เอาเข้าจริงก็ต้องบอกว่า “แซะ” กันไป “แซะ” กันมาพอกันจะเรียกว่าสีสันบรรยากาศการเมือง แทรกในคิวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ในภาคอีสานนั่นก็ว่าได้ เพราะที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ดูแลชาวบ้าน จ.อุบลฯมีลีลาทำถามหาตัวผู้แทนฯค่ายเพื่อไทย เหน็บฝ่ายตรงข้าม บอกประชาชนอย่าไปเลือกประเภทที่หายหัวไม่มาประสานงานกับหน่วยงานรัฐบาล อีกทาง ส.ส.เจ้าถิ่นก็ยิงสวนทันควัน นายกฯมาชั่วโมงเดียว กล้าด่า ส.ส.ที่ทำงานในพื้นที่มาตลอด ที่ไม่ไปเพราะไม่อยากไปเลียแข้งเลียขา ไม่รู้ว่าเทวดาจะมาพื้นที่ในศึก “น้ำลายท่วม” ก็พ่นเป็นทุกฝ่าย ไม่มีใครยอมเปียกข้างเดียวการเมืองไทยที่คิดว่าช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯจะสงบนิ่ง แต่เมื่อดูจากรูปการณ์แล้วก็ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะหลายปมสุมหัวเชื้อรอไว้ระเบิดศึกกันเป็นระลอกๆ อย่าง “บิ๊กตู่” ถึงแม้จะได้ “ไปต่อ” แบบชิลๆ แต่ก็มีเรื่องค้างให้ต้องคิดสะระตะครั้งสำคัญกับปมลูกทัพระดับเส้นเลือดใหญ่ “ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เจอคุ้ยยาวคดีเก่า จนถึงปมดีกรีด็อกเตอร์ ได้รับสัญญาณให้ “นิ่ง” แต่จะพ้นห่ากระสุนถล่มหรือไม่ มีรายการตัดตอนก่อนไฟลามรึเปล่าผู้กองคนดัง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ พปชร.ย่อมตกเป็นเป้าสอยให้ร่วงอยู่แล้วในจังหวะที่มีแม่ทัพอาสาอีกหลายราย ก็พร้อมจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ทีม ฉก. คุมชุดปฏิบัติการแทนสะท้อนจากคิวล่าสุด ดีลเมกเกอร์ตัวจริงเสียงจริงของกลุ่มสามมิตร ถูกอ้างว่าเปิดปฏิบัติการเพาะฟาร์ม “งูเห่า” ช่วยอีกทางมาพักใหญ่ สอดคล้องกับกระแสข่าวคิว ส.ส.เพื่อไทยแหกโผในการลงมติในญัตติขอตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาโครงการอีอีซี ทำให้แผนฝ่ายค้านต้องล่ม กำลังกาหัวไล่บี้ ปล่อยข่าว “ฆ่ากันเอง”ส่วนลูกทัพ ส.ส.ที่ถูกพาดพิงไปรับซองรับงานก็ออกมาปฏิเสธ ยิงสวนกลับ คิวนี้เป็นเรื่องเล่นกันเองในพรรคเพื่อไทย สะท้อนภาพเครือข่ายนายใหญ่ยังไม่นิ่งนั่นก็ดูจะสวนทางกับภาพรวมของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่กำลังเดินไปได้สวยทั้งคิวอภิปรายทั่วไปฯ ปม “ถวายสัตย์ปฏิญาณ” ล่าสุดได้แค่แซะ “บิ๊กตู่” แต่ก็ต้องถือว่าจัดทัพได้ดี วางคิวถล่มเป็นจังหวะจะโคนดาบ 1 เปิด ดาบ 2 ดาบ 3 ขยี้ซ้ำ 7 ฝ่ายค้านโชว์แพ็กรวมเป็นเอกภาพนอกจากนี้ยังมีคิวแนบแน่น ร่วมทริปในโปรแกรมลงพื้นที่พ่วงวาระถล่มรัฐบาลช่วยเหลือน้ำท่วมอืด รวมทั้งจัดกิจกรรมฝ่ายค้านสัญจรหัวเมืองต่างๆ ลงพื้นที่กระตุกแต้มพร้อมหน้าพร้อมตา พ่วงเร้าเกมแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องมาส่องดู เหตุใดถึงยังมีแรงกระเพื่อมในค่ายเพื่อไทย ชนิดมีแนวโน้มแยกค่ายแบ่งพรรคกันเลยเรื่องของเรื่อง เพราะคิวเผด็จอำนาจเกินลิมิตของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ส่งเครือข่ายยึดเก้าอี้ตำแหน่งสำคัญๆ ไปจนการจัดคิวขุนศึกขุนพลในภารกิจสำคัญกินรวบเรียบวุธ แม้แต่เสบียงกรังจัดแบ่งไว้ช่วยน้ำท่วม ยังถูกหักเข้ากองกลางอ้างรองรับอีเวนต์เพื่อไทยที่กลายเป็นอีเวนต์ “เพื่อเธอ” คนเดียวชนิดที่บรรดาสาย “2 นางสิงห์ตระกูลชินฯ” ขบฟันกรอด ลูกทีมสายนี้ต้องเฉากันไปกระทั่งที่ว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ที่เคยอยู่ร่วมบัญชีแคนดิเดตนายกฯ คู่กับเจ้าแม่ กทม. ยังมีข่าวชิ่ง จ่อลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนาม “อิสระ” แสดงตัวพร้อมร่วมมือคนทุกพรรคบริหารเมืองกรุงไม่ติดแบรนด์ขั้วฝ่าย และไม่ตีตราคนในคอนโทรลเจ๊ก็ประเมินได้ นอกจากพยายามฉีกจากเครือข่าย “นายใหญ่” ขายความเป็น “มืออาชีพ” เข้ากระแสคนกรุง กระชากแต้มคนกลุ่มไม่เอา “ทักษิณ ชินวัตร” มาได้สลัดภาพอยู่ในอาณัติเพื่อไทย ไม่ต้องฟังคำบงการเจ๊เช่นเดียวกับเสียงคนในค่ายเริ่มดังในลักษณะเดียวกัน กระทั่ง “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เอง ก็เริ่มออกอาการไม่สนุกในยุคประธานยุทธศาสตร์หญิงแกร่งแห่งเมืองหลวงนั่งคุมทัพเพื่อไทย “เสี่ยคลอสเตอร์-สมพงษ์” ชักดื่มด่ำความสุขไม่นุ่มนวลเหมือนเบียร์ดังลูกค่ายแนะสังเกต ช่วงนี้ทั่นหัวหน้า หน้านิ่วคิ้วขมวดถี่เลย.ทีมข่าวการเมือง