พท.แฉอีกดูดเกรดเอหัวละ 30 ล้าน ถ้ามาแบบเหล้าพ่วงเบียร์จัดออปชันเพิ่มให้ 100 ล้าน แต่หาก ดื้อดึงแข็งขืนเจอข่มขู่เช้าเย็น วันดีคืนดีมีหมายมาแปะถึงฝาบ้าน ยังมั่นใจพลังประชาชนจะชนะพลังดูด ชาวบ้านไม่เลือก ส.ส. สืบทอดรัฐประหาร ผบ.ทบ.ปัดข่าวเดินสายดูด “วัชระ” ชี้ “สมคิด” หวังเป็นนายกฯส้มหล่น “วิษณุ” แจงเดินสาย หาสมาชิกพรรคไม่ผิด เป็นการวางแผนล่วงหน้าพรรคการเมืองยังหยิบยกเป็นประเด็นโจมตีไม่หยุดหย่อน สำหรับกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ และกลุ่มสามมิตร ที่สนับสนุนรัฐบาล คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ให้เป็นนายกฯต่อไป หลังแฉปฏิบัติการกวาดต้อนอดีต ส.ส. ล่าสุด ปูดตัวเลขซื้อตัวหลายสิบล้านบาทพท.แฉดูดเกรดเอ 30 ล้านแถมออปชันเมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ตามกระแสข่าวนายทหารชั้นผู้ใหญ่เดินสายติดต่ออดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เพื่อไปหารือกับแกนนำ คสช.ที่ กทม.นั้น จนถึงขณะนี้ก็ยังมีความพยายามไม่เลิก นอกจากจะใช้ให้อดีต ส.ส.ที่คิดจะย้ายออกไปโทรศัพท์มาชักชวนแล้ว ยังคงมีการใช้ระดับแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพน้อยติดต่อและประสานกับอดีต ส.ส.นครราชสีมาของพรรคอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสนอค่าตอบแทนให้จำนวนมาก แว่วว่าถ้าเป็น ส.ส.เกรดเอจะได้ 30 ล้านบาท แต่ถ้ามาเป็นพวงก็อาจได้ถึง 100 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้มาร่วมกันแบ่งเขตเลือกตั้งได้เอง การันตีว่าไม่มีแพ้ดื้อดึงไม่ไปเจอข่มขู่เช้าเย็นนายอนุสรณ์กล่าวว่า ส่วนอดีต ส.ส.ที่ไม่คิดจะย้ายออกไปจากพรรคเพื่อไทย ก็มีการใช้วิธีโทรศัพท์กดดันเขาเช้าเย็น แถมข่มขู่ว่าถ้าไม่ย้ายออกมาจะมีปัญหา อ้างว่าขนาดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังโดนดำเนินคดีจำนวนมาก แต่ไม่มีใครกลัว ยิ่งเอาแกนนำ คสช.มาอ้างด้วยยิ่งไม่มีใครกลัว ทุกคนตัวเท่ากันหมด ส่วนที่บอกว่าจะมีคลิปแฉนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้มีการถ่ายหรืออัดคลิปไว้ หากพูดกันรู้เรื่องก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าผู้มีอำนาจยังไม่หยุดใช้วิธีรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของอดีต ส.ส.ของพรรค ก็อาจจะมีคลิปเสียงออกมา และถ้าพวกท่านยังไม่เลิก ก็อาจจะมีคลิปภาพตามมาอีกด้วยวันดีคืนดีมีหมายมาแปะฝาบ้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรค เพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่ออยู่ในอำนาจต่อ ทั้งการเขียนกติกาเอื้อให้กับกลุ่มคนที่จะเข้ามาสนับสนุนตัวเองให้ได้เป็นรัฐบาลต่อ ใช้การลงพื้นที่ของนายกฯ ในการหาเสียงโน้มน้าวใจประชาชน ให้นโยบายต่างๆ เพื่อสร้างคะแนนให้ตัวเอง โดยเฉพาะโครงการประชารัฐ และยังใช้ชื่อโครงการของรัฐไปตั้งพรรคการเมืองที่จะหนุนตัวเองเข้ามามีอำนาจอีก ยิ่งตอนนี้กระแสดูดอดีต ส.ส.เข้าพรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการยิ่งรุนแรง ใช้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งสีกากี และ สีเขียวไปโน้มน้าว อดีต ส.ส. ใครไม่ยอมก็ข่มขู่ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมาถึงขั้นมีคำพูดกับคนที่ไม่ยอมเข้าร่วมว่า “เดี๋ยวได้เจอดีกัน” หลังจากนั้นสองสามวันก็มีหมายมาที่บ้านใครไม่ยอมเข้าร่วมแล้วมีคดีอะไรติดตัวจะเจอเช่นนี้กันหมด วันนี้ประชาชนทั่วประเทศกำลังลำบากเพราะราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำเพราะการบริหารงานของท่านแบบนี้แล้วท่านยังจะอยากอยู่ในอำนาจต่ออีกหรือ แล้วประชาชนจะได้อะไร มั่นใจพลังประชาชนชนะพลังดูดนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ภาพผู้มี อำนาจวางกลไกต่างๆเพื่ออยู่ในอำนาจต่อยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องกติกาที่เขียนอย่างซับซ้อนเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจเอง กลไกการเมืองมีการตั้งพรรครองรับสนับสนุน และร่วมกับกลุ่มการเมืองดูดอดีต ส.ส.ผ่านหลายช่องทาง โดยมีทั้งข้อเสนอ ต่อรอง กดดันในรูปแบบต่างๆ สิ่งที่ผู้มีอำนาจดำเนินการมาตลอด 4 ปี ประชาชนรับรู้ว่าจริงๆแล้วทำเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างที่กล่าวอ้างมาตลอดหรือไม่ และแม้จะมีการประกาศการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วสุดเดือน ก.พ.62 แต่วันนี้ยังไม่มีการปลดล็อกพรรคการเมือง แต่กลับให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มเดินสายดูด ส.ส.เพื่อให้มาสนับสนุนตนเอง แต่เชื่อว่า ส.ส.หลายคน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยไม่หวั่นไหว เพราะล้วนมาจากประชาชน ได้ยินเสียงของประชาชนแต่ละพื้นที่สะท้อนว่าอย่างไร สิ่งที่จะชนะพลังดูดได้ก็คือพลังประชาชน แม้เขาจะวางกลไกได้ทุกอย่าง แต่เชื่อว่าหากมีการเลือกตั้ง กลไกต่างๆที่ผู้มีอำนาจสร้างไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ จะถูกทำลายลง ไม่ใช่ด้วยนักการเมือง แต่คนที่จะมาทำลายคือเสียงของประชาชนที่รักประชาธิปไตยคนไม่เลือก ส.ส.สืบทอดรัฐประหารนายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เข้าพบแกนนำ คสช.วันที่ 5 มิ.ย. ว่า ทราบข่าวดังกล่าว แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่ามีใครไปบ้าง หรือพูดคุยอะไรกัน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าการเป็นผู้แทนราษฎรต้องรับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้ผู้มีอำนาจ และยังเชื่อด้วยว่าประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการประชาธิปไตย คงไม่ยอมเลือก ส.ส.ที่เป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร เมื่อถามถึงกรณีนายภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกกลุ่มสามมิตร มั่นใจพรรคพลังประชารัฐจะชนะการเลือกตั้ง นายโกศลตอบว่า ถ้าใครรู้จักนายภิรมย์จะรู้ว่าคำพูดนายภิรมย์เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนหน้านี้นายภิรมย์เคยลงสมัคร ส.ส.แข่งกับตนมาสองครั้งก็ไม่เคยชนะ ต่อให้ไปอยู่พรรคพลังประชารัฐก็ไม่กลัว และยังมั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย เชื่อในนโยบายที่สร้างประโยชน์ให้ประชาชนมาโดยตลอด จึงเป็นไปไม่ได้ที่พรรคพลังประชารัฐจะชนะเลือกตั้งตามที่นายภิรมย์กล่าวอ้างเผยเกมกล่อมอดีต ส.ส.ซบ พปชร.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวการดึงตัวอดีต ส.ส.นครราชสีมา เข้าพรรคพลังประชารัฐ เมื่อเวลาประมาณ 16.45 น. ของวันที่ 5 มิ.ย. แกนนำ คสช.ได้เรียกกลุ่มอดีต ส.ส.นครราชสีมาที่นำโดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เข้าพบที่บ้านพักในค่ายทหารย่านถนนวิภาวดีรังสิต โดยแกนนำ คสช.โน้มน้าว เกลี้ยกล่อมกลุ่มอดีต ส.ส.ที่ยังแบ่งรับแบ่งสู้ให้เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ โดยชี้แจงถึงปัจจัยอัดฉีดต่างๆ พร้อมความมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง ได้ เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และอดีต ส.ส.ที่มาร่วมจะได้เป็น ส.ส.กันอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการจัดวางตัวผู้สมัครในนามพรรคพลังประชารัฐด้วย “บิ๊กเจี๊ยบ” ปัดเคลื่อนไหวเดินสายดูดที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยอ้างถึง นายทหารระดับสูงสังกัดกองทัพบก เคลื่อนไหวดึงนักการเมืองจังหวัดนครราชสีมามาร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า ตนไม่ทราบ โดยปกติทางทหารก็ไม่มีใครทำเช่นนั้นอยู่แล้ว เชื่อว่านายทหารในราชการไม่มีการไปเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะเป็นนโยบายของกองทัพ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ ถ้ามีตนก็ต้องปรามและในการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวันนี้ได้สั่งการไปว่า ทหารต้องอยู่ในจุดที่เหมาะสมในการทำหน้าที่“วัชระ” ชี้ “สมคิด” หวังนายกฯส้มหล่นนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ระบุไม่รู้เรื่องพลังดูดของกลุ่มสามมิตรว่า นายสมคิดสมคบคิดกับกลุ่มนักการเมืองเก่าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เคยด่าเช้าเย็นเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองตามที่ตนเคยเปิดเผยไว้เมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นปฏิเสธกันพัลวัน อ้างว่าข้อมูลผิดบ้าง นายสมคิดแก่แล้วบ้าง แต่กิเลสความหลงในอำนาจ บัดนี้เป็นอย่างไร นอกจากเป็นรองนายกฯแล้วยังถูกตั้งเป็นสมาชิก คสช.อีก มีอำนาจล้นเกินพิกัด จึงอยากสืบทอดอำนาจเพื่อตนและพวกพ้อง ทั้งแอบจัดตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาลและใช้กระทรวงพาณิชย์เป็นสถานที่ประชุมต่อเนื่องเพื่อสืบทอดอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯต่อไปเรื่อยๆ มีการจัดการและระดมทุนมหาศาลอย่างที่ตนเคยกล่าวเตือนไว้ โดยนายสมคิดแอบคิดอยู่ลึกๆ ว่าหากวันใด พล.อ.ประยุทธ์พลาดพลั้งไปต่อไม่ได้ ก็อาจมีส้มหล่นได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทนทหารก็ได้ ขณะนี้มีรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ขยันเดินสายดูดนักการเมืองทุกวัน ล้วนเกิดจากการสั่งการของนายสมคิดทั้งสิ้น “วิษณุ” แจงเดินหาสมาชิกไม่ผิดที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทย ระบุมีคลิปการดูดอดีต ส.ส.เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ โดยเสนอผลประโยชน์ว่า ไม่ทราบ ไม่เกี่ยว ตอบไม่ถูก ไม่รู้เรื่อง และไม่รู้จักพรรคพลังประชารัฐ เมื่อถามว่า การเดินสายหาสมาชิกพรรคการเมืองขณะนี้ ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า จริงๆ แล้วทุกพรรคสามารถทำได้ ไม่มีอะไรผิดปกติ กระบวนการหาสมาชิกไม่ได้ยุ่งยาก เดินคุยกันก็ไม่มีปัญหา แต่ที่บอกว่าพรรคการเมืองหาสมาชิกไม่ได้ หมายถึงนำมาสู่การรับจดทะเบียนเป็นสมาชิก ซึ่งตรงนั้นต้องประชุมใหญ่พรรค วันนี้เขาประชุมไม่ได้จึงมีปัญหา ถ้าจะหาเตรียมไว้มันหาได้ ไม่เช่นนั้นจะจดทะเบียนตั้งพรรคได้อย่างไร พรรคที่ไปจองชื่อก็ต้องมีว่าที่สมาชิก แล้วจะมาจากไหนหากไม่เดินหากัน เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าการชวนมาร่วมพรรคตามธรรมดาถือว่าไม่ผิด นายวิษณุตอบว่า “ผมไม่ได้ตอบถึงขนาดนั้น ผมบอกว่าหากคุณทำลักษณะเหมือนสมาคมปกติ มันไม่แปลกอะไร เราสนับสนุนให้ทำด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดพรรคการเมืองขึ้นได้อย่างไร”ขึ้นเงินเดือนไม่มีอะไรประหลาดนายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และองค์กรอิสระว่า เรื่องดังกล่าวหากเข้าสู่สภา ก็คงอธิบายให้ฟังได้ อย่างกรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ (กสม.)ได้มีการจ่ายเงินเดือนย้อนหลังไปถึงปี 49 ซึ่งในช่วงเวลานั้นได้มีการปรับเงินเดือนให้กับข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และพลเรือน ศาล อัยการไปแล้ว แต่ กสม.คือข้าราชการที่ตกสำรวจในเวลานั้น จึงต้องย้อนให้เขาเป็นพิเศษกว่าคนอื่น อย่างไรก็ตาม เงินเราได้จัดให้เขาแล้ว เพียงแต่ยังไม่สามารถใช้เงินนั้นได้ เพราะติดที่กฎหมาย และเทคนิคนิดเดียว ทำให้ยังไม่สามารถจัดเงินนั้นให้เขาได้ ครั้งนี้จึงจำเป็นต้องทำให้เขา และทำอย่างตรงไปตรงมา และเป็นธรรม ตามที่ทุกคนได้ประโยชน์ เรื่องชี้แจงได้ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ หรือประหลาด เป็นเรื่องธรรมดา ไม่อย่างนั้นถ้าจะย้อนกันส่งเดช ทำไมไม่ย้อนไปให้ไกล หรือสั้นกว่านั้นสนช.ผ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐสภา มีการประชุม สนช. พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 ที่ ครม.เป็นผู้เสนอ ซึ่งบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างราบเรียบ สำหรับเนื้อหาร่างยุทธศาสตร์ มี 6 ด้านโดยไม่เปลี่ยนแปลงจากร่างเดิม อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงมีเป้าหมายคือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข ปลอดภัย ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ต้องพร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างจิตสำนึกไม่ยอมรับการทุจริต ภายหลังใช้เวลาอภิปราย 1 ชั่วโมง สนช.จึงมีมติเอกฉันท์ 179 ต่อ 0 เห็นชอบกับร่างยุทธศาสตร์ชาติฯ ขั้นตอนต่อไปนายกฯจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลฯภายใน 20 วัน เพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติ อันจะมีผลใช้บังคับเป็นระยะเวลา 20 ปี เสื้อแดงแห่รับ “ขวัญชัย” พ้นคุกวันเดียวกัน ที่ จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 08.00 น. นายขวัญชัย สาราคำ อายุ 64 ปี ประธานชมรมคนรักอุดร พ้นโทษคดีทำร้ายร่างกายพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จ.อุดรธานี ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี โดยนายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย และนักการเมืองท้องถิ่น คนเสื้อแดงจำนวนมากที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาต้อนรับที่สถานีวิทยุชุมชนคนรักอุดร 97.5 เมกะเฮิรตซ์ อ.เมืองอุดรธานี ด้วยการผูกข้อมือเรียกขวัญ ซึ่งนายขวัญชัยมีหน้าตาสดใส สุขภาพแข็งแรง มีนางอาภรณ์ สาราคำ ภริยา นั่งเคียงข้างด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โดยนายขวัญชัยกล่าวว่า ดีใจที่มีพี่น้องมาต้อนรับจำนวนมาก ตนอยู่ในเรือนจำ 2 ปีเต็ม วันนี้ของดพูดเรื่องการเมืองเพราะยังไม่มีแผนเกี่ยวกับการเมือง ขอรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังจากการถูกยิงให้หายดีก่อน เพราะแขนซ้ายยังสั่น เมื่อถึงฤดูกาลเลือกตั้งค่อยว่ากันใหม่ ต่อมาเวลา 12.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นายเวียง วรเชษฐ์ และ นายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี เดินทางมาต้อนรับนายขวัญชัยด้วย พร้อมพูดว่าวันนี้มาให้กำลังใจ ไม่ได้มาเรื่องอื่นออกหมายจับ 2 จำเลยจำนำข้าวที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดพิจารณาสอบคำให้การกรณีอัยการสูงสุดฟ้อง พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ และนายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ สืบเนื่องจากก่อนนี้อัยการฟ้องนายภูมิ สาระผล อดีต รมว.พาณิชย์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับพวก แต่จำเลย 2 คนนี้หลบหนีการพิจารณา จึงต้องยกคดีขึ้นศาลอีกครั้งโดยไม่มีตัวจำเลยตามกฎหมายใหม่ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยไม่มาศาล จึงออกหมายจับและนัดตรวจพยานหลักฐานต่อไปในวันที่ 26 ต.ค.2561