เป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก วันคนโสด 11/11 ปีนี้ อาลีบาบากรุ๊ป สามารถทำยอดขายผ่านออนไลน์ใน 24 ชั่วโมงได้สูงถึง 268,400 ล้านหยวน 38,400 ล้านดอลลาร์ 1.17 ล้านล้านบาท ทำลายสถิติปีก่อนที่มียอดขาย 30,700 ล้านดอลลาร์ 9 แสนกว่าล้านบาทสวนกระแสเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว แต่ยอดขายในเว็บไซต์อาลีบาบากลับสร้างสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีลูกค้ากว่า 500 ล้านคน จากประเทศจีนและทั่วโลกแห่เข้าช็อปปิ้งในเว็บไซต์ของกลุ่มอาลีบาบาอาลีบาบา แถลงว่า ปีนี้สามารถทำยอดขาย 1,000 ล้านดอลลาร์แรก ในเวลา 68 วินาที และ 10,000 ล้านเหรียญแรก ในเวลาครึ่งชั่วโมง และ 30,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อเวลา 16.31 น. และ ปิดยอดขายวันคนโสด 11 พฤศจิกายน เวลา 24.00 น. ที่ 268,400 ล้านหยวน 38,400 ล้านดอลลาร์ 1.17 ล้านล้านบาทคำถามที่น่าสนใจก็คือ อาลีบาบากรุ๊ปสามารถทำยอดขายอย่างมโหฬาร 1.17 ล้านล้านบาทในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงได้อย่างไร เรื่องนี้ Chris Tung ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดอาลีบาบาเปิดเผยว่า ก่อนเปิดขายสินค้ากว่า 1 ล้านรายการ จากผู้ผลิตทั่วโลกกว่า 200,000 บริษัท ใน วันคนโสด 11/11 วันที่ 11 เดือน 11 อาลีบาบาได้โหมโฆษณาอย่างหนัก มีการวิจัยและศึกษาความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่เจนแซด จนถึงอายุ 50–60 ปี รวมทั้ง การขายล่วงหน้า (Pre–sales) นานถึง 3 สัปดาห์ ก่อนจะเปิดขายจริงใน วันคนโสด 11/11 มีการจ้างดาราดังของโลก อย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ มาแสดงคอนเสิร์ตเพื่อดึงดูดลูกค้าในวันคนโสดด้วยตัวอย่างเช่น เครื่องสำอาง เอสเต้ เลาเดอร์ มียอดพรีเซลล่วงหน้ากว่า 1,000 ล้านหยวน 143 ล้านดอลลาร์ เกือบ 4,400 ล้านบาท ไอโฟน 11 มียอดพรีเซลล่วงหน้ากว่า 100 ล้านหยวน 14 ล้านดอลลาร์ 400 กว่าล้านบาท เป็นต้นปีนี้ อาลีบาบา ยังได้ เปิดตลาดใหม่ไปยังประชาชนในเขตชนบททั่วประเทศ มีการโหมโฆษณาเรื่องการลดราคาสินค้า เพราะการลดราคามากๆมักจะทำให้ผู้บริโภคยินยอมที่จะจ่ายเงินซื้อสินค้า ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะย่ำแย่ขนาดไหนก็ตาม นายแดเนียล จาง ประธานกรรมการและซีอีโออาลีบาบากรุ๊ป เปิดเผยว่า ได้ตั้งเป้าที่จะมีลูกค้ากว่า 1,000 ล้านรายทั่วโลก และมียอดขายออนไลน์ทะลุ 10 ล้านล้านหยวนในปี 2567ส่วนตัวผมเห็นว่าเรื่องที่น่าสนใจมากอีกเรื่องก็คือ ระบบคอมพิวเตอร์หลังบ้านที่รองรับการซื้อขายอีคอมเมิร์ซจากลูกค้ากว่า 500 ล้านคนของอาลีบาบา เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพสูงมาก จึงสามารถรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ากว่า 500 ล้านคนจากทั่วโลกในเวลา 24 ชั่วโมง โดยไม่ล่มหรือล่าช้า สามารถจำแนกลูกค้าแต่ละรายว่าสั่งซื้อมาจากเมืองไหนประเทศไหน รวมทั้งการตัดสต๊อกสินค้ากว่า 1 ล้านรายการได้อย่างแม่นยำ ไปจนถึง ระบบโลจิสติกส์จัดส่งสินค้าให้ลูกค้า ให้สินค้าไปถึงลูกค้าได้ทันเวลาในทุกมุมโลก นี่คือการบริหารจัดการอันยอดเยี่ยม ร่วมกับระบบคอมพิวเตอร์อันยอดเยี่ยมเป็นเรื่องที่ รัฐบาลไทย และ บริษัทไทย ต้องศึกษาให้ลึกซึ้ง ถ้าคิดจะให้เอสเอ็มอีไทยขึ้นไปค้าขายบนโลกออนไลน์ ไม่ใช่พูดหาเสียงไปเรื่อย แต่ไม่มีการสร้างระบบรองรับ ทั้งระบบคอมพิวเตอร์ และระบบโลจิสติกส์ในการส่งสินค้าไปยังผู้สั่งซื้อระบบหลังบ้านของอาลีบาบา ยังสามารถโชว์ให้เห็นการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าผ่านจอได้แบบ Real Time ไม่ต้องไปรอประมวลผลทีหลัง เช่น 1 ชั่วโมงแรกของยอดขาย ระบบอาลีบาบาบอกได้เลยว่า ประเทศไหนสั่งซื้อเข้ามามากที่สุด อันดับ 1 ญี่ปุ่น รองมาเป็น สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี แคนาดา นิวซีแลนด์ เป็นต้นผมก็เก็บเอามาเล่าสู่กันฟังครับ วันนี้ แค่การคิดของภาครัฐ ก็ดูเหมือนจะ ล้าหลังอาลีบาบา ไปหลายปีแล้ว ไม่รู้จะสู้เขาได้อย่างไร ถ้าเรายังเป็นอยู่อย่างนี้.“ลม เปลี่ยนทิศ”