ฉาว โฉ่ ช็อก ชาวพุทธอีกครั้ง กับเหตุการณ์ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำโดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. บุกจับกุม พระครูภาวนาภัทรคุณ หรือ หลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร หรือ หลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา คาวัด!ประเคนข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ กรณีเบียดบังเงินวัดพุทไธศวรรย์กว่า 92 ล้านบาท ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต ข้อหาสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินถูกจับสึกจากพระเป็นสมีโชติไปในทันใด!ส่วนทรัพย์สินที่ตรวจยึดมูลค่ายังสับสน ขอให้ยึดตามที่ตำรวจกองปราบปรามบันทึกจับกุมและอายัดเอาไว้จากการตรวจค้นกุฏิสมีโชติ ประกอบด้วยเงินสด 138,308,986 บาท และทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 1,000 บาท รวมทรัพย์สินที่อายัดจากกุฏิ 205,204,733 บาทส่วนบัญชีธนาคารของวัดที่มีเงินอีกกว่า 290 ล้านบาท กองปราบปรามไม่ได้อายัดเอาไว้ แต่ส่งบัญชีไปให้ ปปง.ตรวจสอบว่า เงินหมุนเวียนทั้งหมดนำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เพราะมันเป็นบัญชีค่าใช้จ่ายของวัดทั้งหมดนอกจากนี้เป็นทรัพย์สินที่อยู่กับ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ สีกาเอ๋ ถูกพนักงานสอบสวนกองปราบปรามยึดอายัดไว้ ประกอบด้วย เงินสด 3,873,614 บาท และทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 90 บาท มูลค่า 6,151,500 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน 10,025,114 บาท!หลายคนเห็นแล้ว น้ำลายหก ไม่คิดว่าจะอู้ฟู่กันขนาดนี้?คดีนี้ต้นเรื่องไม่ได้มาจากเรื่องทุจริตคิดคดโกงเงินวัด หรือโกงเงินสร้างวัตถุมงคลอะไรเลย แต่เป็นเรื่องของความหึงหวง เพราะสาวคนสนิทเก่าหรือเมียเก่าสมีโชตินี่แหละ ดอดเข้าร้องเรียนตำรวจกองปราบปรามว่า อดีตพระโชติเสพเมถุน!นอกจากนี้ยังอมเงินวัดมาใช้จ่ายส่วนตัว รวมทั้งเคยเอามาดูแลตัวเองด้วย แต่พอสีกาเอ๋เข้ามา สมีโชติเลยตีตัวออกห่าง ไปติดม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างโงหัวไม่ขึ้นหลังเวลาผ่านไป 3 ปี เงินทองที่เคยได้ก็ไม่ได้หรือได้น้อยลง เลยตัดสินใจแฉ!และกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพฉาวในกุฏิ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอดีตคนเคยรักนี่แหละ ที่เอาไปติดจนบันทึกภาพสวาทสะท้านเมืองบนโต๊ะกลมออกมาเผยแพร่ให้ชาวบ้านได้ตาสว่างนี่ถ้าบุกจับกุมพระดังพร้อมทรัพย์สิน ด้วยข้อหาอมเงินวัดและเสพเมถุนโดยไม่มีหลักฐานจะจะ รับรองป่านนี้ยังมีคนออกมาโวยวายไม่เลิก?ขอบอกว่า นับถือศาสนาเถอะ อย่าไปนับถือพระดัง หรือวัตถุมงคลที่อุปโลกน์ขึ้นมาเลยดูได้จาก “เหรียญเหนือดวง” ของสมีโชติ ตอนนี้ราคาเหลือกี่ตังค์?"สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม