ก็คงต้องตามแก้กันทุกซีนทุกช็อตอาจเป็นเรื่องธรรมดาของบุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะระดับผู้นำประเทศ วันนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ขยับอะไรทำอะไร ไม่เฉพาะเรื่องนโยบาย มาตรการ การบริหารแต่ทุกอิริยาบถอยู่ในโฟกัสของผู้คน ที่ชื่นชมก็เยอะ แต่ที่จ้องแช่ง รอ “จับผิด” ก็มากกระทั่งจะรับประทานอาหาร “มื้อพิเศษ” ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัด ข้าวกะเพราใส่กล่องโฟมยังเป็นเรื่อง โลกโซเชียลดราม่าอื้ออึง วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลไม่เป็นแบบอย่างการอนุรักษ์ในห้วงกระแส “โนพลาสติก” กำลังแรง หลังเกิดกรณีพะยูนตายเพราะขยะพลาสติกในลำไส้ผู้นำเลยต้องรับเละกับ “ข้าวกล่องมื้อเที่ยง” สังเวยคิวโพสต์ตีปี๊บแบบอวยเกินลิมิตบทเรียนของโฆษกโซเชียลฯ ให้ข่าวผ่านเฟซฯ ยิงผ่านไลน์เป็นรายชั่วโมงแล้วก็เป็นงานบังคับ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล ต้องออกมาน้อมรับคำตำหนิ ต้องแก้ต่าง อ้าง “บิ๊กตู่” ตำหนิเจ้าหน้าที่จัดอาหารไปเรียบร้อย และย้ำแล้ว “จากนี้ไปให้ใช้วัตถุย่อยสลายแทน”มองแง่ดี มุมนี้วาระ “รักษ์โลก” ถูกกระแสผลักดันให้เป็น “วาระแห่งชาติ”โลกสวยๆต้องมองมุมบวกๆ แบบที่ “บิ๊กตู่” รับฟังคำติติงก็ไม่ต่างจากประเด็นร้อน เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากขั้วฝ่ายป้อมค่ายการเมือง ที่ดาหน้าถาโถมเข้ามาเป็นรายวัน ประเด็น “ถวายสัตย์ฯ” ที่ลากยาวกันมาแรมเดือน ถึงจุดเข้าโปรแกรมจบในระบบรัฐสภา18 ส.ค.นี้ จากท่าที “บิ๊กตู่” น่าจะไม่เผ่นหนีสภาฯ กับคิวชี้แจงญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ในประเด็นการถวายสัตย์ฯ ที่ฝ่ายค้านเองก็เออออ ถึงแม้จะได้คิวอภิปรายกันแค่วันเดียวเพราะเอาเข้าจริงก็เล่นกันมาต่อเนื่อง ปล่อยของเกือบหมดแม็กกันแล้วแล้วจะสังเกตได้ จากปมนี้ ท่วงท่าลีลาของ “บิ๊กตู่” ที่ลดดีกรีกร้าวลงไปเยอะ หลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำจากการเลือกตั้งปรับโหมดจากที่เคยว้ากเดือดสวนกลับก็ดูจะน้อยลงในห้วงที่แรงต้านภายนอกพอรับไหว แต่แรงกระเพื่อมภายในชักจะมีงานให้ “บิ๊กตู่” บริหารจัดการมากขึ้นล่าสุดก็เป็นคิวแหม่งๆ กรณีอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ออกมาเปิดโพยของร้อน ยื่นเรื่องถึง “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้เคลียร์ปมกล่าวหาพฤติกรรมของอธิบดีกรมใหญ่ทั้งเรื่องการบริหารงานภายใน ปมทุจริต โยงยาวไปถึงรัฐมนตรี ในประเด็นซื้อขายตำแหน่งแม้ไม่ระบุแต่ก็รู้เป้าหมาย รมต.ที่ถูกพาดพิงต้องออกมาสวน ขู่เตรียมฟ้องร้องหมิ่นประมาทมั่วซั่วหรือไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคนปล่อยของออกมาขอโทษขอโพยกันแล้ว อ้างได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนแต่ก็เป็นสัญญาณขย่มเขย่า มีโอกาสถูกตีเมืองกันตอนต่อไปแล้วก็เป็นเรื่องวุ่นวายซ้ำเติมภายในขั้วรัฐบาลสูตรผสม ทั้งต่างค่ายต่างพรรค ไล่ตั้งแต่ทีมเศรษฐกิจที่ต้องคอยจูนสารพัดทีมให้ไปทิศทางเดียวกันขณะที่ในกระทรวงใหญ่หลายแห่ง มีรัฐมนตรีต่างค่าย รัฐมนตรีว่าการยึดอำนาจ รัฐมนตรีช่วยอีกฝ่ายรอจังหวะเสียบสกัด ขบเหลี่ยมและปีนเกลียวกันอยู่เป็นพักๆไม่รวมรัฐมนตรีค่ายพลังประชารัฐ นับนิ้วแล้วกลุ่มก๊กก๊วนนับสิบกรุ๊ป ซัดกันในหลายพื้นที่ช่วงชิงเลี้ยงเสือหลายตัว บาลานซ์ถ่วงดุล ไม่ให้เสือรวมตัวกัด ถึงเป็นสูตรสำเร็จที่ “บิ๊กตู่” เรียนรู้มาในยุครัฐบาล คสช. แต่ที่เจอวันนี้แตกต่างเพราะ ครม.รัฐบาลผสมไม่ต่างจากชุมนุมมังกรซ่อนพยัคฆ์ กรงเล็บเขี้ยวงาโง้งในจุดที่ต่างประเมินว่ามีเวลาน้อย ต้องเร่งเครื่องทุกป้อมค่าย มีโอกาสบู๊ใส่กันทำเครื่องยนต์เรือเหล็กจังหวะสะดุดได้ตลอดและน่าจะจุกจิกหงุดหงิดยิ่งกว่ายุค คสช. ที่แม้จะเลี้ยงเสือแต่ก็กุมดาบอาญาสิทธิ์อำนาจพิเศษในมือนอกจากผู้นำมีโอกาสตบะแตกได้ง่าย ที่สำคัญงานนี้อาจต้องใช้เคล็ดวิชาตัวเบา ลอยตัวเหนือความขัดแย้ง แต่ก็ต้องถูลู่ถูกังกันไป และแน่นอนย่อมส่งผลต่อโจทย์ยากๆที่รอรัฐบาลแก้ไขงานบริหารตามเป้าหมาย ถึงขยับไปได้แต่ส่อไม่ไหลลื่น.ทีมข่าวการเมือง