พายุไต้ฝุ่น “ฮากิบิส” (ภาษาตากาล็อกฟิลิปปินส์แปลว่า “ความเร็ว”) เคลื่อนเข้าถล่ม กรุงโตเกียว เมืองหลวงญี่ปุ่นเมื่อเวลาเกือบ 19.00 น. คํ่าวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม ตรงกับเวลา 17.00 น.เมืองไทย ด้วยความ เร็วสูงสุด 216 กม.ต่อชั่วโมง เทียบเท่า พายุเฮอริเคนระดับ 4 เป็น พายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปีที่พัดถล่มญี่ปุ่น นับตั้งแต่ปี 2501 กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้ประกาศเตือนภัย ฝนตกหนักในกรุงโตเกียว และ อีก 10 จังหวัด ใน ระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับเตือนภัยสูงสุดขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่น ก็ประกาศ ให้ประชาชนในเส้นทางที่พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสพัดผ่าน 1.64 ล้านคน อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย ประกาศนี้บังคับให้ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และ ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นทารกและเด็กเล็ก ต้องอพยพทันทีเห็นไหมครับ รัฐบาลญี่ปุ่นดูแลประชาชนทุกระดับดีขนาดไหน ภาครัฐมีความพร้อมทุกด้าน เทียบกับ พายุโซนร้อนโพดุลและคาจิกิ ที่พัดถล่มอีสาน ซึ่งรุนแรงน้อยกว่า พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส มาก แต่ก็ส่งผลให้นํ้าท่วมรุนแรงหลายสิบจังหวัดในภาคอีสาน ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม จนถึง 06.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม หนึ่งเดือนกว่าผ่านไป กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รายงานว่า จังหวัดอุบลราชธานียังมีนํ้าท่วมใน 2 อำเภอ 2 เทศบาล 10 หมู่บ้าน โดยกรมจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายนํ้าออกจากพื้นที่ท่วมขัง ซึ่งยังไม่รู้เมื่อไหร่เรียกว่าทำงานกันอืดเป็นเรือทราย แต่ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัสพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส ความเร็ว 216 กม.ต่อชั่วโมง พัดเข้าถล่มกรุงโตเกียว และอีกหลายสิบจังหวัดบน เกาะฮอนชู ตามเส้นทางผ่านของพายุ เมื่อเวลา 19.00 น. วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม ทำให้เกิดฝนตกหนัก ดินถล่ม ไฟฟ้าดับหลายแสนครัวเรือน สนามบินนาริตะและฮาเนดะต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่าพันเที่ยว กระทบประชาชนหลายล้านคน บางพื้นที่ฝนตกหนักมาก 700-1,000 มิลลิเมตร ถ้าเป็น กรุงเทพฯ คงท่วมถึงหลังคาแล้วกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ประกาศประเมินในค่ำวันเดียวกันว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมในกรุงโตเกียว และพื้นที่ใกล้เคียงใน 24 ชั่วโมง จนถึงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม จะอยู่ในระดับไม่เกิน 50 ซม. เท่านั้นแต่ เช้าวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม หลังพายุถล่มไม่ถึง 12 ชั่วโมงด้วยซ้ำ เวลา 08.45 น. กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ก็ออกประกาศ ยกเลิกคำเตือนฝนตกหนักในกรุงโตเกียวและอีก 10 จังหวัด โดย กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น คาดว่า พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสจะเคลื่อนพ้นภูมิภาคโทไฮกุในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม เวลา 09.00 น. ขณะเดียวกัน รถไฟหัวกระสุนชินคันเซน รถไฟในกรุงโตเกียวทุกขบวน ก็เริ่มทยอยเปิดให้บริการในช่วงเช้า รถยนต์ก็วิ่งบนถนนได้ตามปกติ ไม่เหลือร่องรอยน้ำท่วมขังให้เห็น ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ มหัศจรรย์เหลือเชื่อที่กรุงโตเกียวระบายน้ำได้รวดเร็วขนาดนี้เทียบกับ กทม. ของเรา ไม่ต้องเจอซุปเปอร์ไต้ฝุ่น แค่ฝนตกห่าเดียวก็น้ำท่วมรถติดไปค่อนวัน แสดงถึง ประสิทธิภาพอันเลวร้ายในการบริหารจัดการน้ำของ กทม. หรือกรณี อุบลราชธานี ที่น้ำท่วมมาเดือนกว่าแล้วยังระบายน้ำออกไม่หมด ก็สะท้อนถึงประสิทธิภาพอันเลวร้ายของกระทรวงมหาดไทย เช่นเดียวกัน ไม่รู้ทำงานกันแบบไหนไปเล่าเรื่อง การบริหารจัดการน้ำของญี่ปุ่น ต่อครับ หลังจากที่พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสพัดถล่มกรุงโตเกียวเวลา 19.00 น. ทำให้เกิดฝนตกหนักมาก เวลา 21.30 น. เมืองฮาโกเน ซึ่งฝนตกหนักเกือบ 1,000 มิลลิเมตร ได้แจ้งเตือนประชาชนใต้เขื่อนอีกหลายเมืองจะเริ่มปล่อยน้ำจาก เขื่อนชิโรยามะ เพื่อป้องกันน้ำล้น และเวลา 22.00 น. จังหวัดไซตามะ ก็แจ้งเตือนประชาชนใต้เขื่อนว่าจะเริ่มปล่อยน้ำจาก เขื่อนฟุตาเสะ เพื่อระบายน้ำฝนเช่นเดียวกัน ทุกอย่างทำกันเป็นระบบไม่มีมั่วนิ่มผมก็เก็บรายละเอียดมาเล่าสู่กันฟังครับ ญี่ปุ่นเขารับมือภัยพิบัติธรรมชาติกันอย่างไรก็ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ ประเทศไทย จึงจะมี รัฐบาลและภาครัฐที่มีประสิทธิภาพแบบนี้บ้าง นอกจาก ประสิทธิภาพเรื่องคอร์รัปชัน ที่ไม่มีชาติไหนเทียม.“ลม เปลี่ยนทิศ”ข่าวที่เกี่ยวข้อง- ญี่ปุ่นส่งทหารนับหมื่นช่วยเหยื่อ ‘ฮากิบิส’ ยายวัย 70 หล่นฮ.กู้ภัยดับสลด- “ไต้ฝุ่นฮากิบิส” เคลื่อนตัวผ่านกรุงโตเกียวแล้ว ส่งสัญญาณที่ดี- ญี่ปุ่นอ่วม เผยนาทีโคตรพายุถล่ม ไต้ฝุ่นฮากิบิส ขึ้นฝั่งแล้ว (คลิป)- ‘ชัตดาวน์ญี่ปุ่น’ ไต้ฝุ่น ฮากิบิส แรงสุดในประวัติศาสตร์ถล่มโตเกียว