เดิมพันเก้าอี้ เป็นอีกมิติหนึ่งในสังคมไทยที่เห็นและเป็นอยู่ในการแก้ไขปัญหาที่มีผลประโยชน์มหาศาลเข้ามาครอบงำเดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ปัญหาการยกเลิก 3 สารเคมีพิษอันประกอบไปด้วยพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ที่ยังถกเถียงกันไม่จบกลายเป็นปัญหาการเมืองขึ้นมาจนได้เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ ตัวแทนฝ่ายเกษตรกรที่เห็นว่าควรจะคงไว้ก่อนที่จะแบนเนื่องจากยังมีความจำเป็นเพื่อกำจัดศัตรูพืช กำจัดแมลงในการปลูกไม้ดอก พืชไร่ กำจัดหนอนพืช 6 ชนิดที่ยังต้องใช้คือ อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มัน สำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ดอกไม้ผล หากถูกยกเลิกปัญหาก็จะไปตกที่เกษตรกรกลุ่มนี้โดยตรงไม่ค่อยจะได้ยินเสียงผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายเท่าใดนักอีกฝ่ายหนึ่งที่มีหลายส่วนนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ภาคราชการที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเกษตร อุตสาหกรรมและสาธารณสุขจนไปถึงรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ รัฐมนตรีสาธารณสุข ที่คาบเกี่ยวไปถึงรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงอยู่ในสังกัดพรรคการเมืองเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ในส่วนสนับสนุนให้แบนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ ที่ยืนยันว่าหากคณะกรรมการวัตถุอันตรายเห็นด้วยก็เอาตามนั้นที่ออกตัวมากที่สุดคือ นายอนุทินที่ประกาศว่า หากเรื่องนี้ไม่สามารถแบนได้ รัฐมนตรีของพรรค 4 คน จะประกาศลาออกเหตุผลก็เพราะรัฐมนตรียังไม่สามารถคุมข้าราชการได้ อยู่ไปก็ไลฟ์บอยไม่มีค่า ไม่มีความหมาย สู้ข้าราชการยังไม่ได้แล้วจะไปทำอย่างอื่นได้อย่างไรกลายเป็นเรื่อง “การเมือง” ขึ้นมาทันทีปัญหานี้คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีการประชุมพิจารณามาอย่างน้อย 2 ครั้ง ผลออกมาคือคัดค้านการแบนสารเคมีดังกล่าวด้วยการประชุมลับคณะกรรมการชุดนี้มีจำนวน 29 คน มาจากตัวแทนของกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อประชุมลับก็เลยไม่รู้ใครเห็นด้วยใครไม่เห็นด้วยก่อนหน้านี้มีการประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ที่กระทรวงเกษตรฯเป็นเจ้าภาพ มีมติออกมา 9-0 ให้แบนสารดังกล่าว และจะนำมตินี้เสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาด้วย ซึ่งจะมีการประชุมกันในวันที่ 22 ต.ค.62พร้อมเรียกร้องให้ประชุมอย่างเปิดเผยไม่ใช่ประชุมลับปรากฏว่ามีข่าวว่าการประชุมครั้งนี้อาจจะไม่นำประเด็นนี้เข้ามาสู่การพิจารณา หากไม่มีการพิจารณาก็จะส่งต่อโครงสร้างคณะกรรมการทันที เนื่องจากในวันที่ 27 ต.ค.62 จะมีผลบังคับใช้คือ การลดจำนวนกรรมการให้เหลือเพียงแค่ 27 คนเท่านั้น2 หน่วยงานที่จะต้องหลุดไปคือ ตัวแทนจากกรมการแพทย์และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่หนุนให้มีการแบน เหลือแค่ปลัดกระทรวงและ อย.เท่านั้นทำให้ฝ่ายสนับสนุนหายไป 2 เสียงทันทีเรื่องนี้เล่นเอานายอนุทินหัวร้อนขึ้นมาอีกด้วยความไม่พอใจ และจะต้องหาคำตอบว่าใครคิดหรือใครสั่งการเพราะนั่นคือ “ต้นตอ” สำคัญที่นำไปสู่คำตอบทั้งหมดได้ว่า ปัญหามันอยู่ตรงไหน คนกลุ่มไหนที่คัดค้านบ่งบอกได้ว่า “ขุมทรัพย์” สำคัญนี้...ใครได้ใครเสีย?สายล่อฟ้า