ยังไม่เข้าฟอร์ม? เริ่มเดือนใหม่พฤศจิกายนถัดจากนี้อีก 1 เดือน ก็เข้าสู่ธันวาคมอันเป็นเดือนสุดท้ายของปี 62 เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ปีใหม่ 2563ปีใหม่นี้รัฐบาลประกาศให้มีวันหยุดเพิ่มเติมอีก 1 วัน คือ 30 ธ.ค.62 ทำให้มีวันหยุดยาวรวม 5 วันต่อเนื่องกันเก็บใจเอาไว้เฉลิมฉลองกันให้ครึกครื้นได้เลยแต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นสภาจะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งหลังหยุดให้บรรดา ส.ส.-ส.ว.ได้พักการประชุมมาระยะหนึ่งการเปิดสมัยประชุมครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเริ่มต้นพิจารณาวาระสำคัญหนึ่งคือจะมีการพิจารณาญัตติเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามระเบียบวาระที่บรรจุเอาไว้แล้วคงทำให้ฝ่ายสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญคึกคักขึ้นมาแน่ เพราะถือว่าเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่เป้าหมายที่วาดหวังเอาไว้ทว่า ความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่งที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมการและหมายมั่นอย่างหวังผลเพื่อเล่นงานฝ่ายรัฐบาลนั่นคือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ“เพื่อไทย” ได้แสดงตัวตนชัดเจนที่จะเป็นหัวขบวนในฐานะพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดในฐานะ “ผู้นำฝ่ายค้าน” จาก 7 พรรคการเมืองว่าไปแล้วบทบาททางการเมืองในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งมีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดูเหมือนว่าจะถูกพรรคอนาคตใหม่ชิงการนำมาตลอดในตลาดการเมืองครานี้จึงขอแสดงตนขอเป็น “พระเอก” บ้างเท่าที่ติดตามความเคลื่อนไหวมาได้มีการวางตัวรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายจะเปิดซักฟอกเบื้องต้นเอาไว้ 4 คนก่อนไล่ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯแต่ละคนล้วนอยู่ในข่ายที่เรียกแขกได้ทั้งนั้นยังไม่เห็นชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ที่อยู่ในอาการสงบไม่ค่อยเป็นข่าวในระยะหลังๆทั้งๆที่มีประเด็นติดตัวอยู่ไม่น้อยอาจจะยังเป็นค่ายกลลวงเบื้องต้นจนกว่าจะถึงเวลาเปิดศึกก็ได้แน่นอนว่าการเปิดซักฟอกรัฐบาลนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติในฐานะผู้ตรวจสอบก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องเกินหน้าที่เพียงแต่ว่าจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและพุ่งชนเป้าหมายอย่างได้เนื้อได้หนังแค่ไหนสิ่งที่ปรากฏในความเป็นจริงแล้วการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ผ่านมานั้นถูกสังคมมองว่ายังไม่เฉียบคมพอเพราะมุ่งความเป็น “ฝ่ายแค้น” มากกว่า “ฝ่ายค้าน”นี่ก็เป็นบทเรียนที่ 7 พรรคฝ่ายค้านจะต้องปรับกระบวนความคิดและวิธีการทำงานการเมืองเพื่อให้ได้รับการยอมรับยิ่งภาพที่เป็นจริงในพรรคเพื่อไทยนั้นยังมีปัญหาภายในมีความขัดแย้งกันเอง ทำให้ไม่มีเอกภาพและการยอมรับซึ่งกัน และกันในหมู่แกนนำ“อนาคตใหม่” ก็ต้องสู้กับตัวเองเนื่องจากมีปัญหาในหมู่แกนนำพรรคที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะเกรงว่าศึกซักฟอกจะไม่สนุกเหมือนราคาคุย?“สายล่อฟ้า”