‘ณรงค์พันธ์’ จ่อ ผบ.ทบ.พล.อ.อ.มานัต-ผบ.ทอ.3 บิ๊ก-ครองรอง ผบ.ตร.โปรดเกล้าฯโผทหารชั้นนายพล 871 ตำแหน่ง “บิ๊กมานัต” ผงาดขึ้นแม่ทัพฟ้า ขยับ “บิ๊กบี้” เข้าไลน์ 5 เสือจ่อขึ้นแท่น “บิ๊กหนุ่ย” เป็น มทภ.1 คุมกำลังรบสำคัญ ทัพเรือจัดทัพ 5 ฉลามเสือใหม่ “บิ๊กช่อ” ขึ้นรอง ผบ.ทร. สาย คสช.ได้ดีถ้วนหน้าทั้ง “วีรชน-คงชีพ-บุรินทร์” พร้อมกันนี้ยังโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายตำรวจจำนวน 317 นาย ด้าน “ธรรมนัส” รีบเคลียร์พรรคเล็กป่วนแบ่งเค้ก กมธ. “พิเชษฐ” ยันไม่เคยคิดถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล “เทพไท” จี้ “ศุภชัย” รีบบรรจุญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ รธน. “ธนาธร” โวยอำนาจรัฐกดดันหนัก สั่งมหาวิทยาลัยงดให้ใช้สถานที่จัดเสวนา แต่ไม่สนลั่นเดินหน้ายกร่าง รธน.ใหม่ “ชวน” แจงผู้รับเหมายืนยันสภาใหม่เสร็จปลายปี “วัชระ” หวั่นซ้ำรอยค่าโง่อีก จ่อเข้าให้ข้อมูล ป.ป.ช.โปรดเกล้าฯโผทหารชั้นนายพลจำนวน 871 นาย พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ เสนาธิการทหารอากาศ ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. ขณะที่ พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. และทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการตำรวจจำนวน 317 นายพร้อมกันโปรดเกล้าฯโผทหาร 871 นายเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการจำนวน 871 นาย โดยมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 5 ก.ย.62 มีรายชื่อที่น่าสนใจดังนี้ ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม อาทิ พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุชิต อินทรทัต ผอ.สำนักงบประมาณกระทรวงกลาโหม เป็นจเรทหารทั่วไป พล.อ.นภณต์ สร้างสมวงษ์ ผอ.ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็น ผอ.สำนักพัฒนาระบบราชการกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ผอ.สำนักพัฒนาระบบราชการกลาโหม เป็นเจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขยับเพื่อนรัก “บิ๊กกบ” คุม นทพ.ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการทหาร เป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.พัชระ พุ่มพิเชษฐ์ เป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ชูชาติ บัวขาว เป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เป็นเสนาธิการทหาร พล.อ.พีรพงษ์ เมืองบุญชู หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ ผบ.ทหารสูงสุด ซึ่งเป็นเพื่อนรักของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี “บิ๊กกบ” ผบ.ทหารสูงสุด ไปเป็น ผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) พล.ต.ไตรเทพ ศรีพันธุ์วงศ์ เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ผบ.ศตก.) พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม เป็น ผอ.สำนักงานสนับสนุน นทพ.ดัน “บิ๊กบี้” ขยับเข้าไลน์ 5 เสือ ทบ.ด้านกองทัพบก พล.อ.จักรชัย โมกขะสมิต เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ หรือ“บิ๊กบี้” แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.สุนัย ประภูชะเนย์ ผบ.นสศ. เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ธเนศ วงศ์ชอุ่ม แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก พล.ต.สันติพงษ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก พล.ต.เจริญชัย หินเธาว์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.อัครเดช บุญเทียม รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ต.สมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 พล.ต.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง รอง ผบ.นสศ. เป็น ผบ.นสศ. พล.ต.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.พล.1 รอ. และ พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี ผบ.พล.ม.2 รอ. เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.สัญชัย รุ่งศรีทอง ผบ.พล.ร.3 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผบ.พล.ร.5 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผบ.พล.ร.11 เป็นรองแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ เป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เป็น ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก พ.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ เป็น ผบ.พล.ร.11 เพื่อรองรับการจัดกองพลรูปแบบใหม่หลังจากรถยานเกราะสไตรเกอร์เข้าประจำการ พ.อ.ทรงพล สาดเสาเงิน รอง ผบ.พล.1 รอ. เป็น ผบ.พล.1 รอ.จัดแถว 5 ฉลามกองทัพเรือใหม่ส่วนกองทัพเรือ พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็นรอง ผบ.ทร. พล.ร.อ.สมชาย ณ บางช้าง เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน เสธ.ทร. เป็นผู้ช่วย ผบ.ทร. พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผบ.ทัพเรือภาคที่ 3 เป็น เสธ.ทร. พล.ร.ท.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็น ผบ.กองเรือยุทธการ พล.ร.ต.สุทธินันท์ สมานรักษ์ เจ้ากรมการเงินทหารเรือ เป็น ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 พล.ร.ต.สำเริง จันทร์โส รอง ผบ.ทัพเรือภาคที่ 2 เป็น ผบ.ทัพเรือภาคที่ 2“บิ๊กมานัต” ผงาดขึ้นแม่ทัพฟ้าขณะที่กองทัพอากาศเป็นไปตามคาด พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ เสนาธิการทหารอากาศ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ คนที่ 26 ต่อจาก พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. คนที่ 25 พล.อ.อ.วีรพงษ์ นิลจินดา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ เป็นรอง ผบ.ทอ. พล.อ.ท.ธรินทร์ ปุณศรีิ รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นผู้ช่วย ผบ.ทอ. พล.อ.ท.สิทธิชัย แก้วบัวดี รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็น ผช.ผบ.ทอ. พล.อ.ท.สุทธิพันธุ์ ต่ายทอง รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นเสนาธิการทหารอากาศ พล.อ.ท.นภาเดช ธูปะเตมีย์ รอง ผบ.กรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ เป็น ผบ.กรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และโฆษกกองทัพอากาศ เป็นรองเสนาธิการทหารอากาศโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ตร. 317 นายวันเดียวกัน มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ 317 นาย ตำแหน่งที่สำคัญมีดังนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ จเรตำรวจ (สบ 8) เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม จเรตำรวจ (สบ 8) เป็น ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบช.ภ.6 เป็น ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.ทท. พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบช.ภ.5 เป็น ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผบช.น. เป็น ผบช.น. พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รอง ผบช.ก. เป็น ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส. เป็น ผบช.รร.นายร้อยตำรวจ “ธรรมนัส” รีบเคลียร์พรรคเล็กส่วนประเด็นความไม่พอใจของพรรคการเมืองเล็กที่ไม่ได้รับจัดสรรโควตาประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามที่นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ไม่พอใจการแบ่งโควตาประธานคณะกรรมาธิการสามัญนั้น ล่าสุดได้พูดคุยกับนายพิเชษฐแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ขอแยกตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล และยังคงจุดยืนในการดำเนินงานกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ส่วนประเด็นที่นายพิเชษฐยังข้องใจคือ สงสัยว่าทำไมการรวมตัวของกลุ่ม 10 พรรคเล็กจึงไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย จึงขอแยกออกจากกลุ่มเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการขอแยกออกจากพรรคร่วมรัฐบาลตามที่เป็นข่าว“พิเชษฐ” ยันไม่เคยคิดถอนตัว รบ.ด้านนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า พรรคประชาธรรมไทยยืนยันไม่ได้ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพียงแค่ขอแยกห้องทำงานที่รัฐสภาจัดให้ 10 พรรคเล็กนั่งทำงานร่วมกันเท่านั้น หลัง 10 พรรคการเมืองเล็กไม่ได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ ประกอบกับตนไปเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการอุตสาหกรรม ที่มี ส.ส.พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเป็นประธานเท่านั้น ประเด็นที่เกิดขึ้นโทรศัพท์พูดคุยทำความเข้าใจกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯเรียบร้อยแล้ว ให้เหตุผลว่าเป็นการแยกห้องทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล“สมศักดิ์” ชี้ พปชร.แบ่งเค้กลงตัวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการเลือกประธานคณะกรรมาธิการสามัญ 35 คณะของสภาผู้แทนราษฎร แต่ละครั้งไม่ใช่ง่าย บางรัฐบาลใช้เวลาเกิน 1 สมัยประชุมยังแบ่งโควตาไม่เสร็จเลย เพราะแต่ละพรรคการเมืองเสนอในส่วนที่ตัวเองถนัด บางคณะที่แต่ละพรรคการเมืองมองว่าสามารถเรียกคะแนนได้ จะเสนอตัวเข้าไปเป็นกรรมาธิการชุดนั้นๆ ครั้งนี้เชื่อว่าคงเหมือนกัน อาจต้องใช้เวลาสักระยะถึงจะลงตัว แต่อาจเป็นผลดีส่วนหนึ่งเพราะขณะนี้ห้องประชุมกรรมาธิการยังไม่มี จึงยังพอมีเวลาถกเถียงและจัดสรรกันไปได้ อาจไม่ใช่เรื่องกดดันอะไรมากมาย ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐที่ได้รับการจัดสรรมา 8 คณะ ยังไม่ลงตัวนัก คงต้องรีบเคลียร์ให้จบ และเชื่อว่าจะลงตัว และไม่มีความขัดแย้งกันในพรรคแน่นอนวางสเปกศักยภาพสูง–ขยันทำงานเมื่อถามว่าคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นประธานกรรมาธิการต้องเป็นอย่างไร นายสมศักดิ์ตอบว่า ต้องเป็นคนที่มีศักยภาพหลายอย่าง ความรู้ความสามารถต้องตรงกับหน้าที่ตรงนั้น อาจมีพื้นฐานมาอยู่แล้ว รวมทั้งต้องขยันและตั้งใจเป็นหลัก เสียสละเวลาในการทำงานมากมาย และต้องไม่ใช่เป็นเพื่อหวังสร้างเครดิตให้ตัวเอง นอกจากนี้ต้องแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาที่เข้มแข็ง ถึงเวลาต้องจบให้ได้ หลายสิ่งหลายอย่างเวลาจะเป็นเครื่องช่วยแก้ปัญหาให้ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม มีเนื้องานที่เกี่ยวข้องถึง 3 คณะกรรมาธิการ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามงานกันต่อไป“สุทิน” นัดถก 7 พรรคสลับเก้าอี้ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า วันที่ 10 ก.ย. ตัวแทน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมเพื่อพิจารณาจัดสรรตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ตามสัดส่วนที่ได้รับจำนวน 18 คณะ เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่จะเจรจาเพื่อสลับหรือแลกเปลี่ยนตำแหน่งประธานกรรมาธิการของพรรคร่วมฝ่ายค้านกันเอง ดังนั้น รายชื่อที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนการพิจารณาเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น เบื้องต้นให้ ส.ส.แต่ละภาคหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการส่งตัวแทนของภาคเข้าเป็นประธานกรรมาธิการ เช่น ประสบการณ์ ความอาวุโส เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือเคยเป็นประธานกรรมาธิการมาแล้วหลายสมัย เป็นต้นหวังเสร็จให้ทันปิดสมัยประชุมนายสุทินกล่าวอีกว่า สำหรับการเสนอชื่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปเป็นกรรมาธิการคณะต่างๆ ต้องคัดเลือกและส่งชื่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายในวันที่ 11 ก.ย. เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาต่อไป โดยพรรคเพื่อไทยมีกติกาคือ ให้ ส.ส.แต่ละคนแสดงความจำนงว่าต้องการเป็นกรรมาธิการคณะใดบ้าง มีสัดส่วนตามจำนวน ส.ส.ที่หาค่าเฉลี่ยแล้วเช่นกัน เชื่อว่าจะเสร็จภายในวันที่ 10 ก.ย. และสามารถตั้งกรรมาธิการฯได้ทันก่อนปิดสมัยประชุม เพื่อให้กรรมาธิการฯสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีจี้ “ศุภชัย” บรรจุญัตติศึกษาแก้ รธน.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ 1 ใน 25 ส.ส. ที่เข้าชื่อเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวว่า เป็นความตั้งใจจริงที่จะดำเนินการเรื่องนี้ให้สำเร็จ จึงเสนอเป็นญัตติด่วน ด้วยเหตุผลคือ 1.ญัตตินี้เกี่ยวข้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน 2.ญัตตินี้เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสำคัญของประเทศ มีผลกระทบต่อสังคมกว้างขวาง มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกครองประเทศ ต้องถือว่าเป็นญัตติด่วนได้เช่นกัน จึงอยากฝากถึงนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องการบรรจุญัตติ และกระทู้ถาม โปรดพิจารณาญัตติของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเป็นธรรม ด้วยเหตุผล เพื่อบรรจุเป็นญัตติด่วนทันในสมัยประชุมนี้ ส่วนการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเริ่มพิจารณาในสมัยประชุมหน้าก็สามารถกระทำได้ เชื่อว่าทุกฝ่ายจะไม่มีความขัดข้องแต่ประการใด “ธนาธร” โวยอำนาจรัฐกดดันช่วงบ่ายที่ลานอเนกประสงค์ มาลิน พลาซ่า จ.มหาสารคาม พรรคอนาคตใหม่จัดกิจกรรมบรรยายสาธารณะในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญเพื่อปากท้อง” โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่รัฐให้ยกเลิกการจัด จนต้องย้ายสถานที่มาหลายแห่ง ตั้งแต่ที่คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เป็นศูนย์ประชุมมารินทร์ ล่าสุดย้ายมาที่ลานอเนกประสงค์ มาลิน พลาซ่า ท่ามกลางนักศึกษาและประชาชนที่ตามมาร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก ต้องขอบคุณทุกคนที่มาร่วมฟังเสวนา งานวันนี้ค่อนข้างทุลักทุเล แต่เชื่อว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เขากดดันไม่ให้จัดในมหาวิทยาลัยไม่เป็นไร นี่ไม่ใช่ที่แรกที่โดน วันนี้ทำให้เราเห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนที่พอมีจิตใจรักความเป็นธรรมอยู่บ้าง จะคอยอำนวยความสะดวกให้เราอย่างเต็มที่ แต่อำนาจที่อยู่เบื้องหลัง กดดันมหาวิทยาลัย กดดันสถาบันการศึกษา ร้านอาหาร ห้างร้านต่างๆ เพียงเพราะเขาไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ตนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ประเทศไทยไปไกลกว่านี้ไม่ได้ ดังนั้นเพื่อปลดล็อกให้ประเทศไทยเดินต่อไปได้โดยไม่มีความสูญเสีย จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ลั่นต้องยกร่างใหม่แก้เหลื่อมล้ำนายธนาธรกล่าวต่อว่า หลายคนถามว่าการแก้ปัญหาปากท้องเกี่ยวอะไรกับรัฐธรรมนูญ หลังลาออกจากการทำธุรกิจมาทำงานการเมือง เดินทางไปแทบทุกจังหวัด กล้าตอบอย่างมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญเกี่ยวกับปากท้องของประชาชน เกี่ยวกับความยากจนและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะปัญหาปากท้องวันนี้เกิดจากการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม เอารัดเอาเปรียบ บังคับใช้กฎหมายที่เอื้อให้คนรวยคนมีอำนาจมานานนับทศวรรษ ขอยืนยันอีกครั้งว่ามีแต่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น ที่จะทำให้ประเทศไทยเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และเป็นธรรมได้ เมื่ออำนาจเป็นของประชาชน ทรัพยากรจะถูกใช้เพื่อประชาชน กฎหมายที่เชื่อในพลังของมนุษย์เท่านั้นที่จะทำให้มนุษย์ปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาได้ พรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และหวังว่าประชาชนทุกคนจะเดินทางไปกับเราลุยต่อหลัง ม.ดังไม่ให้ใช้สถานที่นายธนาธรกล่าวอีกว่า พรรคอนาคตใหม่ยังเดินหน้าจัดกิจกรรม “จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยาก อยู่ร่วมกัน” ที่ก่อนหน้านี้ถูกกดดันโดยเจ้าหน้าที่รัฐ จนวิทยาลัยปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้องแจ้งยกเลิกไม่ให้ใช้สถานที่ทั้งที่จองไว้ก่อน โดยให้เหตุผลว่าเป็นกิจกรรมทางการเมือง ล่าสุดได้สถานที่แห่งใหม่แล้ว คือศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในเวลาเดิมคือตั้งแต่ 12.00-16.00 น. วันที่ 8 ก.ย. ก่อนหน้านี้จัดมาแล้ว 2 ครั้งคือที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.สงขลา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 หนึ่งในข้ออ้างคือฝนตกทำให้หลังคารั่ว เราเสียเปรียบเพราะไม่มีอำนาจรัฐ วันนี้สู้เท่าที่ทำได้ สู้เท่าที่ทรัพยากรมี หวังว่าทุกคนจะเข้าร่วมเพื่อยืนยันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอันสุจริตของเรา ตามระบอบประชาธิปไตย“ปรีดิยาธร–สมเกียรติ” ร่วมวงเสวนาผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับงานเสวนา “รัฐธรรมนูญกับปากท้องประชาชน” วิทยากรร่วมงานยังคงเดิมที่ยืนยันว่ามา ได้แก่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิช ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นายบัวพันธ์ พรหมพักพิง อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมีนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร นักวิชาการด้านนโยบายสาธารณะจาก National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินรายการ “ชวน” ยันถกงบฯ 63 กลาง ต.ค.วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า ได้พูดคุยกับทางสำนักงบประมาณแล้วว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาฯประมาณวันที่ 17- 18 ต.ค.นี้ ต้องรอการประสานงานจากรัฐบาลและแจ้งความพร้อมมาก่อน จากนั้นทางสภาฯจะเป็นผู้ประสานงานเพื่อขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญต่อไปผู้รับเหมายันสภาฯเสร็จปลายปีนายชวนยังกล่าวถึงปัญหาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่อาจเสร็จไม่ทันตามกำหนดเวลา ว่า เดิมกำหนดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้ และก่อนหน้านี้ให้ไปตรวจสอบเรื่องข้อขัดข้องของสภาฯที่ยังไม่พร้อม จึงต้องขยายเวลาออกไปเพื่อให้พร้อมจริงๆ ไม่เช่นนั้น ส.ส.จะมาบ่นกันอีกว่าอันนั้นก็ไม่ดีอันนี้ก็ไม่ดี ถือว่าเป็นเรื่องข้อกำหนดของสัญญาก่อสร้าง เราไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องแต่พยายามหาข้อบกพร่องเกี่ยวกับการใช้งานของรัฐสภา เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขก่อน ส่วนห้องประชุมสุริยันที่ใช้เป็นห้องประชุม ส.ส. ตามสัญญากำหนดให้เสร็จก่อนสิ้นปี 2561 แต่ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาพอสมควรจึงสอบถามไปว่าจะใช้ได้เมื่อใด ได้รับคำตอบกลับว่าประมาณปลายปีนี้“เลขาธิการสภาฯยังไม่แน่ใจว่าจะพร้อมจริงหรือไม่ ทั้งนี้เราต้องดูว่าในระหว่างที่ขอยืมห้องประชุมจันทราของวุฒิสภาใช้อยู่นี้ ยังมีข้อบกพร่องอะไรที่เป็นปัญหาอยู่ ทั้งหมดเป็นเรื่องของเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ภายใน เมื่อห้องยังไม่พร้อมก็ยังไม่สามารถทำอะไรอย่างที่หลายฝ่ายอยากได้ เช่น การขอเปิดอภิปรายไปแบบไม่ลงมติ ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ แค่ห้องยังไม่พร้อม”ปชป.หวั่นสภาฯใหม่ซ้ำรอยค่าโง่ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า สัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มูลค่า 12,080 ล้านบาท เดิมครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2558 แต่กลับปรากฏว่ามีการขยายสัญญาหลายครั้ง รวมระยะเวลาที่ขยายเวลาการก่อสร้างรัฐสภา 1,482 วัน ทั้งที่สัญญาหลักกำหนดไว้ชัดเจน 900 วัน แต่เมื่อมีการขยายเวลาโดยเปลี่ยนแปลงสัญญาส่วนขยายให้ดังกล่าว รวมระยะเวลาที่ขยายให้ทั้งหมดถึง 2,382 วัน ซึ่งจะครบกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 15 ธ.ค.2562 นี้ แต่ปรากฏว่าจากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 9 ส.ค. การก่อสร้างคืบหน้าไปเพียงร้อยละ 65.85 และมีแนวโน้มต้องขยายสัญญาออกไปอีก รวมถึงยังมีการเรียกค่าเสียหายจากรัฐสภาอีก เป็นเงิน 1,232 ล้านบาท จึงเกรงว่าจะมีคนโง่ที่มีค่าโง่ในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่นี้เกิดขึ้นซ้ำซ้อนอีก ทั้งที่บริษัทก่อสร้างไม่เสร็จตามสัญญาต้องเสียค่าปรับวันละ 12 ล้านบาท จึงเรียกร้องให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง และตนจะไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในสัปดาห์หน้าแฉ “บิ๊กสภาฯ” คุกคามลูกน้องสาวนายวัชระยังกล่าวอีกว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการหญิงที่ทำงานในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า ถูกผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศหลายลักษณะ ที่มีเป็นหลักฐานคือ ข้อความที่ส่งผ่านทางแชตไลน์ส่วนตัว จากข้าราชการระดับสูงที่มีชื่ออักษรย่อ “ส” ส่งมาให้ในเชิงชู้สาวและคุกคามทางเพศตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่บุคคลดังกล่าวมีภรรยารับราชการอยู่ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมการนัดแนะข้าราชการสตรีคนอื่นในสภาฯ ให้มาขึ้นรถไปด้วยกันจนเป็นที่ครหาในหมู่ข้าราชการสภาฯ จึงขอเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงกรณีนี้จากบุคคลภายนอก อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงาน ก.พ. และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะถ้าแต่งตั้งบุคคลภายในสภาฯสอบสวนกันเอง อาจมีการช่วยเหลือกันได้ พร้อมทั้งขอให้สั่งพักราชการข้าราชการคนดังกล่าวในระหว่างที่ถูกสอบสวนด้วยปธ.สภาฯพร้อมรับเรื่องตั้ง กก.สอบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูลในกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง ออกมาเปิดเผย แต่พร้อมจะรับเรื่องหากมีการร้องเรียนเข้ามา รวมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนกรณีของนายวัชระทราบว่ามีคดีที่ฟ้องหมิ่นประมาทเกี่ยวกับเรื่องของสภาฯ ซึ่งเป็นคดีที่ค้างมาก่อน“หม่อมเต่า” รอเคาะโผแรงงานอีกเรื่อง ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวถึงการเตรียมเสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับอธิบดี 3 ตำแหน่ง และรองปลัดกระทรวง 3 ตำแหน่ง ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการ ว่า ได้มอบหมายให้นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปคัดสรรข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถมาให้พิจารณา เพราะตนไม่รู้จักใครสักคน การแต่งตั้งจึงต้องพิจารณาดีๆ ต้องดูว่าใครทำดีกับชาติบ้านเมืองอย่างไร ตนไม่เหมือนคนอื่นที่จ้องหน่วยงานต่างๆกันมานาน ถึงได้มีการต่อรองตำแหน่งกันมาก แต่พรรครวมพลังประชาชาติไทยไม่มีเงื่อนไขแบบนั้น ยังรู้สึกดีใจที่ได้มาที่นี่ เพราะกระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงที่ช่วยเหลือคนได้มากแฉวิ่งนักการเมืองใหญ่ฝุ่นตลบผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงานว่า มีข้าราชการระดับสูงบางคนไปขอเข้าพบนักการเมืองใหญ่ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อขอให้ช่วยผลักดันเป็นอธิบดี เพราะไม่ต้องการพลาดโอกาสทองที่ปีนี้มีตำแหน่งอธิบดี และรองปลัดกระทรวงแรงงาน เกษียณอายุราชการจำนวนมาก คือ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รองปลัดกระทรวง 3 ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง 2 ตำแหน่ง โดยมีรายชื่อข้าราชการระดับสูงที่ถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีที่จะว่างลง 3 ตำแหน่ง คือ นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายธวัช เบญจาธิกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง และนายอภิญญา สุจริตตานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อยู่ที่ว่าใครจะได้นั่งกรมเล็กหรือกรมใหญ่เท่านั้น ขณะนี้มีเวลาอีก 3 สัปดาห์ ที่ รมว.แรงงานจะเสนอรายชื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.“บี” โอ่เนื้อหอมชิงผู้ว่าฯ กทม.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะกรรมการบริหาร และประธานยุทธศาสตร์ กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการสรรหาบุคคลลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. ว่า พรรคยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ยังไม่รู้เลยจะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่ ในพรรคมีเพียงการคุยกันเอง มีการสอบถามจาก ส.ส.กทม. และเครือข่ายบ้างเท่านั้น ยังไม่มีอะไรชัดเจนหรือจริงจังอะไร แต่มีผู้เสนอตัวเข้ามาเยอะ เมื่อถามว่าต้องจัดดีเบตเพื่อสรรหาคนที่จะเป็นตัวแทนพรรคลงสมัครหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ตอบว่า ยังไม่ถึงเวลา พร้อมกับพูดทีเล่นทีจริงว่า อาจเห็นรัฐมนตรีบางคนลาออกไปลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็ได้ ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวหยอกกลับไปว่า อย่าบอกว่าอักษรย่อ “พ” นายพุทธิพงษ์รีบปฏิเสธว่า “ไม่ๆอย่าเพิ่งไล่กัน”