นี่แหละที่พระท่านเทศนาสอนไว้ว่า โลกเรานี้ไม่มีอะไรแน่นอน โดยเฉพาะ “ความสุข” กับ “ความทุกข์” เป็นของคู่กัน และจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนทักทายเราอยู่เสมอ จะต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมและแล้ว “คำสอน” นี้ก็เป็นจริงอีกครั้ง เพราะเมื่อ 2 วันก่อนเรายังมี “ความสุข” ระดับ “มหาสุข” กันอยู่เลย กับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของน้องเนเน่ ในรายการ AGT ที่สหรัฐฯต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายนนี้เอง ซึ่งเป็น “วันไหว้พระจันทร์” ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน และตอน 2 ทุ่ม จะมีการชิงเหรียญทองการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ของกีฬาเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นผมก็เตรียมเปิดยูทูบดูว่าจะมีอินฟลูฯท่านใดไปเที่ยวงานไหว้พระจันทร์ ณ ที่ใดบ้าง โดยเฉพาะแถวๆเยาวราชได้ข่าวว่าจะมีการจัดงาน 2-3 แห่งขณะเดียวกันก็เตรียมตัวว่าตอนใกล้ๆ 2 ทุ่มจะดูการถ่ายทอดสดการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ชิงเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ซึ่ง “เจ้าบิว” ภูริพล บุญสอน ของเราจะลงแข่งด้วย และทำสถิติไว้ดีเยี่ยมในรอบคัดเลือก โอกาสจะได้เหรียญทองสูงมากที่ไหนได้กลับมีรายงานฝนตกหนักเกือบทุกภาคของประเทศไทย รวมทั้งใน กทม.ที่ตกมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงช่วงบ่ายแบบไม่หยุด จนน้ำท่วมหลายแห่งเกิดภาวะรถติดขัดไปทั่วกรุงแต่เนื่องจากผมไม่มีโปรแกรมออกไปไหน จึงไม่ต้องเผชิญปัญหารถติดหนัก ซึ่งมีรายงานว่าสาหัสมาก จึงได้มีโอกาสลุ้นเจ้าบิวอย่างเต็มตา และก็อย่างที่ทราบ เจ้าบิววิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ แถมทำสถิติไว้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์ด้วยแม้จะไม่มีใครถ่ายทอดหรือรายงานข่าว “ไหว้พระจันทร์” เลย เนื่องจากเกิดฝนตกหนักทั่วกรุง ทำให้ผมรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง...แต่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเจ้าบิวก็ทำให้ผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก จึงเข้านอนด้วยความสุขไปตลอดทั้งคืนจนกระทั่ง 6 โมงเช้า วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พอผมออกจากห้องนอนลงไปห้องรับแขกชั้นล่าง ก็ต้องร้องเฮ้ย! ขึ้นอย่างตกใจพอสมควร เพราะในห้องรับแขกผมชุ่มฉ่ำไปด้วย “น้องน้ำ” เต็มไปหมดทุกมุมห้อง...เลยออกไปจนถึงห้องครัวหลังบ้าน“น้องน้ำ” ที่เกิดจากฝนตกติดต่อกันมาตั้งแต่เมื่อวานแหละครับ ไหลเข้าบ้านผมโดยไม่ขออนุญาต เจิ่งนองไปหมดสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ รีบตัดไฟยก“คัตเอาต์” ขึ้น ปล่อยให้ไฟดับทั้งบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟดูดไฟช็อตเอาไว้ก่อนแต่ก็โชคดีที่เรายังมีขนมปังและผลไม้ ตลอดจนอาหารกระป๋องอีก 2-3 อย่าง น่าจะประทังชีวิตได้ตลอดทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้หากฝนยังยืดเยื้อต่อไประหว่างรับประทานอาหารเช้า...ผมก็นึกถึงคำสอนของพระพุทธศาสนาดังที่เอ่ยไว้ตอนต้นว่า โลกเรานั้นไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ...ใครจะไปนึกล่ะครับเผลอหน่อยเดียวเท่านั้น กทม.ของเราจะกลายเป็น เขตประสบสาธารณภัย (น้ำท่วมหนัก) ทั้ง 50 เขตไปซะแล้วแต่จะทำอย่างไรได้ล่ะครับ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดอย่างที่พระท่านว่า...เมื่อเกิดแล้วก็ต้องกัดฟันสู้กันไปผมก็ภาวนาขอให้ฝนหยุดตกภายในวันนี้ (จันทร์ที่ 28 กันยายน) ตามคำพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่บอกว่า ฝนจะเบาลงตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนคนแก่อย่างผมคุ้นเคยกับกรมอุตุฯมาทั้งชีวิต ยังไงๆก็ยังเชื่อท่านอยู่ แม้จะได้ยินคนรุ่นใหม่เขาพูดกันว่าท่านพยากรณ์สู้เพจ “ที–ลมฟ้าอากาศ” ไม่ได้เลย...หวังว่ากรมอุตุฯจะทำนายถูกต้องในช่วงฝนหายนะครับ... หลังจากนั้นจะปรับปรุงวิธีพยากรณ์เสียใหม่ หรือมีวิธีการหาข้อมูลอะไรใหม่ๆให้ถูกต้องมากขึ้นก็อย่าชักช้าเพราะยังไงๆเราก็ยังต้องมีการพยากรณ์แบบมีมาตรฐานและเชื่อถือได้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวอย่างเป็นทางการเป็นหลักอยู่บ้าง ฝากไว้ด้วยนะครับท่านอธิบดี.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม