คุมเข้มรัศมี 500 ม. อนค.ฟ้องจุลเจิม 700 ผบ.-โชว์พลัง ‘เสรีพิศุทธ์’ ไม่สนทษช.ลุ้นระทึก นัดรวมพลฟังศาล รธน.วินิจฉัยยุบพรรค “ศรีวราห์” จัดกำลังคุมเข้มรอบรัศมี 500 ม. ติดกล้องวงจรปิด 70 ตัวคลุมพื้นที่ บช.น.วางกำลังกว่า 1,500 นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ไว้รับสถานการณ์ฉุกเฉิน พปชร.เก้อ “บิ๊กตู่” ไม่ขึ้นเวทีีปราศรัยแล้ว เผยปิดห้องถกเครียด “3 ป-1 ส” “วิษณุ” ชี้ช่องเดินหาเสียงช่วยเนียนๆ “อุตตม” ยันขวัญกำลังใจยังดี “ชัชชาติ” ท้า “ลุงตู่” แน่จริงมาลงหาเสียงเต็มตัว ทีมพะเยาโวยแหลกทุจริตเลือกตั้งอื้อ แต่เจ้าหน้าที่ทำนิ่ง จี้ กกต.เร่งสอบสวนเอาผิด “เสรีพิศุทธ์” ไม่กังวล ผบ.ทบ.ฟ้อง ฮึ่มไล่เช็กบิลหลังเลือกตั้งจบ ผบ.มทบ.12 นำคู่กรณีแจ้งความเพิ่ม “บิ๊กแดง” เรียก 700 ผบ.หน่วยตบเท้าโชว์พลัง ด้าน อนค.-“ธนาธร” ยื่นฟ้อง “ม.จ.จุลเจิม” ฐานใส่ความเท็จ สำนักข่าวทีนิวส์โดนด้วย เชื่อหวังตัดแต้มช่วงโค้งท้าย อัยการส่งฟ้อง 9 แกนนำคนอยากเลือกตั้งทุกฝ่ายเกาะติดคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ หลังศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยวันที่ 7 มี.ค. ว่าจะส่งผลต่อทิศทางการเมืองในอนาคตอย่างไร เพราะกำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ทษช.นัดฟังตัดสินยุบพรรคเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ กรรมการบริหารรวมถึงแกนนำพรรคส่วนใหญ่จะไปร่วมรับฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญ โดยนัดหมายรวมตัวกันที่พรรคก่อนเดินทางไปพร้อมกัน โดยตัวแทนของพรรคที่จะเข้าร่วมรับฟังคำตัดสินจำนวน 6 คน ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหาร นายสุรชัย ชินชัย และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของพรรค โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค เดินทางไปร่วมกับคณะกรรมการบริหารด้วย ขณะที่ผู้สมัคร ส.ส. และสมาชิกพรรครอลุ้นฟังคำวินิจฉัยที่ทำการพรรค ย้ำอีกให้กองเชียร์ลุ้นที่บ้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ทวีตข้อความว่า พรุ่งนี้จะไปฟังคำตัดสินที่ศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียง พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรุ่งนี้ 7 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ เวลา 15.00 น. กรรมการบริหารพรรค แกนนำบางส่วนและทีมกฎหมายจะไปฟังที่ศาล แจ้งให้หัวหน้าทีมรณรงค์ทั้ง 7 ชุด บอกผู้สมัครทุกเขตและทีมงานติดตามข่าวสารที่บ้านหรือศูนย์ประสานงาน ช่วงเวลาอ่านคำวินิจฉัยจะไม่มีกิจกรรมรณรงค์ใดๆ สมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน ขอให้ติดตามข่าวที่บ้านเช่นเดียวกัน เพื่อ ความสะดวกเรียบร้อย และให้ความร่วมมือกับกระบวนการศาล “เรืองไกร” ยังอยาก ลต.24 มี.ค.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า จะเฝ้าติดตามผลวินิจฉัยอยู่ที่พรรค ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรไม่เดือดร้อน ยังจะทำหน้าที่ในการยื่นตรวจสอบต่อไป ได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็น ส.ส. สำหรับมวลชนที่นัดแนะอยากมาร่วมให้กำลังใจ พรรคไม่อยากให้เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะ ดูไม่เรียบร้อย กลัวจะมีเรื่องแทรกซ้อน ควรรอฟังผลที่บ้าน ทั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรอยากให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.เหมือนเดิมกลุ่มอยากเลือกตั้งนัดเที่ยงตรงนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ แกนนำกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง เปิดเผยว่า วันที่ 7 มี.ค. เวลาประมาณ 12.00 น. กลุ่มประชาชนคนอยากเลือกตั้งประมาณ 20-30 คน จะเดินทางมาร่วมรับฟังคำวินิจฉัยคดี กกต.ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยกลุ่มพวกคนจะนัดหมายใส่เสื้อสีเป็นสัญลักษณ์กลุ่มเท่านั้น แต่ไม่มีการถือป้ายข้อความใดๆ เพราะเกรงว่าจะเสี่ยงต่อการทำผิดละเมิดศาล “ศรีวราห์” จัดวางกำลังเข้มวันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีแผนรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ศาลรัฐธรรมนูญตามปกติ รวมถึงคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาใช้พื้นที่ และในส่วนที่มีคำสั่งหรือมีประกาศของศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลอย่างเต็มที่ ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุผิดปกติ ได้รับรายงานจากทางพื้นที่ยังไม่มีการขออนุญาตการชุมนุมบริเวณศาล ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย มีการเตรียมกำลังไว้เต็มที่ในการดูแลความสงบสุข ความปลอดภัย และความสะดวกของประชาชน ได้เตรียมพร้อมในทุกด้าน ทั้งสุนัขตำรวจ หน่วยอีโอดี แพทย์ และหน่วยบินตำรวจ ระดมดูความ เรียบร้อย มีการดูแลศาลรัฐธรรมนูญในรอบรัศมีระยะ 500 เมตร เอาแบบว่าปืนเอ็ม 79 ยิงไม่ถึงติดกล้อง 70 ตัวครอบคลุมพื้นที่พ.ต.ท.มานะ ปุยะกุล รอง ผกก.สส.บช.สทส. กล่าวว่า ตำรวจสื่อสารได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณลานด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ต่อเนื่องไปจนถึงอาคารของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามแนวถนนทางเข้าศูนย์ราชการ รวมทั้งหมด 70 ตัว สามารถเห็นครอบคลุมทุกพื้นที่ในบริเวณที่ บช.น.กำหนด และติดตั้งระบบวิทยุดิจิทัลให้กับหน่วยงานที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ติดตั้งระบบวิดีโอทางไกล เพื่อให้สามารถติดต่อกับ ศปก.ตร.ได้ตลอดเวลาวางกำลังกว่า 1 พันนายพร้อม ฮ.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญประกาศให้บริเวณที่ทำการศาลเป็นเขตอำนาจศาล กำหนดให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายเข้าไปฟังคำพิพากษาได้ฝ่ายละ 16 คน พร้อมทั้งจัดห้องให้สื่อมวลชนฟังคำวินิจฉัยผ่านการถ่ายทอดภาพทางโทรทัศน์ ทั้งนี้ ที่ทำการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช้พื้นที่ร่วมกันกับศาลฎีกา กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานอัยการสูงสุด กำหนดพื้นที่เพื่อไม่ให้กระทบกับหน่วยงานอื่น แบ่งเป็นพื้นที่เขตชั้นใน เป็นพื้นที่ของศาล นำเครื่องวอล์กทรูตรวจบุคคลเข้า-ออกอย่างเข้มงวด ขอความร่วมมือตรวจบัตรสื่อมวลชนที่จะเข้าพื้นที่ ส่วนประชาชนที่จะมาให้กำลังใจ จากการข่าวคาดว่าจะมาราว 200 คน ศาล อนุญาตให้อยู่บริเวณลานกลางศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ชั้น 1 พื้นที่เขตชั้นกลาง นอกเขตอำนาจศาล จะใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยจัดตั้งจุดสูงข่มวางกำลังบริเวณพื้นที่โดยรอบ ส่วนพื้นที่เขตชั้นนอก กำหนดตั้งจุดตรวจคอยดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 กองร้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและตำรวจนอกเครื่องแบบ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่อีโอดี และ สุนัขตำรวจรวมแล้วประมาณ 1,000 นาย โดยจะตรวจ สอบพื้นที่อย่างละเอียด ป้องกันเหตุจากผู้ที่ไม่หวังดี หรือมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ พร้อมทั้งสั่งให้จัดเตรียมพร้อมเฮลิคอปเตอร์ ไว้รองรับหากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงนำ “บิ๊กตู่” ย้ำทุกหน่วยเดินตามแผนเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวก่อนเปิดประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) และคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ครั้งที่ 1/2562 ว่า การจัดทำงบ ประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ต้องบริหารจัดการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้อย่างเหมาะสม ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการจัดหารายได้ของภาครัฐด้วย ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามแผนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามขั้นตอน อาจต้องใช้เวลาและทุกคนต้องช่วยกันอธิบายสังคมว่ารัฐบาลไม่สามารถทำทีเดียวได้ แต่ต้องทำต่อไป และจำเป็นต้องมีแผนแม่บท เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในระบบการเงินการคลังของประเทศไม่เกิดความเสียหาย พปชร.รอเก้อตู่ขอพักรักษาตาหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ ถึงความชัดเจนในการลงพื้นที่ช่วยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หาเสียงที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 10 มี.ค. ว่า “ไม่ได้ช่วยหาเสียงอะไรกับใคร ผมยังคงทำงานเหมือนเดิม” ก่อนยิ้มและทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ผู้สื่อข่าวแล้วเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากบุคคลใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ว่า วันที่ 10 มี.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยพรรคพลังประชารัฐ ที่ จ.นครราชสีมา และนายกฯยังไม่มีกำหนดลงพื้นที่ กทม. ขอพักรักษาตาให้หายเป็นปกติก่อน ส่วนหลังจากนี้ซึ่งเป็นโค้งสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะช่วยหาเสียงหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้งตามความเหมาะสม ขณะที่นายกฯยังคงต้องสวมแว่นกันแสงอยู่ เนื่องจากยังมีอาการอักเสบเล็กน้อย แพทย์ให้ใส่แว่นถนอมสายตาไประยะหนึ่งก่อน “วิษณุ” เอาอีกบอกหาเสียงได้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ยกเลิกการขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้พรรคพลังประชารัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาและป้องกันกระทำผิดกฎหมาย แต่ กกต.ตอบชัดเจนแล้วว่าสามารถช่วยหาเสียงได้ แต่ต้องระมัดระวัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 78 ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นปราศรัยโดยพูดในหลักเกณฑ์ไม่สุ่มเสี่ยงก็ไม่มีปัญหา แม้ไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัย พล.อ.ประยุทธ์ยังเดินทางไปพบปะประชาชนในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพลังประชารัฐได้ ถือว่าไปในนามพรรคการเมืองไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนายกฯ และต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้คุณให้โทษ ปกติทำได้เช่นนี้ไม่ได้ลำบากอะไร โดยลองใช้เกณฑ์มาตรฐานสมัยก่อนเช่นอดีตนายกฯคนอื่น เมื่อประกาศยุบสภาแล้วก็ลงไปหาเสียงเดินสายขึ้นเวที เพราะมาตรา 78 กฎหมาย ส.ส.เขียนมาเป็นสิบๆปีแล้ว และ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่ทั้งสมาชิกและผู้สมัคร ส.ส. แต่ กกต.ผ่อนปรนและชี้แนะวิธีแล้วว่าสามารถทำได้ในลักษณะเดียวกันในบางเรื่อง สุดท้ายจะตัดสินใจอย่างไรอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์อุ้ม “เทือก” ชูปกป้องสถาบันไม่ผิดนายวิษณุยังกล่าวถึงกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ชูประเด็นปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์หาเสียง ว่า พรรคการเมืองสามารถชูประเด็นเรื่องความจงรักภักดีและสิ่งที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ เหล่านี้ล้วนเป็นความรู้สึกที่อยู่ในใจทุกคนอยู่แล้ว และเป็นนโยบายหลักของทุกพรรคการเมือง แต่ถ้าไปบอกว่าพรรคการเมืองอื่นจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ตรงนี้เข้าข่ายและสุ่มเสี่ยงขัดกฎหมายเลือกตั้ง เชื่อว่าทุกอย่าง กกต.จับตาดูอยู่แล้ว“3ป.–1ส.” ปิดห้องถกเครียดขึ้นเวทีผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ช่วงพักเบรกประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปิดห้องหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พูดคุยฟังความเห็นเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจจะขึ้นเวทีช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงหรือไม่ เนื่องจากแม้แกนนำพรรคพลังประชารัฐหาเสียงกันอย่างหนัก แต่คะแนนนิยมยังเป็นรอง จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ หรือนายสมคิดไปช่วยหาเสียง แต่ด้วยข้อกฎหมายนายสมคิดไม่สามารถไปช่วยได้ แต่นายกฯเป็นแคนดิเดตฯของพรรคน่าจะทำได้ ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ทักท้วงไม่เห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเวที เพราะจะถูกรุมโจมตีทันที และก่อนหน้านี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้เตือนเรื่องข้อกฎหมายต้องระวังให้มาก ในการหารือได้เสนอว่าถ้าไม่ขึ้นเวที ก็ต้องเลือกใช้วิธีอื่นอย่างนายกฯไปลงพื้นที่เอง “อุตตม” ยันไม่กระทบกำลังใจช่วงบ่ายที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มีการประชุมกลุ่มยุทธศาสตร์การเลือกตั้งเพื่อหารือถึงการเปิดเวทีปราศรัย จะมีเวทีใหญ่ตั้งแต่วันที่ 9-10 มี.ค. เริ่มที่ จ.ขอนแก่น และนครราชสีมา ส่วนการปราศรัยจะมี พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้พิจารณาเอง เคารพการตัดสินใจของท่าน แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ขึ้นเวทีกับพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าพรรคจะเดินหน้าหาเสียงต่อไป เพราะวางแผนไว้แล้ว และจะไม่กระทบกับขวัญกำลังใจผู้สมัคร ยังมีแนวทางอื่นที่จะเสนอข้อมูลให้ประชาชนต่อไป การที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ไปร่วมหาเสียงด้วย ไม่ได้เป็นจุดอ่อน ประเด็นสำคัญคือพรรคอาสาทำงานให้ประเทศชาติ และขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะไว้ใจขนาดไหน ให้ทีม ก.ม.ดูช่องทางหาเสียงอื่นนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ทางพรรคกำลังหารือกับทีมงาน พล.อ.ประยุทธ์อย่างใกล้ชิด เพราะในหนังสือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีเงื่อนไขแนบท้าย ว่าต้องระมัดระวังเรื่องการเอื้อประโยชน์ และให้คุณให้โทษ ทีมกฎหมายพรรคกำลังพิจารณาอยู่ว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่สามารถช่วยพรรคหาเสียงได้ในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ประชาชนรับรู้ว่าท่านเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค และมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมนำพาประเทศไปสู่ความสงบมั่นคงได้ “สนธิรัตน์” ฟุ้งมีแผนสำรองรองรับช่วงเช้าที่สวนลุมพินี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. หาเสียง โดยเดินทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกาย มีผู้เข้ามาให้กำลังใจ พร้อมตะโกนเชียร์ขอให้ชนะการเลือกตั้ง นายสนธิรัตน์ยังได้ร่วมกิจกรรมรำพัด ตีแบดมินตัน รำไทเก๊ก และร่วมจิบน้ำชา กินไข่ต้ม พร้อมร่วมวงสนทนากับผู้ที่มาออกกำลังกาย นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เมื่อมีข้อท้วงติงเรื่องนายกฯ ที่จะขึ้นเวทีหาเสียงก็ต้องรับฟัง ต้องมาปรับกันใหม่โดยไม่สร้างความกังวลให้ พล.อ.ประยุทธ์ เรามีแผนหนึ่งสองสาม มีหลายวิธี ขณะที่เวทีปราศรัยใหญ่วันที่ 10 มี.ค. ที่ จ.นครราชสีมา เดินไปตามแผน อาจมีเซอร์ไพรส์ก็ได้ขอให้ติดตามดู “เจ๊หน่อย” ดันราคาอ้อยตันละพันที่ จ.หนองบัวลำภู คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรค ลงพื้นที่ช่วยนายสยาม หัตถสงเคราะห์ นายไชยา พรหมา นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู หาเสียงพบปะประชาชนชาวไร่อ้อย ที่ลานอ้อยวิรัชบ้านพรสวรรค์ บ้านป่าแดงงาม ต.กุดแห่ อ.นากลาง และที่บ้านนาวัง ต.นาแก อ.นาวัง เยี่ยมผู้ป่วยจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรเป็นโรคเนื้อเน่า คุณหญิงสุดารัตน์ รับปากว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกใช้และนำเข้าสารพาราควอต รวมทั้งสารอื่นๆที่เป็นอันตราย จะตั้งกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดินมีเงินตอบแทนเพื่อปลูกพืชที่ไม่ใช้สารพิษ ทำประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาหารปลอดภัย จะผลักดันราคาอ้อยไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อตัน จะออกเงินซื้ออุปกรณ์ให้เกษตรกรผ่อนคืนภายหลัง พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี จากนั้นได้ยกทีมเดินทางไปหาเสียงต่อที่ จ.ขอนแก่น “ชัชชาติ” ท้า “ลุงตู่” ลงพื้นที่จริงที่ตลาดบางขุนศรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ช่วยนายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัคร ส.ส. กทม.หาเสียง ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปลี่ยนใจไม่ขึ้นปราศรัยหาเสียงช่วยพรรคพลังประชารัฐ ว่าอยู่ที่วิจารณญานของแต่ละคนแต่หัวใจหลักของการลงพื้นที่คือได้สัมผัสกับปัญหา ให้ประชาชนซักถามวิธีการแก้ไข อยากให้ท่านลงมาสัมผัสกับประชาชนในพื้นที่จริงๆ จะได้รู้ว่าปัญหาคืออะไร ไม่ใช่คนที่จัดตั้งมา นี่คือเหตุผลของการมี ส.ส.เป็นผู้แทนประชาชน หากไม่ลงพื้นที่จริงจะไม่รู้ปัญหา ส่วนกรณีที่ กกต.เดินทางไปดูงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วยงบประมาณจำนวนมากนั้น อยากให้ กกต.ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ปัญหาเกี่ยวกับการเตรียมการเลือกตั้ง และการป้องกันการทุจริตอยู่ที่นี่เป็นเรื่องสำคัญ การเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศไปได้ แต่ขอให้ไปเท่าที่จำเป็น และในระยะเวลาที่จำกัดเมินโดนกีดกันใช้พื้นที่บางแห่งเมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่กำหนดเวทีปราศรัยใหญ่ปิดการหาเสียงใน กทม. นายชัชชาติตอบว่า เราคงมีจุดที่เหมาะสมตอนนี้เลือกกันอยู่ แต่ส่วนตัวมองว่าจุดปราศรัยไม่สำคัญ เพราะประชาชนสามารถฟังผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แต่ถึงอย่างไรเราก็อยากได้จุดที่เป็นสัญลักษณ์ และประชาชนเดินทางไปมาสะดวก ส่วนที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บางพื้นที่ปราศรัยนั้น เชื่อว่าความยุติธรรมประชาชนจะเห็นเอง แต่ไม่กังวลเพราะเรามีเทคโนโลยีที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกคน ทีมพะเยาโวยทุจริตเลือกตั้งอื้อที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบโกงการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นางอรุณี ชำนาญยา นายวิสุทธิ ไชยณรุณ และนายไพโรจน์ ตันบรรจง ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงกรณีพบการกระทำที่อาจเป็นการทุจริตการเลือกตั้งในพื้นที่ จ.พะเยา นางอรุณีกล่าวว่า มีตัวแทนบางพรรคนำสิ่งของ สาธารณูปโภคมอบให้ประชาชน เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ใน ต.แม่กา รวมถึงมีการก่อสร้างเมรุในอำเภอเมือง มูลค่า 8.5 แสนบาท และยังมีการรวบรวมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยสัญญาว่า จะนำหลักฐานเหล่านี้ส่งให้ กกต.กลางสืบสวนในทางลับต่อไปจี้ กกต.เร่งสอบสวนเอาผิดนายชูศักดิ์กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการให้ประโยชน์ทรัพย์สินจูงใจ เป็นการเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งตามกฎหมายใหม่ กกต.มีอำนาจสืบสวนสอบสวน และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งชั่วคราวในระยะเวลา 1 ปี หรือที่เรียกว่าใบส้มการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน กกต. และทุกพรรคต้องให้ความสนใจ ขอให้ กกต.เร่งดำเนินการสอบสวน ด้าน พล.ท.ภราดรกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมจะต่อสู้ในการเลือกตั้งครั้งนี้เต็มที่ ฝากให้เจ้าหน้าที่รัฐ และทุกพรรคยึดหลักดังกล่าวด้วย เพราะหากยึดหลักอื่นภายหลังการเลือกตั้งชีวิตจะไม่ราบรื่นนัก เพราะเรามีประชาชนคอยเป็นตาสับปะรดติดตาม หากมีการทุจริตเรามีพยานรวบรวมไว้หมดแฉเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่กล้าแตะต่อมาที่สำนักงาน กกต. นางอรุณี ชำนาญยา นายวิสุทธิ ไชยณรุณ และนายไพโรจน์ ตันบรรจง ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นร้องเรียนพร้อมนำเอกสารหลักฐานการกระทำที่อาจเข้าข่ายซื้อเสียงและผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. นางอรุณีกล่าวว่า อยากให้เร่ง กกต. ลงไประงับเหตุและตรวจสอบ เพราะประชาชนไม่กล้า เนื่องจากมีการข่มขู่ แจกเงินโจ๋งครึ่ม จนท.รัฐกลัวหัวหดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเอกสารร้องเรียนระบุว่า พบการเเจกเงินกระทำโดยเปิดเผยทั่วเขตเลือกตั้งที่ 1 เเต่ไม่มีผู้ใดกล้าเป็นพยานเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของผู้กระทำความผิด มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนมากคอยขุ่มขู่ คุกคาม เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ “จตุพร” เย้ยคนจับไต๋ได้หมดแล้วที่บ้านโคกสูง ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ช่วย พ.ต.อ.อุดร ชาญนุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น หาเสียง โดยนายจตุพรกล่าวปราศรัยว่า ชัดเจนแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนต้องเลือกข้างว่าจะเอาฝ่ายรัฐบาล คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ได้อำนาจมาแบบเผด็จการ หรือจะเลือกฝ่ายประชาธิปไตย ที่มีพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อธรรม หรือพรรคตระกูลเพื่อ ซึ่งเป็นแนวร่วมเดียวกันในฝ่ายประชาธิปไตย ถึงวันนั้นจะเป็นการนำ พล.อ.ประยุทธ์กลับบ้านไป ส่วนกรณี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียง ก็ไม่ทำให้คะแนนดีขึ้นนั้น แม้เวทีปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐจะมีคนเข้าร่วมมาก แต่ทุกคนในวงการเมืองรู้ว่าทุกคนมาด้วยเหตุผลอะไร ใช้กลไกอะไรบ้าง ตบตาคนอื่นได้แต่ตบตาคนการเมืองด้วยกันไม่ได้ หากพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ ส.ส.เป็นอันดับหนึ่ง คิดว่าจะกล้าชิงตั้งรัฐบาลก่อนหรือไม่นั้น ต้องขออธิบายเรื่องหลักคุณธรรมการยึดอำนาจถือเป็นการละเมิดคุณธรรมจริยธรรมทางการเมืองขั้นสูงสุด ทางการเมืองทุกคนรู้ว่าพรรคพลังประชารัฐไม่มีทางได้อันดับหนึ่ง ถ้ามั่นใจได้อันดับหนึ่งคงไม่ออกแบบให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่งตั้ง ส.ว. 250 คน ฉะนั้นอย่าถามหาความชอบธรรม “อภิสิทธิ์” หาเสียงชายแดนใต้ที่ จ.ยะลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้หาเสียงว่า ขอให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ในทุกจังหวัด เพื่อให้การทำงานแก้ปัญหามีเอกภาพ ทำงานเป็นทีม ถ้ามี ส.ส.และรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกันจะเป็นประโยชน์มาก พรรคประชาธิปัตย์กล้ายืนยันว่าเราเป็นรัฐบาลที่พูด และปฏิบัติในเรื่องการใช้การเมืองนำการทหาร สมัยเป็นนายกฯ พยายามดึงให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ผ่านบทบาท ศอบต. แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทุกอย่างกลับไปที่ฝ่ายความมั่นคง เช่น พยายามลดทอนบทบาท ศอ.บต. เพิ่มบทบาท กอ.รมน.ขึ้นมาแทน เราจะกลับไปใช้วิธีการให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ส่วนกระบวนการพูดคุยสันติภาพต้องเดินต่อแบบมีเป้าหมาย และคิดว่าเป็นทางออกคือ การกระจายอำนาจ ที่พรรคมีนโยบายให้เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศอยู่แล้ว มั่นใจว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะยกระดับราคายางพาราให้สูงขึ้นได้ โดยการประกันรายได้ยางพาราที่กิโลกรัมละ 60 บาท “นิพิฏฐ์” ยก “ชวน” คือเทพเจ้าด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เทพเจ้าในทางการเมือง” ลักษณะเปรียบเทียบที่ปรากฏภาพนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และอดีตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นั่งรถไฟจาก กทม.ไปหาเสียงที่ จ.ลำพูน เวลาเราเห็นผู้นำต่างชาติทำอะไรแบบคนธรรมดา เช่น เข้าแถวซื้อกาแฟ เราจะนิยมยกย่องบูชาเสียเลิศเลอ และพาลด่านักการเมืองของไทย ทั้งที่ นักการเมืองของไทยบางคนเป็นคนธรรมดา ติดดิน ซื่อสัตย์ สมถะมากกว่านัก การเมืองต่างชาติอีก แต่เรากลับมองข้าม คนไทยนี่ก็แปลกเห็นภาพอดีตนายกฯ 2 สมัยนั่งรอรถไฟไปหาเสียงที่ภาคเหนือ หากไม่สังเกตก็หารู้ไม่เสียดายยังไม่ได้ยินเสียงเยินยอจากคนไทยด้วยกัน แต่สำหรับตนแล้วท่านคือเทพเจ้าในทางการเมืองของตน “ชวน หลีกภัย” ถามหามาตรฐานของ กสทช.นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กสทช. กรณีไม่ดำเนินการปรับสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ฐานเอาเปรียบผู้บริโภคตามที่คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แจ้งไว้ เหตุใด พล.ท.พีระพงษไม่ดำเนินการเหมือนที่ทำกับบริษัทอื่น แต่กลับจะเสนอให้ตักเตือน และเว้นว่างการประชุมไปนาน หรือเป็นเพราะสถานีทีวีดังกล่าว มีผู้บริหารไปลง ส.ส.พรรค “ลุงตู่” ออกข่าวสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐใช้เวลานานเป็นพิเศษทุกวันใช่หรือไม่ แล้วทำไมกรณีสถานีวอยซ์ทีวี กสทช.ถึงให้จอดำ ขอถามว่า การทำงานของ กสทช.มีกี่มาตรฐานเป็นกลาง เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นมืออาชีพหรือไม่ จะไปยื่นเรื่องที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ให้ดำเนินการต่อไป “ชวน” ขึ้นเหนือหาเสียง อ.พร้าวที่ จ.เชียงใหม่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.กัลยา แก้วมา ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ หาเสียงที่ตลาดเทศบาลเวียงพร้าว อ.พร้าว มีพ่อค้าแม่ค้ารอมอบดอกไม้เป็นกำลังใจ นายชวนกล่าวปราศรัยว่า การเมืองปัจจุบันเป็นการเมืองธุรกิจ มีการซื้อเสียงกันเพื่อหวังผลประโยชน์ และซื้อตัวนักการเมือง นโยบายแก้จนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นทุนกู้ยืมทางการศึกษา และการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ราคาพืชผลการเกษตร และการท่องเที่ยว มุ่งเน้นสร้างคนสร้างชาติ ถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายกฯจะสามารถทำทั้งหมดได้เลย จากนั้นนายชวนขึ้นรถแห่ไปตามถนนสายต่างๆใน อ.พร้าว ก่อนที่จะเดินทางไปไหว้พระวัดธาตุดอยเวียงชัยมงคล ต.โหล่งขอด พระครูวรวรรณวิวัฒน์ เจ้าอาวาส ได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อพระเจ้ามหาจักรพรรดิกับภัยชัยมงคล พร้อมอวยพรให้นายชวน นำพรรคกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง “อนุทิน” ลั่นไม่เอาผู้นำเสียงน้อยขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เสียงตอบรับจากการลงพื้นที่หาเสียง ประชาชนตอบรับอย่างอบอุ่นเกินความคาดหมายในเรื่องนโยบาย ที่เน้นแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก ได้พบปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คือประชาชนหยิบแผ่นพับนโยบายมาอ่านอย่างละเอียด ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีอย่างหนึ่ง รวมทั้ง แสดงความชื่นชอบนโยบายของพรรคด้วย เมื่อถามว่า จากการแลกเปลี่ยนหารือกับทูตหลายประเทศ เขามองสถานการณ์การเมืองไทยอย่างไร นายอนุทินตอบว่า ทุกชาติเห็นตรงกันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง จึงจะยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม จ้องหน้าใครก็ไม่ต้องก้มหน้าหลบสายตา รัฐบาลจึงต้องมาจากเสียงประชาชน เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยถูกมองว่าใกล้ชิดกับทหาร รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ นายอนุทินตอบว่า ถ้าใกล้ชิดจริงทำไมจึงถูกด่าว่าเลอะเทอะ โดยเฉพาะนโยบายกัญชา เราหวังว่าจะได้ร่วมรัฐบาล แต่แคนดิเดตนายกฯที่จะสนับสนุน ต้องเป็น ส.ส.มาจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรยอมไม่ได้ให้ 250 ส.ว.มาบงการนายอนุทินกล่าวว่า เราไม่ยอมให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากประชาชน มาเป็นผู้กำหนด รับไม่ได้ที่จะให้คนที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเลือกนายกฯ และไม่เห็นด้วยกับการให้ 250 ส.ว.มาโหวตเลือกนายกฯ รวมถึงการเป็นนายกฯเสียงข้างน้อยที่มีคะแนนปริ่มๆ ประเทศจะเสียหาย คน 500 คนจะไปเดินตามคน 250 คนได้อย่างไร แต่คน 500 คนต้องเป็นผู้นำคน 250 คน พวกเขาเป็นตัวแทนของคนไทย ต้องมีเสียงดังและสิทธิที่มากกว่า เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ต่อกระแสข่าวที่ว่าหากมีบางคนไม่ชนะการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะได้ นายอนุทินตอบว่า คนตัดสินคือประชาชน คนสั่งการให้ใครเป็นอะไรคือประชาชน ใครจะมา T.K.O. (แพ้น็อก) หรือจะไปน็อกประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Be my guest (เชิญตามสบาย) ส่วนตนจะเป็นคนลอยอังคารให้ “สุวัจน์” ป๊ะขบวน พปชร.ที่ราชบุรีที่ จ.ราชบุรี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ช่วยผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรีของพรรคหาเสียง โดยทั้งหมดร่วมสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองราชบุรี พร้อมพบปะประชาชน จากนั้นพากันนั่งรถสามล้อข้ามสะพานดำ เดินตลาดสดเทศบาล และร่วมปั่นจักรยานสีส้มวนรอบอำเภอเมือง ระยะทาง 3.5 กม. ทักทายพี่น้องประชาชนริมทาง ทั้งนี้ ระหว่างเดินหาเสียงได้พบกับขบวนหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายมานิต นพอมรบดี อดีต รมช.สาธารณสุข และอดีต ส.ส.ราชบุรี โดยบังเอิญกลางตลาดสด โดยนายสุวัจน์รีบเดินไปทักทายทันที พร้อมกล่าวว่า “นี่ไงการเมือง ถึงอย่างไรก็เป็นเพื่อนกัน แม้จะอยู่ คนละพรรค” จากนั้นได้สวมกอดและจับมือพร้อมมอบดอกไม้ซึ่งกันและกัน “เสรีพิศุทธ์” ย้ำไม่กังวล ทบ.ฟ้องวันเดียวกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ตลาดนัมเบอร์วัน ย่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 ช่วยนายศตคุณ จูฑะพุทธิ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. หาเสียง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่ง แจ้งความเอาผิดกรณีดูหมิ่นเครื่องแบบทหาร และใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ทหาร ว่า ไม่มีปัญหาทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอน ไม่ได้รู้สึกกังวลใดๆ เรื่องเครื่องแบบทหารตนเป็นข้าราชการรู้ดีว่าต้องติดอย่างไรแบบใด ส่วนกรณีไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ทหารที่มาดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.ปราจีนบุรีนั้น ช่วงนี้เป็นช่วงหาเสียงตนมีสิทธิทำหน้าที่ของตน แต่การที่ทหารมาติดตามแบบนี้คิดว่าเป็นการคุกคาม แม้จะบอกกระทำแบบเรียบร้อย แต่ขอถามกลับว่าหากให้คนติดตามครอบครัวของคุณแบบนี้บ้าง จะคิดอย่างไรฮึ่มหลังเลือกตั้งจบไล่เช็กบิลพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวอีกว่า เดินหาเสียงทั่วประเทศไม่เคยมีปัญหากับทหาร บางพื้นที่ทหารเดินมาจับมือให้กำลังใจ แต่มาที่ จ.ปราจีนบุรี ถิ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กลับมีเรื่องคิดว่านี่คือการคุกคาม หากเลือกตั้งเสร็จแล้วจะไล่สอบสวนไปจนถึงคนที่มาสั่งฟ้องตน ว่าทำไมครอบครัวถึงร่ำรวยขนาดนี้ “ไม่ต้องห่วงครับ ขอให้เลือกผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทยให้มากๆ แล้วผมจะเข้าไปจัดการให้เอง ที่ผ่านมาเป็นเพราะคนไม่มีความตั้งใจที่จะจัดการ เลยไม่สำเร็จ แต่เสรีพิศุทธ์มาแล้ว ทุกอย่างต้องสำเร็จ ผมมาด้วยความมั่นใจ และตั้งใจมาก” “บิ๊กแดง” ไม่พูดฟ้อง “เสรีพิศุทธ์”ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา นปอ. ครบรอบ 27 ปี โดยอยู่ร่วมงาน 20 นาที แต่ไม่ได้อยู่ร่วมพิธีสงฆ์ และไม่อยู่ร่วมทานอาหารเช้ากับนายทหารระดับสูงด้วย มอบหมายให้ พล.อ.วรวิทย์ วรรธนะศักดิ์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นประธานพิธีแทน ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลที่ดูแลพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งว่า เป็นห่วงทั้งหมด เป็นห่วงกองทัพบก เป็นห่วงกำลังพลทุกคน แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณียื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เรียก 700 ผบ.หน่วยโชว์พลังผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 7 มี.ค. ที่กองบัญชา การกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เรียกประชุมหน่วยขึ้นตรง ทบ. วาระพิเศษ และประชุมผู้บังคับหน่วยระดับกองพันขึ้นไป ประกอบด้วย ผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกทั่วประเทศกว่า 700 นาย โดยนัดตั้งแถวเวลา 08.30 น. ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิติขจร เพื่อกล่าวคำปฏิญาณตนก่อนขึ้นประชุม โดยกำหนดคำปฏิญาณตนไว้ว่า “ข้าพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต” เพื่อแสดงออกถึงการทำหน้าที่ทหารในการรักษากองบัญชาการกองทัพบก ที่รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นองค์ผู้ก่อตั้ง ผบ.มทบ.12 นำคู่กรณีแจ้งความที่ จ.ปราจีนบุรี พ.ท.ปกิจ ผลฟัก ผบ.ร.รส.กกล.รส.จ.ปราจีนบุรี มทบ.12 พร้อมด้วย พล.ต.ชัยวัฒน์ บุญธรรมเจริญ ผบ.มทบ.12 เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.หญิง ธัญญารัตน์ วรรณพิรุณ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูถูกเหยียดหยามในขณะปฏิบัติหน้าที่ พ.ท.ปกิจกล่าวว่า ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อยประจำ จ.ปราจีนบุรี ช่วงนี้เป็นช่วงหาเสียงไม่ว่าพรรคใดเข้ามาหาเสียง ต้องมาดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว ที่มาแจ้งความเพราะถูกใช้ถ้อยคำที่ไม่ดี ต้องมาปกป้องศักดิ์ศรี ส่วนตัวไม่ได้ โกรธเพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ เป็นทหารถูกสอนให้มีระเบียบวินัยอนค.ยื่นฟ้อง “จุลเจิม” ใส่ความอีกเรื่องที่ศาลอาญา พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง ม.จ.จุลเจิม ยุคล อายุ 72 ปี ในฐานะเจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Chulcherm Yugala” เป็นจำเลยในฐานความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90, 326, 328 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (5) ประกอบมาตรา 159 กรณีเผยแพร่ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เป็นการใส่ความเผยแพร่สู่สาธารณชน มีข้อความทำนองว่านโยบายการเลือกตั้งมีเนื้อหาล้มล้างสถาบัน เป็นการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ส่งผลให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและรับทราบข้อความดังกล่าวได้ เป็นการจงใจ ทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงในหมู่ประชาชน ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่งผลให้ได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่น เกลียดชังในหมู่ประชาชนสำนักข่าวทีนิวส์ก็โดนด้วยในคำฟ้องยังระบุอีกว่า การกระทำของจำเลย ยังเป็นการจูงใจให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สำคัญผิดในนโยบายของพรรค และนายธนาธร ทั้งที่ไม่ได้มีนโยบายล้มล้างสถาบันตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เป็นการชี้นำให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ลงคะแนน เสียงเลือกตั้ง โดยศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.639/2562 เพื่อไต่สวนมูลโจทก์ในวันที่ 22 เม.ย. นอกจากนี้ยังได้ยื่นฟ้องนายเอกชัย เรืองฉาย อายุ 26 ปี ผู้เรียบเรียงข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ ในความผิดเดียวกัน จากกรณีที่ได้นำข้อความที่ ม.จ.จุลเจิมโพสต์ มาเรียบเรียงใหม่และเผยแพร่ ในเว็บไซต์สำนักข่าวทีนิวส์ ซึ่งศาลรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.640/ 2562 เพื่อไต่สวนมูลโจทก์ในวันที่ 29 เม.ย.ชี้ใส่ความเท็จหวังตัดแต้มโค้งท้ายน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า มายื่นฟ้อง 2 กรณี คือฟ้อง ม.จ.จุลเจิม ที่โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ส่วนคดีที่สอง ฟ้องบรรณาธิการสำนักข่าวทีนิวส์ ที่นำไปเผยแพร่ต่อ ในข้อหาหมิ่นประมาทเช่นเดียวกัน และทั้งสองกรณียังฟ้องในข้อหาใส่ร้ายด้วยความเท็จ เป็นการใช้ความเท็จจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เลือกพรรคอนาคตใหม่ เราไม่ได้ตั้งใจจะฟ้องร้องสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์พรรคอนาคตใหม่ ตลอด 10 เดือนที่เราก่อตั้งพรรคมา มีการวิพากษ์วิจารณ์พรรคต่อเนื่อง รุนแรงบ้างไม่รุนแรงบ้าง ความจริงบ้าง ความเท็จบ้าง เราไม่เคยดำเนินคดีใคร ยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นของทุกคน แต่กรณีนี้ที่ต้องฟ้องร้อง เพราะความเท็จนี้ถูกปล่อยอย่างเป็นระบบ เป็นขบวนการ ตั้งใจทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคในช่วงเลือกตั้ง และเราไม่ได้ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพราะจุดยืนของพรรคเห็นว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯถูกใช้เป็นกฎหมายปิดปาก พรรคยืนยันไม่หวั่นไหวต่อคดียุบพรรค คดีที่เกิดขึ้นขอให้ประชาชน ช่วยกันจับตามองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ เป็นการสกัดกั้นพรรคในช่วงโค้งสุดท้ายที่เห็นว่าประชาชนให้การตอบรับเราเป็นอย่างดีหรือไม่ ยืนยันว่าเราไม่กลัวการสกัดกั้นแบบนี้ เราจะต่อสู้กับการเมืองเก่าด้วยจุดยืนที่แน่วแน่ ด้วยประชาชนที่เคียงข้างเรา เพื่อเดินหน้าไปสู่ชัยชนะวันที่ 24 มี.ค.นี้ยื่นผู้ตรวจฯส่งตีความสถานะ“บิ๊กตู่”ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือถึงประธาน และกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อวินิจฉัยส่งเรื่องไปยังศาลปกครองให้วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ คสช. เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) บัญญัติห้ามไว้หรือไม่ มีข้อวิจารณ์และถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เพื่อความชัดเจนจึงสมควรได้รับการตีความ และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบคำสั่ง หรือการกระทำของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ที่รับรองให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ชอบด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากศาลปกครองวินิจฉัยแล้ว พบว่ามีข้อจำกัดใดๆ ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือศาลปกครอง ส่งข้อพิพาทดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปให้ข้อมูล กกต.ปมร้องยุบ อนค.ต่อมาที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณกล่าวภายหลังเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สืบสวน กกต. กรณียื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ อุปโลกน์ประวัติข้อมูลของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ว่าเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 สมัย ซึ่งไม่เป็นความจริง ว่า ได้ยื่นร้องเรียนนายธนาธรใน 3 สถานะ คือ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1 และแคนดิเดตนายกฯ โดยใช้หลักฐานตามที่พรรคอนาคตใหม่ลงเผยแพร่ในเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียต่างๆ หลังจากนี้ กกต.จะใช้ดุลพินิจ หรืออาจเรียกนายธนาธรเข้าชี้แจง เชื่อว่า กกต.จะเร่งดำเนินการให้รู้ผลก่อนการเลือกตั้ง ส่วนอีกประเด็นที่ยื่นร้องกรณีนายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค กกต.ยังไม่เรียกตนสอบ โดยแยกเป็นอีกสำนวนพลังปวงชนไทยยื่นขับผู้สมัครที่สำนักงาน กกต. นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ยื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อแจ้งมติคณะกรรมการบริหารพรรคให้นายสุบัน สุวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พ.ต.ท.หญิงศิวนาถ พวงแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม นายชัยพร ชัยฤทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช และ น.ส.อติกานต์ สัตย์แสง ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พ้นจากสมาชิกพรรค และพ้นจากการเป็นผู้สมัคร ส.ส. ทั้งนี้ จากที่บุคคลทั้ง 4 กล่าวหาพรรคหลอกลวงต้มตุ๋นว่าจะให้เงิน 2 ล้านบาท แต่พรรคไม่เคยตกลงจะให้เงิน 2 ล้านบาท และที่อ้างไม่มีเงินใช้หนี้แล้วมาร้อง กกต. ถือว่ากล่าวร้ายใส่พรรค ทำผิดจริยธรรมของพรรค จึงมีมติให้ออกจากพรรค รวมทั้งดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 4ด้วย “วิษณุ” เผย 9 มี.ค. รายชื่อ ส.ว.ถึง คสช.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการสรรหาวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหา ส.ว.ว่า กระบวนการสรรหา ส.ว. จะเสร็จภายในวันที่ 9 มี.ค. และจะประกาศหลังประกาศผลการเลือกตั้ง 3 วัน ทั้งนี้ การคัดเลือกจะไม่มีพูดคุยกับผู้ที่ถูกคัดเลือกก่อน โดยจะพิจารณาผู้ที่มีคุณสมบัติก่อน บางคนแม้วันนี้คุณสมบัติยังขาด แต่สามารถเป็น ส.ว.ได้ เช่น ข้าราชการสามารถนำชื่อมาก่อนได้ และสอบถามเจ้าตัวถ้าต้องการเป็น ส.ว. ก็ลาออกจากราชการ นอกจากนี้ยังต้องรอดูผลการเลือกตั้ง ส.ส.เพื่อพิจารณาชื่อจากคู่สมรสของผู้สมัครว่าได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดห้ามเป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. วันนี้จึงไม่ใช่การแต่งตั้งจริง จึงยังไม่มีการติดต่อกับเจ้าตัว เพราะไม่ใช่เป็นการรับสมัครชี้นักการเมือง–สนช.มีสิทธิทั่วหน้าเมื่อถามว่า คุณสมบัติ ส.ว. ที่ห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ไม่ได้ระบุเวลาว่าต้องพ้นสมาชิกพรรคมาแล้วเท่าไหร่ แสดงว่าสามารถลาออกจากสมาชิกพรรคมาเป็น ส.ว.ทันทีได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า สามารถลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองและถูกรับเลือกเป็น ส.ว.ได้ แต่สำหรับผู้ที่เคยเป็นกรรมการบริหารพรรค ต้องพ้นจากตำแหน่งไม่น้อยกว่า 5 ปีถึงจะเป็น ส.ว.ได้ การจะมีนักการเมืองเข้ามาเป็น ส.ว.ไม่ถือว่าแปลกประหลาดอะไรเช่นเดียวกับสมาชิก สนช. ต้องลาออกก่อนกระบวนการสรรหาแล้วเสร็จ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าผู้สมัคร ส.ส.ที่สอบตกสามารถลาออกจากพรรคมาเป็น ส.ว.ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่น่าทัน ถ้าไม่ได้อยู่ใน 400 ชื่อที่ถูกเลือกมาในลำดับแรก ไม่มีทางได้เป็น ส.ว.อยู่แล้ว และเมื่อเรารู้ว่าสมัคร ส.ส.แล้วจะยัดชื่อใส่เผื่อเป็น ส.ว.ทำไมเมินสังคมจับตาอุบชื่อ กก.ไม่โปร่งใสเมื่อถามว่า การไม่เปิดรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ทำให้ถูกมองว่าไม่โปร่งใสหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า สังคมมองเช่นนั้นได้ แต่ไม่ใช่ไม่โปร่งใส เพราะในที่สุดแล้วจะต้องมีการเปิดเผย เพียงแต่ไม่ใช่ตอนนี้ ดังนั้นจึงจะโปร่งใสเมื่อถึงเวลาหนึ่ง วันนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นเดียวกับการแต่งตั้งข้าราชการทหาร ตำรวจ ซึ่งเราไม่สามารถไปสอดรู้สอดเห็นได้ แต่เมื่อเสร็จแล้วจะเปิดเผยว่ามีกระบวนการอย่างไรล่าชื่อร้องศาล ปค.ทำขัด รธน.ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายพลภาขุน เศรษฐญาบดี ผู้ประสานงานคณะราษฎรไทยแห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ตรวจฯขอให้ตรวจสอบการตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แต่งตั้งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ กรรมการประกอบไปด้วย คสช.ทั้งหมด ถือว่าขาดความเป็นกลางทางการเมือง ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ทั้งรายชื่อของกรรมการที่ประกาศออกมามีความเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ และแคนดิเดตนายกฯของพรรค ขอเชิญชวนกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว.มาร่วมลงชื่อฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางในวันที่ 8 มี.ค.นี้ เวลา 10.00น.สภาป่วนต้านร่าง พ.ร.บ.อุทยานเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ วาระ 2-3 โดย สนช.อนุญาตให้ตัวแทนคณะทำงานประชาชนเพื่อการอนุรักษ์และสิทธิชุมชน ที่ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจำนวน 14 คน เข้าร่วมรับฟังในห้องประชุมเป็นเวลา 15 นาที ก่อนถูกเชิญให้ออกมารวมตัวกับกลุ่มที่เหลือรวม 30-40 คน อยู่บริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคารรัฐสภา นั่งประสานมือล้อมเป็นวงกลม ตะโกนขอให้สนช.หยุดการพิจารณา เนื่องจากไม่พอใจเพราะเข้าไปฟังการประชุมแต่ไม่สามารถเสนอความคิดเห็น หรือปรับเปลี่ยนแก้ไขเนื้อหาอะไรได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาตักเตือนให้งดการใช้เสียง กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมหยุด ในที่สุดต้องเข้าควบคุมตัวขึ้นรถตู้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปยังบริเวณข้างวัดเบญจมบพิตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชุมนุมอยู่ก่อนหน้าและอีกบางส่วนเดินออกจากอาคารรัฐสภาไปแต่โดยดี โดยไม่มีการแจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีใดๆอัยการฟ้อง 9 แกนนำคนอยากเลือกตั้งที่ศาลอาญา พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกาณฑ์ หรือศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายรังสิมันต์ โรม น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นายธนวัฒน์ พรหมจักร นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นายอานนท์ นำภา นายปกรณ์ อารีกุล และ น.ส.ศรีไพร นนทรีย์ แกนนำคนอยากเลือกตั้งชุด ARMY57 เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงมาตรา 4 วรรคแรก พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะมาตรา 15, 16 และ พ.ร.บ.การจราจรทางบกมาตรา 108, 114 โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.649/2562 และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 13 พ.ค. ขณะที่จำเลยทั้ง 9 คน ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ “รังสิมันต์” มั่นใจได้รับความยุติธรรมนายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมาพบอัยการเพื่อส่งตัวฟ้องเกือบทุกคน ขาดเพียงนายเอกชัย หงส์กังวาน เราพยายามใช้กระบวนการทางศาลต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ยิ่งช่วงใกล้จะถึงวันเลือกตั้ง บรรยากาศก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ความจริงหวังว่าจะยกฟ้องด้วยซ้ำ เพราะสาเหตุที่พวกเราถูกดำเนินคดีมาจากการออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ถ้ามีการดำเนินคดีอาจจะถูกมองหรือถูกตำหนิจากนานาประเทศได้ คาดหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะปลดปล่อยพวกเราจากพันธนาการ ส่วนอีก 5 คดีที่ตนถูกดำเนินคดีนั้นคงใช้เวลาหลังจากพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว ต้องไปดูว่าผลจากคำพิพากษาของศาลจะว่าอย่างไร แต่ที่ผ่านมาพวกเราบริสุทธิ์ใจ การชุมนุมไม่ได้ไปกระทบกระทั่งหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ใคร ดังนั้นเชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรมอ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562