“เมื่อก่อนทำเกษตรเชิงเดี่ยวปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ส่งเมืองนอก ถึงจะได้ผลผลิตดี ราคาสูง แต่ต้นทุนต้องหมดไปกับค่าบริหารจัดการ ค่ายา สารเคมี เหลือเงินไม่เท่าไร 2 ปีที่แล้วเลยตัดสินใจลองใช้พื้นที่ 3 งาน ทำเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ปลูกมะละกอแซมด้วยกล้วย แค่ปีแรกก็ขายได้เงินเกือบ 2 แสน จากนั้นขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 18 ไร่”สมชาย แซ่ตัน เกษตรกร อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงที่มาของแรงบันดาลใจจนประสบความสำเร็จจากการปลูกพืชผสมผสาน...จากนั้นต่อยอดสู่การปลูกมะนาวร่วมกับมะละกอและกล้วยจนกลายเป็นพืชหลักทำเงิน ส่วนพื้นที่รอบสวนก็ปลูกผลไม้ยืนต้นไว้เก็บขายระยะยาว เงาะ ทุเรียน มะพร้าวน้ำหอม การปลูกพืชหลัก 3 ชนิด สมชาย บอกว่า เริ่มจากยกร่องแปลงปลูกสูงประมาณ 1 เมตร กว้าง 4 เมตร ปลูกมะนาวกลางร่องที่ยกสูงระยะห่าง 3 เมตร เมื่อมะนาวเริ่มแตกใบอ่อน ปลูกมะละกอริมร่อง 2 ฝั่ง ระยะห่าง 3 เมตร เมื่อปลูกมะละกอได้ 5 เดือน จะปลูกกล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง แซมระหว่างต้นมะละกอถึงตรงนี้ สมชายย้ำไม่ควรปลูกกล้วยน้ำว้า เพราะกอใหญ่ บังร่มเงาของมะละกอ ทำให้มะละกอเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ “แม้กล้วยจะปลูกทีหลัง แต่จะโตเร็วกว่าพืชชนิดอื่น มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความชื้นในดิน ที่สำคัญ กล้วยไม่ค่อยมีโรคและแมลง โบราณเชื่อว่าใบกล้วยที่โดนลมพัดไปมา จะช่วยหลอกล่อแมลงไม่ให้เข้ามากล้ำกราย นอกจากนั้น ยังเป็นร่มเงาให้มะละกอ ช่วยให้ลูกมะละกอสวยไม่ถูกแดดเผา ทำให้ได้ราคาดี ส่วนมะละกอก็เป็นร่มเงาให้มะนาวอีกที และเชื่อว่าน่าจะเป็นปราการคอยสกัดแคงเกอร์ มะนาวที่นี่เลยแทบไม่พบโรคหรือแมลงใดๆ”ส่วนการดูแลระหว่างปลูก สมชาย อธิบาย การปลูกพืชผสมผสานแบบนี้การดูแลจัดการไม่ยุ่งยาก กล้วยต้องคอยหมั่นแต่งใบให้แต่ละต้นเหลือไม่เกิน 7 ใบ ตัดแต่งหน่อกล้วยให้เหลือกอละ 2 หน่อ เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้เต็มที่...มะละกอให้ปุ๋ยสูตรเสมอ (16-16-16) 1 กำมือ ทุก 10 วัน ใส่ปุ๋ยขี้ไก่พอประมาณรอบต้นทุกเดือน และทุก 10 วัน พ่นแคลเซียมโบรอน ทางใบ เพื่อให้มะละกอติดดก และรสชาติหวาน การให้ปุ๋ยวิธีนี้ ทั้งกล้วยและมะละกอที่อยู่ไม่ห่างกันจะได้รับอานิสงส์จากปุ๋ยมะละกอไปด้วย ขณะเดียวกัน กล้วยก็เพิ่มความชุ่มชื้นและร่มรื่น ดินไม่ถูกแดดเผาให้สูญเสียความชื้นมากจนเกินไป ทำให้ 5 วัน จึงเปิดสปริงเกอร์ รดน้ำครั้งหนึ่ง ประหยัดน้ำไปได้เยอะทีเดียวกล้วยปลูก 9 เดือนเศษ ตัดขาย มะละกอเริ่มเก็บผลผลิตได้หลังปลูก 8–9 เดือน เก็บผลผลิตได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ส่วนมะนาว ผลไม้อื่น เก็บขายตามฤดูกาล แถมยังเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติเข้าเยี่ยมชม ชิม ช็อป จนปีที่แล้วทำเงินรวมได้หลักล้าน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นมิได้เลย หากปราศจากแรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9.กรวัฒน์ วีนิล