เลี่ยงถูกเหน็บแนมว่าโหนกระแสทีมหมูป่าฯตามกระแสข่าวที่ทีมงานเสนอให้ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ยกเลิกการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดเชียงรายในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ไปจัดที่จังหวัดน่านแทนแต่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันโปรแกรมที่เชียงรายเหมือนเดิม เพราะกำหนดคิวไว้แล้วตามแนวโน้มสถานการณ์ที่เห็นได้เลยว่า มาถึงนาทีนี้ทีมงานการเมืองของ “นายกฯลุงตู่” ให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสมากเป็นพิเศษ ประเมินทิศทางลมตลอดเวลาในจังหวะที่รัฐบาล “ลุงตู่” กำลังตุนแต้มบวกจากปฏิบัติการช่วย 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าฯ สอบผ่านเชิงบริหารภายใต้สภาวการณ์วิกฤติที่คนทั้งประเทศไทยและทั่วโลกจับตา (ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ถ้ำหลวงเชียงราย)ถ้าพลาดโดนด่า กระแสดีดกลับมันไม่คุ้มนี่แหละคือมุมในแบบฉบับของนักการเมืองอาชีพ โดยวิสัยของคนเตรียมตัวลงสนามเลือกตั้งจะต้องให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์บริหารกระแสแบบนี้ที่แน่ๆเริ่มปักหลัก ตั้งรับแรงกระแทกทางการเมืองแบบมีลีลาจับทางจากที่ “นายกฯลุงตู่” ตีกรรเชียงตอบกรณีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยโจมตีและเรียกร้องให้ตรวจสอบ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่โยงกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มสามมิตรที่ประกาศสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐจะโจมตีตนเองเรื่องอะไร ในเมื่อพรรคพลังประชารัฐยังไม่ประกาศออกมาเลย เป็นเพียงการจองชื่อไว้เฉยๆ การพูดคุยในวันนี้ถือว่ามีอิสระเสรีมากพอสมควร ไม่ว่าใครก็ตาม เขาก็มีการพูดคุยกันตลอด จะให้แต่นักการเมืองคุยกันข้างเดียวหรือการดำเนินการอย่ามองว่าได้เปรียบเสียเปรียบอะไร เพราะประชาชนเป็นผู้ตัดสินสถานการณ์ถึงจุดที่ “บิ๊กตู่” ไม่แคร์ที่ถูกนักการเมืองรุมถล่มให้ท้ายยี่ห้อพลังประชารัฐแถมยังมีเหลี่ยมออกตัวจงใจตอกย้ำชัดๆ แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเองเลยว่า หลายคนบอกโครงการไทยนิยม โครงการประชารัฐได้เปรียบทั้งๆที่โครงการนี้เกิดมานานแล้ว ไม่ใช่เป็นโครงการหรือการทำงานที่จะมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง แต่ต้องการที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทั้งจังหวัด อำเภอ ตำบล ให้งบประมาณไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลา 3-4 ปี และปีนี้ก็ต้องลงอีกครั้งปูทางนำร่องรายการอัดฉีดเพิ่มโครงการไทยนิยม ลดแลกแจกแถมสินค้ายี่ห้อ “ประชารัฐ”ใช้งบหลวงมัดจำแต้มความนิยมกับชาวบ้านแบบเนียนๆเลียนแบบมุกเดียวกับที่ยี่ห้อ “ทักษิณ ชินวัตร” เคยทำยังไงยังงั้นสอดรับกับข่าววงใน แว่วๆทีมงาน “สามมิตร” อย่าง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน” แสดงความมั่นใจในยุทธศาสตร์ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วสมัยพรรคไทยรักไทย ที่มีคนชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นหลักในทีมคิดนโยบายกวาดแต้มถล่มทลายแค่ปรับจากยี่ห้อ “ประชานิยม” เป็นแบรนด์ “ประชารัฐ”นโยบายกระตุ้นปากท้องโดยยี่ห้อ “นายกฯลุงตู่” รายการลดแลกแจกแถมชาวบ้านฐานราก จัดหนักแน่ขอเวลาแค่ 3 เดือนก่อนเลือกตั้งเท่านั้นฐานลูกค้าจากยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่แน่นๆ แกว่งแน่และคงไม่ใช่แค่ราคาคุย หรือการปั่นราคาของยี่ห้อ “สามมิตร”ตามปรากฏการณ์สะท้อนจากอาการนั่งไม่ติดของเครือข่าย “ทักษิณ” ที่ตีฆ้องร้องป่าวโหมตีปี๊บประจาน ดักคอดักทาง “บิ๊กตู่” ที่หลิ่วตาให้ทีมงานสามมิตรเดินสายดูด ส.ส. ถึงขั้นยื่นร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ “ทำแท้ง” พรรคพลังประชารัฐฟ้องกันด้วยหลักฐานลอยๆ อ้างข้อความแชตในไลน์มาตีกินเป็นข่าวเป้าหมายจริงคือเขย่าปมสองมาตรฐาน เขี่ยเชื้อไฟกองเชียร์ฝ่ายต้าน คสช.ลึกๆเพื่อไทยส่ออาการแหยง “เลือดไหลไม่หยุด”ที่แน่ๆสถานการณ์นับแต่นี้ไป คนพรรคเพื่อไทยต้องเจอเหลี่ยมของพวก “เป็นมวย” การเมืองด้วยกันชั้นเชิงของอดีตมวยค่ายเดียวกันเองที่รู้เหลี่ยมรู้ทางกันดีสถานการณ์เข้าสู่โหมดงานโหดและหิน ไม่ง่ายเหมือนล่อเป้าทหาร ยั่วจุดเดือด “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ให้หลุดเสียอาการ พาลรุมกระแทกทีม “สมคิด” ที่แรงเสียดทานทางการเมืองต่ำที่สำคัญแถมเทียบฟอร์มเครือข่าย “สามมิตร” ที่เป็นมวยรุ่นใหญ่เขี้ยวกว่า “นกแล” ของ “นายใหญ่” เยอะ.ทีมข่าวการเมือง