ปัดตั้งรางวัลนําจับ1ล้านดีเอสไอประชุมร่วมอัยการตรวจสอบพระทัตตชีโว เอาเงินวัดเล่นหุ้น ด้านวัดพระธรรมกายโต้ผ่านไลน์กลุ่มแจ้งสื่อ ข่าวนำเงินบริจาคไปเล่นหุ้นไม่เป็นความจริง ขณะเดียวกัน พระมหานพพรและพระภาสุระเข้าให้ปากคำอัยการจังหวัดธัญบุรี เพิ่มเติมตามหมายเรียก ก่อนหลบขึ้นรถเบนซ์ลูกศิษย์หลังตึกหนีสื่อ ด้านสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ส่งหนังสือแจ้งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าคณะอำเภอคลองหลวง เรื่องการใช้กฎ มส.ฉบับที่ 21 ให้พระภิกษุสละสมณเพศกับพระธัมมชโย พร้อมกำชับให้เจ้าคณะผู้ปกครองปฏิบัติตามคำสั่งหลังการประกาศให้ทุกจุดตรวจจุดสกัดรอบวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผ่อนปรนการปฏิบัติ เปิดทางให้พระสงฆ์และประชาชนเข้าออกได้ตามปกติ โดยไม่ต้องผ่านการคัดกรอง หลังเข้าตรวจค้นทุกซอกทุกมุมของวัดพระธรรมกายอย่างละเอียด ไร้เงาพระธัมมชโย (ไชยบูลย์ สุทธิผล) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แต่ยังคงคำสั่ง ม.44 คุมวัดไว้ ป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ พร้อมจัดชุดสืบสวนติดตามตัวพระธัมมชโยที่ถูกถอดสมณศักดิ์มาดำเนินคดี ขณะที่พระชั้นผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการให้สละสมณเพศตามกฎของสงฆ์ โดยพระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าตรวจความเรียบร้อยภายในวัดพระธรรมกาย ตามคำสั่งพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมจัดทำรายชื่อพระสงฆ์-สามเณร และศิษย์วัดที่อาศัยอยู่ในวัด ต่อเจ้าคณะจังหวัด และให้พระสงฆ์ที่ถูกออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามที่เสนอข่าวไปนั้นความเคลื่อนไหวที่วัดพระธรรมกาย ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 15 มี.ค. พระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี คณะพระวินยาธิการ และผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณวัดพระธรรมกาย ตามคำสั่งพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยวันนี้เข้าตรวจบริเวณอาคารบุญรักษา มีพระวิทยา ธัมมทินโน ผู้ช่วย ผอ.สำนักศรัทธาภิบาล วัดพระธรรมกาย นำตรวจ ขณะเดียวกัน สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้ส่งเอกสารข่าว ผ่านทางไลน์กลุ่ม “News วัดพระธรรมกาย” ไปยังสื่อมวลชน ปฏิเสธข่าวนำเงินวัดไปเล่นหุ้นระบุว่า จากกรณีที่มีข่าวอ้างว่า เงินบริจาควัดพระธรรมกายนับพันล้านบาท ถูกนำไปซื้อขายหุ้นในบริษัท หรือให้บุคคลต่างๆเล่นหุ้นนั้น วัดพระธรรมกายขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่ประการใดส่วนบรรยากาศโดยรอบวัดพระธรรมกาย ยังคงมีตำรวจ ทหาร ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 44 มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากกองพันเสนารักษ์ที่ 13 กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่รอบวัดพระธรรมกาย และพื้นที่ใกล้เคียง จัดตั้งเต็นท์ให้บริการทางการแพทย์ และลงเยี่ยมเยียนให้การรักษาประชาชนในพื้นที่รอบวัดต่อมาเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ต.คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย พระภาสุระ ทันตมโน นายปัญญา ถาวรอัครนิล ทนายความ พร้อมพระลูกวัดอีก 4 รูป เดินทางเข้าพบอัยการ ที่ชั้น 2 ตึกสำนักงานอัยการ กระทั่งเวลา 12.40 น. พระมหานพพรและพระภาสุระเดินออกไปทางหลังตึก รีบเดินขึ้นรถเบนซ์ ลูกศิษย์ขับมาจอดรอ และขับออกไปทันที ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายสำนักที่มาตั้งกล้องดักรอสัมภาษณ์อยู่บริเวณหน้าตึกสำนักงานอัยการอย่างไรก็ตาม นายปัญญา ถาวรอัครนิล ทนายความออกมาเปิดเผยว่า ในวันนี้พระมหานพพร และพระภาสุระมาให้ปากคำเพิ่มเติมตามหมายเรียก และในวันที่ 20 มี.ค. และวันที่ 22 มี.ค. จะต้องมาอีก 2 รูป คดีต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ว่ากันไปตามนั้น ตอนนี้อัยการกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ เราร้องขอให้สอบเพิ่มเติมในบางประเด็นคือทางท่านจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ในเมื่อพยานหลักฐานบางอย่างยังมีข้อพิรุธสงสัย เราร้องขอความเป็นธรรมไป อัยการก็ขอให้สอบเพิ่ม เมื่อผลเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากัน เมื่อสั่งไม่ฟ้องก็ไม่ฟ้องเลย แต่ถ้าสั่งฟ้อง ก็ประกันตัวไปต่อสู้คดีกันที่ศาลช่วงเย็นวันเดียวกันมีรายงานว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้ส่งหนังสือแจ้งถึงการดำเนินการด้วยการใช้กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศกับพระธัมมชโย ไปยังเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และได้แจ้งไปยังเจ้าคณะอำเภอคลองหลวงแล้ว สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ยังกำชับด้วยว่า ให้เจ้าคณะผู้ปกครองปฏิบัติตามคำสั่งของ มส.ในเรื่องดังกล่าวด้วยวันเดียวกัน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสนห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การดำเนินการในส่วนของวัดพระธรรมกายในขณะนี้นั้น จะยังยึดแนวทางการดำเนินงานตามผลการประชุมร่วมระหว่างเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กับพระสังฆาธิการวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ไปก่อน ขอให้วัดพระธรรมกายจัดทำและแจ้งบัญชีรายชื่อของพระภิกษุสามเณรในวัดทั้งหมดให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีทราบภายในวันที่ 31 มี.ค. ให้วัดแจ้งพระภิกษุสามเณรที่ยังอยู่นอกเขตวัดกลับเข้าปฏิบัติศาสนกิจในวัดให้หมด ขอให้วัดงดจัดกิจกรรมที่ระดมบุคคลภายนอกมาร่วมกิจกรรมจำนวนครั้งละมากๆ แต่ถ้าเป็นการปฏิบัติปกติ เช่น ทำบุญตักบาตรสวดมนต์ฟังธรรม นั่งสมาธิ เจริญจิตตภาวนา สามารถทำได้ แต่ขอให้งดที่จะนำประเด็นทางคดีมาพูดกับญาติโยมเพื่อมุ่งหวังจะเป็นการปลุกระดม และให้เลิกพฤติกรรมในการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผอ.พศ.กล่าวอีกว่า ให้ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสสั่งการให้พระสงฆ์ผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ไปรายงานตัว 14 รูป ไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ ได้รับคำตอบจากพระวิเทศภาวนาจารย์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า ได้ไปรายงานตัวเรียบร้อยแล้ว 13 รูป ส่วนในรายของพระไชยบูลย์ หรือพระธัมมชโย ยังไม่ไปรายงานตัว ในระยะนี้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้แต่งตั้งพระสังฆาธิการ และพระวินยาธิการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันในการตรวจสอบดูแลความเรียบร้อยในวัด โดยจะออกตรวจในทุกวัน และให้วัดพระธรรมกายจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดแจ้งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีด้วยขณะที่นายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธเอเชีย กล่าวว่า กรณีทางออกเรื่องของพระธัมมชโยนั้น คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม (มส.) ควรจะพิจารณาความผิดตามหลักพระธรรมวินัย ตั้งคณะพระวินัยธร (พระผู้เชี่ยวชาญด้านพระธรรมวินัย) ในจำนวนที่เหมาะสมขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาพระธรรมวินัยก่อนเบื้องต้น เมื่อพิจารณาแล้ว หากมีความผิดตามพระธรรมวินัย จะสามารถเชื่อมโยงไปหาความผิดทางกฎหมายทางโลก เพื่อตัดสินว่าพระธัมมชโยมีความผิดทางโลกในสถานใด ที่สำคัญเมื่อทราบความผิดชัดเจนตามพระธรรมวินัยแล้ว คณะสงฆ์จะสามารถใช้กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ หรือกฎมหาเถรสมาคมฉบับอื่นๆได้ง่ายขึ้น ทั้งจะได้สร้างความกระจ่างต่อสังคมด้วยว่า พระธัมมชโยมีความผิดทางพระธรรมวินัยในเรื่องใดและมีโทษสถานใดเย็นวันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินและธนาคาร เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับ นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษสำนักการสอบสวน และคณะทำงาน ในคดีพิเศษที่เกี่ยวพันกับการฟอกเงินของวัดพระธรรมกายว่า การประชุมร่วมครั้งนี้ เพื่อวางแนวทางการสอบสวนคดีฟอกเงิน ที่นำเงินวัดไปซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง และคดีเกี่ยวกับทรัพย์มูลนิธิวัดพระธรรมกาย ตามที่ก่อนหน้านี้พบหลักฐานจากการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของวัดพระธรรมกาย และมีความชัดเจนว่าพระทัตตชีโวนำเงินออกจากบัญชีของวัดไปซื้อหุ้น ซึ่งพระทัตตชีโวมีตำแหน่งเป็นรองเจ้าอาวาสและรักษาการเจ้าอาวาส ถือเป็นตำแหน่งเจ้าพนักงาน เข้าข่ายมีความผิดมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน การประชุมในวันนี้ได้จัดกลุ่มคดี 15 สำนวน กระจายความรับผิดชอบให้ชุดสอบสวนรับไปดำเนินการ เช่น มูลนิธิ กลุ่มบุคคล บุคคล ที่นำเงินไปซื้อที่ดินแล้วไม่ได้ยกให้เป็นที่ดินของวัดหรือธรณีสงฆ์ และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดวันเดียวกัน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณีปรากฏข่าวการควบคุมตัวเด็กชาย อายุ 14 ปี ถือป้ายประท้วงในพื้นที่ควบคุมพิเศษ วัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น เบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลจาก พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคัดกรองและซักถาม ศูนย์อำนวยการร่วม ได้ควบคุมเด็กชาย อายุ 14 ปีจริง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา วันที่พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระลูกวัดวัดพระธรรมกาย แกนนำคณะ ศิษยานุศิษย์ที่ตลาดกลางคลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตำรวจได้ควบคุมบุคคลที่ไปถือป้ายอยู่ด้านหน้า สภ.คลองหลวง 4 คน หนึ่งในนี้เป็นเด็กชายคนดังกล่าวด้วย หลังจากนั้นดีเอสไอได้นำตัวมาซักถามที่ บก.ตชด.ภ.1 เบื้องต้นทราบว่า มีเชื้อชาติกะเหรี่ยง มีพระสงฆ์จาก อ.อมก๋อย จ.เชียง ใหม่ พาเด็กมาประมาณ 20 คน เข้าร่วมชุมนุมที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง จ.ปทุมธานี กระทั่งถูกควบคุมตัว หลังการซักถามกลุ่มบุคคลทั้งหมดแล้ว ได้นำตัวส่งคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่า ศาลได้ตัดสินจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าปัจจุบันเด็กชาย อายุ 14 ปี ได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับบ้านแล้วหรือไม่ เนื่องจากขั้นตอนทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดีเอสไอไม่มีข้อมูลในส่วนนี้พ.ต.ต.วรณันยังกล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เกี่ยวกับการตั้งเงินรางวัลนำจับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ด้วยเงิน 1 ล้านบาทด้วยว่า ไม่มีการตั้งเงินค่าหัว หรือเงินรางวัลนำจับพระธัมมชโย เพียงแต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้พูดถึงการทำงานว่า ดีเอสไอมี พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ประกอบกับระเบียบกระทรวงยุติธรรม ที่มีการกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินการตามกฎหมายคดีพิเศษ ค่าใช้จ่ายตรงนี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่สามารถเบิกจ่ายได้ หาก พบว่ามีข้อมูลหรือข่าวสารที่น่าเชื่อถือได้ว่าจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการตามกฎหมาย บางครั้งฝ่ายสืบสวนต้องมีค่าใช้จ่ายในการให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวต้องผ่านการรับรองจากเจ้าหน้าที่และมีความน่าเชื่อถือด้วย ตรงนี้อาจทำให้ประชาชนเกิดความคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าหน้าที่มีการตั้งสินบนนำจับพระธัมมชโย ที่จริงแล้วไม่ใช่ สำหรับความคืบหน้าการติดตามจับกุมพระธัมมชโยนั้น ในวันนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาร่วมประชุมที่ บก.ตชด.ภ.1 และมีข้อสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปรวบรวม และลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการตรวจค้นวัดพระธรรมกายระหว่างวันที่ 16 ก.พ.-10 มี.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงวันเวลาดังกล่าวเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง มีใครต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือไม่ เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีต่อไป