เหตุการณ์นักศึกษาปี 3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยญี่ปุ่นเสียชีวิตปริศนา ภายในห้องขัง สน.บางนา สร้างความงุนงงสงสัยให้แก่พ่อ แม่ญาติพี่น้อง เพราะผู้ตายเป็นคนแข็งแรงดี?เรื่องราวเริ่มจาก นายสิทธิ์สวัสดิ์ เอี่ยมลาภะ อายุ 21 ปี ขับรถยนต์ส่วนตัวไปเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ของ ตำรวจ สน.บางนา บริเวณ กม.1 ถนนเทพรัตน โดยมีน้องสาวและเพื่อนน้องสาวนั่งมาในรถด้วยปรากฏว่าพบแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดสูงถึง 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์!แต่ตำรวจยังสั่งให้เป่าตรวจสอบอีกหลายครั้งจนฟุบไป?ระหว่างนั้นไม่รู้ว่านายตำรวจผู้ควบคุมด่านคนไหนตัดสินใจสั่งให้พานายสิทธิ์สวัสดิ์ไปขังที่โรงพักหลังจากนำตัวเข้าห้องขังได้ไม่นาน ตำรวจกลับมาบอกน้องสาวผู้ตายว่าพี่ชายเสียชีวิตแล้ว จึงรีบโทร.กลับไปปลุกแม่กลางดึก เพื่อแจ้งข่าวร้าย!คำถามผุดขึ้นมามากมาย ที่สำคัญคือ ทำไมตำรวจปล่อยให้ลูกชายตายในห้องขังโดยไม่ส่งโรงพยาบาล ทั้งๆที่อาการไม่ดีฟุบไปตั้งแต่เป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่ด่านหรืออาจจะถูกทำร้ายร่างกาย อันนี้ก็คิดได้ แต่ตำรวจน่าจะมีข้ออ้างว่า น้องสาวผู้ตายและเพื่อนอยู่ด้วยเกือบตลอดเวลาที่ผู้ตายอยู่กับตำรวจเบื้องต้นผลชันสูตรของนิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ ออกมาว่า นายสิทธิ์สวัสดิ์เสียชีวิตจากหัวใจวาย!?!แต่นั่นเป็นเพียงผลเบื้องต้น แพทย์นิติเวชต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่ละเอียดกว่านี้รวมทั้งการตรวจสารแปลกปลอมในร่างกายด้วยเพราะมันอาจหมายถึงการต้องดำเนินคดีอาญากับใครบางคน หรืออาจจะหลายคน?!?นี่แหละ ที่ทำให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกไม่สบาย...สั่งการให้ บก.น.5 ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ตำรวจที่ตั้งด่านทำตามขั้นตอนปฏิบัติระหว่างผู้ต้องหาป่วยหรือไม่แต่ก็หลุดปากติติงมาแล้วว่า สิ่งเหล่านี้มันคงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าทุกคนเอาใจใส่?ข้อหาเมาแล้วขับถึงจะกำหนดโทษไว้หนัก แต่เป็นแค่ พ.ร.บ.จราจรทางบกเท่านั้นผู้กระทำผิดไม่ใช่โจรผู้ร้ายใจเหี้ยมที่ไหน?คราวหน้าคราวไหน...ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบหน่อยว่า ป่วยจริง ป่วยปลอม จะได้ไม่มีใครเจ็บ ใครตายในห้องขังอีก...สหบาท