เหตุทะเลาะวิวาทตีรันฟันแทงกันของนักศึกษาจากสองสถาบัน เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวายกับเทคโนโลยีปทุมวัน ที่กินเวลายาวนานมานับสิบๆปี ตั้งแต่หนุ่มยันแก่เป็นอันว่าปิดฉากลงแล้วโดยการตัดสินใจเด็ดขาด ไม่มากความ และตอบสนองอย่างรวดเร็ว ของ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรืออาจารย์เชนอาจารย์เชนไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง หรือมัวใช้ลีลาโวหารเหมือน รมต.คนก่อนๆที่ไม่มีใครกล้าตัดสินใจยุติปัญหาของสองสถาบันนี้เลยแม้การตีกันแต่ละครั้งจะกระทบถึงประชาชนทั่วไป การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ในกลางเมือง อย่างที่ตีกันล่าสุดบนสถานีรถไฟฟ้า BTS ที่สยามสแควร์ล่าสุดก็เถอะแต่อาจารย์เชนเรียกหารือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องวันเดียว ออกมาตรการทันที มา 4 ข้อคือ1.ห้ามเข้าและงดการเรียนการสอนในพื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.เป็นต้นไป หากขบวนการเปลี่ยนผ่านพื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จในเวลาที่กำหนดให้ขยายเวลาห้ามเข้าพื้นที่พิพาทไปเรื่อยๆผู้บริหารสองสถาบันยังต้องไปจัดการเรียนการสอนไม่ให้กระทบคุณภาพนักศึกษาด้วย2.ผู้บริหารอุเทนถวายจะต้องไปจัดหาพื้นที่ใหม่นอกพื้นที่ข้อพิพาทให้เสร็จใน 3 เดือน ก่อนจะขยับไปสอนในพื้นที่ถาวร ถ้าทำไม่ได้ให้ขยายเวลาออกไป3.ให้ปทุมวันจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านโดยให้ปี 1 ไปเรียนร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และเตรียมความพร้อมสำหรับแผนระยะยาว หากมีความขัดแย้งอีกต้องย้ายออกนอกพื้นที่ เนื่องเพราะปทุมวันไม่มีวิทยาเขตรองรับเหมือนอุเทนถวาย4.พัฒนาพื้นที่เดิมซึ่งเป็นของจุฬาฯใหม่ โดยจุฬาฯยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการนำพื้นที่ไปใช้ในเชิงการค้า แต่มีเป้าหมายชัดเจนจะใช้พื้นที่สร้างอุตสาหกรรม และศูนย์นวัตกรรมเปิดโอกาสให้คนไทยมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์ด้วยพร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจุฬาฯจะดูแลให้การสนับสนุนเครื่องมือ ทรัพยากร คุณภาพการศึกษาแก่ทั้งสองสถาบันให้ดียิ่งขึ้น สำคัญคือยังคงธำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันมีข่าวจากทางจุฬาฯมาด้วยว่าในการพัฒนาพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทน่ะ จะออกแบบครอบคลุมสนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติให้เป็นสนามกีฬาที่ทันสมัยสำหรับกีฬาทุกประเภท และแข็งแรงเพียงพอสำหรับการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ๆของศิลปินไทยและต่างประเทศด้วยพระพุทธองค์ท่านว่าเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร...50–60 ปีมาแล้วที่สองสถาบันนี้ตีกัน ถึงเวลาต้องเลิกราก็ต้องเลิก...ตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจประเทศยังต้องการแรงงานคุณภาพจากพวกท่านอีกมาก.มิสไฟน์คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม