ข้อเขียนใน “ปัญญาจักรวาล” (สำนักพิมพ์โอเพนบุ๊คส์ เคล็ดไทย จำหน่าย) ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เขียนด้วยภาษาร้อยแก้ว เนื้อหาปรัชญาลึกล้ำไพเราะกินใจ แต่ละคำแต่ละวรรคตอนยากจะย่อหรือขยายผมคงทำได้แค่เลือกคัด ตัดต่อ บางตอนที่ประทับใจเล่าสู่กันฟังพระเจ้าอโศกมหาราชทรงทำสงครามขยายราชอาณาจักรไปจน ครอบครอง อินเดีย เนปาล และอัฟกานิสถาน แต่ในสงครามที่แคว้นกาลิงกะ ซากศพทหารราษฎรที่เกลื่อนกลาด เลือดมนุษย์สดๆ สาดทาแผ่นดินพระองค์เกิดดวงตาเห็นธรรมฉับพลัน ตนเองเป็นใคร เกิดมาเพื่อกระทำสิ่งใดและต้องการมอบความหมายใดให้กับโลกเมื่อพบทางสายนั้น พระองค์จึงเริ่มแจกจ่ายความมั่งคั่งที่ได้มา ทั้งเยียวยาผู้ป่วยไข้ สร้างโรงพยาบาล สุขศาลา ปลูกต้นไม้ ขุดบ่อน้ำ สร้างเพิงพักคนเดินทางและสร้างงานอันยิ่งใหญ่คือ การส่งสมณทูตออกไปเผยแผ่พุทธศาสนาอันเป็นการสร้างปัญญาให้กับมนุษยชาติเมื่อบรรพบุรุษกระทำแต่คุณงามความดี ผลแห่งความดีนั้น ย่อมตกถึงลูกหลาน แม้พระโอรสนามพระมหินทระ และพระธิดานามสังฆมิตตาเถรี ก็ได้บวชในพระพุทธศาสนากลายเป็นผู้สถาปนาพุทธศาสนาในศรีลังกา อันเป็นที่มาของพุทธศาสนาในประเทศไทยที่เรียกว่า ลังกาวงศ์และเมื่อคณะสงฆ์ไทยกลับไปบวชพระให้ชาวลังกา จนศรีลังกามีศาสนาพุทธที่ขนานนามว่า สยามวงศ์นี่คงเป็นจุดเชื่อมต่อแห่งโพธิปัญญา จากพระพุทธเจ้า พระเจ้าอโศกมหาราช จากชาวศรีลังกา มาจนถึงชาวสยาม นี่คือความงดงามแห่งการหมุนของธรรมจักร ซึ่งทำงานสอดรับกับพลังงานแห่งจักรวาลนี่คือวิถีแห่งปราชญ์ทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นปรีชาญาณอันเลิศล้ำ และเป็นเครื่องตอกย้ำถึงเป้าหมายอันเรียบง่ายของชีวิต น่าเสียดายที่มนุษย์กลับหลงลืมสมดุลอันเรียบง่ายนี้จิตใจมนุษย์จึงมีแต่สงคราม ทั้งสงครามการเมือง การค้า การเจรจาธุรกิจ มนุษย์ทำสงครามกับราคาหุ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน กระทั่งราคาค่าเงิน มีความสุขกับการสร้างส่วนเกิน โดยไม่ตระหนักรู้ว่า เท่าที่มีอยู่ก็เกินพอเราจึงขอแสวงหาความมั่งคั่งต่อไป สะสมให้เพิ่มขึ้นเข้าไว้โดยแทบไม่เคยคิดแบ่งปันให้ผู้อื่นเราจึงกลายเป็นคนรวยที่สุดในหลุมฝังศพ รวยที่สุดในหน้านิตยสาร รวยที่สุดในตำนาน แต่จำนวนไม่น้อยกลับล้มละลายทางจิตวิญญาณ และไม่เคยพบพานความรักที่แท้จริงคนมีมาก ล้วนมีมากไป คนมีน้อยมากมาย จึงไม่เคยมีพอนี่จึงมิใช่วิถีที่สร้างสมดุลให้กับโลกและผู้ใด ดังที่คานธีได้กล่าวว่า“โลกมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับทุกคน แต่ไม่เพียงพอสำหรับคนโลภหนึ่งคน”แม้ราชอาณาจักรกว้างใหญ่ แม่ทัพขุนพลมากมาย แต่เมื่อผู้นำสิ้นบารมี อาณาจักรก็แทบจะล่มสลายในเวลาไม่นาน ราชวงศ์ฉินของฉินสื่อหวงตี้ ก็เป็นเช่นนั้นควันกระถางธูปหน้าหลุมศพยังไม่ทันจาง ราชวงศ์ฉินก็ต้องมาล้างไปพร้อมควันธูปสุมาอี้แทบจะเอาเท้าลูบหน้าทายาทโจโฉ เมื่อตระกูลโจล่มสลาย โจโฉต่อสู้มาแทบล้มประดาตาย แต่ต้องมาแพ้พ่ายในบั้นปลายให้แก่ตระกูลสุมาณ วินาทีที่ตระหนักรู้ เมื่อสงครามภายในจบ จึงไม่มีเหตุผลที่มนุษย์ผู้หนึ่งจะรบอีกต่อไปดังที่ปราชญ์เหล่าจื่อกล่าวว่า เมื่อรู้จักพอ ย่อมไม่พบจุดจบ เมื่อรู้จักหยุด ย่อมพ้นจากอันตรายนักการเมืองไทยอ่านปัญญาจักรวาลทั้งเล่ม เหนื่อยนัก ผมขอแนะนำให้อ่านวรรคท้ายของเหล่าจื่อเมื่อใดฝ่ายรัฐบาลรู้จักพอ ก็ย่อมไม่พบจุดจบ เมื่อใดฝ่ายค้านรู้จักหยุด ย่อมพ้นจากอันตราย...เมื่อนั้น ผู้คนในบ้านเมืองนั้น ก็จะเข้าใจความหมายลึกซึ้งของความสงบศานติ.กิเลน ประลองเชิง