เริ่มต้นให้ดีก่อนเดินหน้าก่อนจะเริ่มเสนอชื่อ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกพรรคการเมืองต้องเตรียมบุคคลเพื่อเข้ารับตำแหน่งเพื่อให้สภาผู้แทนฯรับรองโควตาของฝ่ายรัฐบาลจำนวน 19 เก้าอี้ก็จะต้องแบ่งสันปันส่วนให้พรรคร่วมรัฐบาลไปแบ่งกันฝ่ายค้าน 18 คน ก็ไม่ต่างกันคณะรัฐมนตรีได้สัดส่วนมา 12 คน ซึ่งมีการแบ่งให้ ครม. 6 คน อีก 6 คนยกให้พลังประชารัฐไปเลือกกันเอง ซึ่งในส่วนนี้จะมีคนนอกและ ส.ว.ร่วมด้วยคอยดูหน้าตากันอีกทีว่าใครเป็นใครบ้าง?แต่ดูเหมือนว่าตำแหน่งประธาน กมธ.กลับได้รับความสนใจกันมากกว่า เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่จะต้องทำหน้าที่ควบคุม กมธ.ให้อยู่ในร่องในรอยไม่แตกฝูง ล้ำเส้นจนเกิดปัญหาอย่างน้อยก็มีบารมี มีมนุษยสัมพันธ์ เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ อีกปัจจัยสำคัญก็คือต้องมีความรู้กฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างที่ต้องพึงรู้และมีหลักคิดที่จะทำให้ทุกฝ่ายเห็นด้วยถามว่ามีบุคคลประเภทนี้หรือไม่...มีแน่ แต่จะเหมาะสมหรือไม่แค่นั้น และจะได้รับเลือกให้เป็นประธาน กมธ.หรือเปล่า?แน่นอนว่าแต่ละคน แต่ละพรรค ต่างก็มี “ธง” อยู่แล้วว่าต้องการแก้ไขตรงไหน อย่างไร ดังนั้นเสียงใน กมธ.ข้างมากย่อมมีความได้เปรียบอยู่แล้วใครจะเป็นตัวชิงเก้าอี้ประธานจึงต้องเป็นเรื่องของพรรคที่เสนอชื่อใคร จะเป็น “คนนอก”-“คนใน” อีกเรื่องหนึ่งแต่ต้องมีบทบาทเพื่อพรรคสังกัดด้วยไม่ว่าใครจะเป็น กมธ.และประธาน จึงต้องได้รับการรับรองจากสภาและ กมธ.ชุดนี้ที่จะต้องมีการลงมติเลือกประธาน“ประชาธิปัตย์” ชิงการนำด้วยการลงมติให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรคซึ่งได้ลาออกจาก ส.ส.และพยายามที่จะให้พลังประชารัฐเปิดทางสนับสนุนด้วยเหตุผลต่างๆนานาทว่า พลังประชารัฐหัวชนฝาบอกว่าต้องเป็นโควตาของพรรคแกนนำรัฐบาล ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแค่พรรคร่วมเท่านั้นถือเป็น “หอกข้างแคร่” ก็ว่าได้!เพราะฟังเสียงจากพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเพื่อไทยนั้นประกาศชัดเจนว่าสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เพราะเห็นว่ามีความเหมาะสมเหตุผลของฝ่ายค้านนั้นนอกจากรู้ว่าเสนอชื่อใครก็คงสู้ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ อีกทั้งเพื่อหวังหาแนวร่วมมุ่งหวังให้การแก้ไขประสบผลสำเร็จ“อภิสิทธิ์” นั้นมีความชัดเจนในหลักการคือ ต้องการแก้ไขการประกาศไม่เอา “บิ๊กตู่” ในการหาเสียงเลือกตั้ง จนทำให้ประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างแทบจะไม่เหลืออะไรด้วยท่าทีทางการเมืองของ “อภิสิทธิ์” นั้นย่อมทำให้พลังประชารัฐย่อมรู้สึกไม่พอใจ แม้ประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลด้วยก็ตามเป็น “แค้นลึก” ที่สะสมเอาไว้มาตลอดการที่ประชาธิปัตย์เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ. จึงได้รับการปฏิเสธจากแกนนำพลังประชารัฐ และพร้อมจะให้บุคคลที่พรรคเสนอรับตำแหน่งนี้จะเป็น “คนใน” หรือ “คนนอก” เป็นอีกเรื่องหนึ่งจึงมองเกมนี้ขาดเพราะมีเสียงข้างมากใน กมธ. อยู่แล้ว และยังต้องการให้นายอภิสิทธิ์ไม่มีบทบาทการเมืองมากไปกว่านี้ เนื่องจากรู้ดีว่ามีความพยายามที่จะชูบทบาทขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งไม่เกรงจะ “หักหน้า” กัน เนื่องจากรู้ดีว่าไม่มีพรรคไหนต้องการออกจากรัฐบาล.“สายล่อฟ้า”