พบกันคนละครึ่งทาง หลังจากลุ้นกันมานานเรื่องฮั้ว สว. ที่สุดก็ออกมาเรียบร้อย ส่งศาลทั้งหมด 77 ราย เป็น สว. 26 ราย นักการเมือง-รัฐมนตรีรอดยกพวง ผลที่ออกมานั้น ใครจะคิดยังไงก็ช่างแต่ กกต.ก็พยายามชี้แจงแสดงเหตุผลโดยอ้างถึงข้อกฎหมายเป็นหลักยืนยันว่าเป็นกลางไม่เข้าใครออกใครจาก 7 ข้อหาที่ 229 ผู้ถูกกล่าวหาถูกร้องนั้น ปรากฏว่าในส่วนของนักการเมืองมติเสียงข้างมากเห็นว่าไม่มีความผิดก็เลยรอดตัวไป!คงเป็นไปอย่างที่มีการคาดการณ์กันล่วงหน้าแล้วว่าผลจะออกมาได้ 3 ทาง1.ไม่ส่งศาลทั้งหมด2.ส่งศาลทั้งหมด3.ส่งส่วนหนึ่งไม่ส่งส่วนหนึ่งผลก็คือส่งส่วนหนึ่งไม่ส่งส่วนหนึ่งหากฟังจากคำชี้แจงของ กกต.ด้านหนึ่งก็พอรับฟังได้เว้นแต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็คงทำให้สถานการณ์การเมืองดีขึ้นเมื่อมีความชัดเจนปรากฏประเด็นที่ดูมีน้ำหนักหน่อยก็ตรงที่ 26 สว.โดนซึ่งจะต้องพักการปฏิบัติหน้าที่แต่เนื่องจากจำนวนมากไม่มากนักทำให้สามารถดำเนินการภารกิจต่อไปได้ไม่สะดุดที่สำคัญบรรดานักการเมือง โดยเฉพาะรัฐมนตรีจากค่ายสีน้ำเงินนั้นรอดหมด มิน่านายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” จึงไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อยก็อย่างที่เขาจะบอกว่าเรื่อง สว.ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลไม่เกี่ยวกับ “ภูมิใจไทย”ประเด็นอยู่ที่ว่าพรรคประชาชน ในฐานะพรรคฝ่ายค้านจะว่าอย่างไรเมื่อผลออกมาอย่างนี้ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องก็คงจะต้องไปว่ากันในสภาว่าด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะไปเล่นเกมอื่นคงไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะรัฐบาลและรัฐมนตรีบอกแล้วไง...เล่นกับระบอบสีน้ำเงินนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเพราะระบอบนี้ไม่ธรรมดา “เส้นใหญ่” เสียด้วยคงต้องไปรอวันที่ 28 ก.ย.69 ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย กรณีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ที่เป็นเรื่องใหญ่ขนาดทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้แต่เรื่องฮั้ว สว.ผลออกมาอย่างนี้คงไม่น่าจะมีปัญหาไปหาเกมอื่นเล่นดีกว่าเพราะหากไม่มีเกมที่เป็นต่อจริงๆไม่มีทางเอาชนะพวกเขาได้ขนาดลงทุนปลุกม็อบก็ยังไม่สั่นสะเทือนการเมืองนั้นหากไม่สุกงอมจริงๆการเปลี่ยนผ่านจึงเป็นเรื่องยากที่สำคัญก็คือประชาชนเบื่อเรื่องลงถนน เพราะทำให้เกิดปัญหาไม่คุ้มค่า!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม