี 2562 “บิ๊กแดง” ออกโรงอีกครั้ง อัดเกมปลุกมวลชน “ลงท้องถนน” คิวเดือดตามแผนของพรรคอนาคตใหม่ หลัง กกต.มีมติยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคในปม “เงินกู้”เสียงบิ๊กกองทัพยิ่งดัง อัดแฟลชม็อบ-จัดหนักใส่อีเวนต์เขย่ารัฐบาล แฉข้อมูลมีคนชักใยเบื้องหลังชี้เปรี้ยงโยง “สงครามตัวแทน-พร็อกซีวอร์”ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์การเมืองเดินมาถึงจุดนี้ ประเมินสถานการณ์ช่วงปลายปี 2562 ผ่านศักราชที่วงการการเมืองเต็มไปด้วย มากเกมเล่ห์กล “หักเหลี่ยมชิงอำนาจ” กันแทบทุกช็อตมาตลอดปีสรุปภาพรวมปีนี้ เมื่อมีการใส่เชื้อสุมฟืนรอไฟลุกโดยพรรคฝ่ายค้าน ทั้งที่ประกาศจองกฐินซักฟอกรัฐบาลต้นปี 2563 ควบคู่ไปกับการเดินหน้าใน กมธ.กับคิวรื้อรัฐธรรมนูญแต่แนวรบในสภาฯขั้วรัฐบาลยังพอรับมือได้ หลังผู้นำลงมาคลุกคลีการเมือง จัดขั้วตรึงกำลังหนุนที่น่าเป็นห่วง คือ “อาวุธหนัก” ของขั้วฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเกมพรรคอนาคตใหม่ ที่เปิด “แนวรบนอกสภาฯ” จุดกระแสปลุกมวลชนนำร่อง ชิมลางขย่มเขย่าให้เห็นกันแล้วจุดพลุ “ลงถนน” เกมม็อบส่อเดือดตั้งแต่ปลายปี 2562สถานการณ์ไม่ต่างจากปัญหาเศรษฐกิจ ที่มีการพูดกันว่า “ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง”เช่นเดียวกับเกมม็อบ ปีนี้ชิมลาง ปีหน้าได้เจอ “ของจริง”.“ทีมการเมือง”