นิทานจีนที่หงอิ้งหมิง คนสมัยราชวงศ์หมิง เขียนเก็บไว้ในหีบพระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง ไม่ใช่มีแค่หนอนสองปาก แย่งกินอาหารกัดกันจนตายเท่านั้น ยังมีหนอน “ขาเดียว” อีกพันธุ์หนึ่งหนอนขาเดียวในนิทาน มีธรรมชาติอยู่นิ่งกับที่ วันหนึ่งมันพูดกับสัตว์ที่มีหลายขาว่า “ถ้าข้ามีหลายขาเหมือนพวกเจ้า ข้าก็จะสามารถไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ”แต่ลับตาหนอนขาเดียว สัตว์หลายขาไปเจองู มันกลับอิจฉางู มันบอกงู “ข้ามีขามาก แต่ก็เคลื่อนไหวได้เร็วสู้เจ้าซึ่งไม่มีขาไม่ได้” งูกลับไม่พอใจความเร็วของมันเอง มันตัดพ้อกับลมที่พัดผ่าน“ข้าไม่มีขาเหมือนเจ้า แต่เร็วสู้เจ้าไม่ได้ ชั่วพริบตาเดียว เจ้าก็พัดจากทะเลเหนือไปถึงทะเลใต้ โดยหาร่องรอยไม่เจอ ข้านับถือเจ้ามาก เจ้าเก่งกาจสามารถดังหนึ่งเทวดา”ขณะที่งูนับถือลม แต่งูไม่รู้เลยว่า ลมนั้นกลับอิจฉาความเก่งกาจสามารถของหนอนขาเดียวลมมักถอนหายใจ รำพึงอยู่บ่อยๆ “นี่ถ้าเจ้าหนอนขาเดียวใช้ขามาเตะข้า ข้าจะทำอะไรกับมันได้”สุภาษิตหนอนขาเดียวจึงมีว่า ที่แท้ภายในจิตใจแต่ละคนล้วนแต่มีพู่กันวิเศษอยู่ด้ามหนึ่ง สามารถจะเขียนบทกวีที่แสนวิเศษ เป็นอมตะออกมาได้แต่น่าเสียดายที่คนทั้งหลายล้วนแต่วุ่นอยู่กับการหาบทกวี จากหนังสือโบราณที่ขาดๆวิ่นๆ จนลืมพู่กันวิเศษของตัวเอง ปล่อยให้มันขนหลุดขึ้นรา ไม่สามารถเขียนบทกวีวิเศษไว้ประดับโลกเช่นเดียวกัน ในใจคนเรามีดนตรีอันไพเราะเพราะพริ้ง แว่วๆวนๆอยู่เพลงหนึ่งแต่น่าเสียดาย ที่คนทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเบียดเสียดจ้องบนเวที กลางแสงสี ดูระบำรำฟ้อนฟังดนตรี ซึ่งแม้จะเย้ายวน แต่ก็ต่ำค่าจนไม่เคยแม้จะได้ยิน เสียงดนตรีอันไพเราะในใจตัวเองคนเราเป็นเช่นนี้ บางครั้งจึงช่างโง่เง่า เหมืองทองคำใต้ฝ่าเท้าแท้ๆ แต่กลับทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ข้ามน้ำข้ามเขาไปร่อนทองที่อื่นผมตั้งใจเลือกสุภาษิตหนอนขาเดียวมาเล่า เมื่อฟังข่าวหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคเก่า ที่ลงหลักปักฐานมั่นคงอยู่แล้ว กับพรรคที่กำลังตั้งใหม่แน่นอน...ทุกพรรคมั่นใจ มีบทกวีวิเศษเป็นของตัวเอง เพียงแต่วันเวลายาวนาน การต่อสู้ในสมรภูมิการเมือง ต่างก็มีริ้วรอยบาดแผล กลบความหมดจดงดงาม และความมุ่งหมายดั้งเดิมพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ มีทั้งจุดผสมกลมกลืน และความแปลกแยกพอๆกัน ฯลฯ ผมสะดุดใจ พรรคพลังธรรมใหม่คุณหมอรวี มาศฉมาดล เพิ่งประกาศตั้งจากรากฐานเดิมพรรคพลังธรรม ของ พลตรี จำลอง ศรีเมืองคุณสุเทพ เทือกสุบรรรณ และม็อบมวลมหาประชาชน และคนจำนวนล้าน ตรึงกรุงเทพฯไว้ยาวนานหกเดือน...นี่คือเงื่อนไขสุดท้าย...ที่ทหารใช้เบิกทางเข้ายึดอำนาจก่อนวันสิ้นสุดม็อบ กปปส. ผมเจอหมอรวี จึงเพิ่งรู้ว่าหมออยู่กับกลุ่มคนประท้วง ปตท.อยู่ไม่ไกลจากโรงพิมพ์ สองสามวันต่อมา ก็ได้ข่าวว่า หมอเจอคดีความถูก ปตท. ฟ้องประโยคหนึ่งที่หมอตั้งใจบอก “พี่ ผมอยู่กับม็อบ (สันติอโศก) ก่อนม็อบ กปปส.สามเดือนนะครับ ถึงวันมอบเลิกลา รวมเวลาก็เก้าเดือนเข้าไปแล้ว”แต่ละคนแต่ละพรรค ต่างก็มีต้นทุนที่ทุ่มเทลงไป มีมวลชนที่นับถือศรัทธาเป็นของตัวเองการประกาศชื่อพรรคพลังธรรมใหม่...การเปิดตัวหมอรวีมาศฉมาดล ทำให้ผมจินตนาการถึง “น้ำค้างหยดหนึ่ง” ในมหาชลาศัยที่ขุ่นคลั่กของนักการเมืองก็หากพรรคทหาร ไม่ใช่ความหวังใหม่...อีกต่อไป พรรคพลังธรรมใหม่ ก็น่าจะเป็นทางเลือกเล็กๆทางเดียวที่เหลือให้ชาวบ้านอย่างพวกผมได้เดิน.กิเลน ประลองเชิง