ผู้การกองปราบฯ-ผู้การ ปปป.ประสานเสียงปัดข่าวสอบวัดจุฬามณีหลังโซเชียลโยงดราม่า ปูดพระวัดดังอัมพวาฉาว ขณะที่ไวยาวัจกรและลูกศิษย์วัดจุฬามณี เผย กระแสโซเชียลไม่ส่งผลกระทบกิจกรรมวัด เจ้าวัดยังปฏิบัติศาสนกิจปกติ ป้องวัดไม่เคยอนุญาตให้บุคคลภายนอกสร้างวัตถุมงคลเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หากจะมีต้องดำเนินการโดยวัดเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น ด้านรองนายกฯเร่งจัดระเบียบวัดและทะเบียนพระทั่วประเทศด้วยระบบดิจิทัลสกัดทุจริตกระแสการตรวจสอบวัดตรวจสอบพระฉาวยังเดือดต่อเนื่องโดยเฉพาะโลกโซเชียล เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดจุฬามณี ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม หลังโลกโซเชียลระอุ แห่คาดเดากันหลังตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เมื่อมีการปูดข่าวว่าวัดดังแห่งหนึ่งในอัมพวา มีพระประพฤติ ฉาวโดยเฉพาะผลประโยชน์เรื่องของพุทธพาณิชย์ พร้อมกับเปิดเผยชื่อวัดจุฬามณีวัดเก่าแก่ที่สร้างมากว่า 300 ปี จนชาวเน็ตเชื่อว่าเป็นวัดที่จะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบ พบว่าบรรยากาศในวัดยังคงเป็นไปตามปกติ เจ้าหน้าที่และลูกศิษย์วัดต่างปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ชาวบ้านยังมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันคับคั่งจากการสอบถาม นายกนกเดช ลิขิตวัฒนเศรษฐ อายุ 51 ปี ไวยาวัจกรวัดจุฬามณี กล่าวว่า หลังเกิดกระแสข่าวและมีผู้พยายามเชื่อมโยงมายังวัดจุฬามณี คนภายในวัดยังไม่มีข้อมูลว่าเรื่องดังกล่าวหมายถึงใครหรือเกี่ยวข้องกับวัดหรือไม่ ทุกคนยังคงทำหน้าที่ ส่วนเจ้าอาวาสยังปฏิบัติศาสนกิจและกิจวัตรประจำวัน รวมถึงพบปะประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้ จากกระแสข่าวไม่ได้ทำให้กิจกรรมภายในวัดหยุดชะงัก ช่วงวันหยุดยังมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ส่วนช่วงวันธรรมดาหรือวันที่มีฝนตก ผู้คนเดินทางอาจลดลงบ้าง แต่ภาพรวมยังไม่มีความผิดปกติ อยากฝากถึงประชาชนว่า เมื่อได้รับข่าวสารควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบทุกด้าน หากมีข้อมูลข้อเท็จจริงก็ควรเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน ไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด หากสงสัยเรื่องใดสามารถเข้ามาติดต่อสอบถามทางวัดได้ ไม่ควรด่วนสรุปจากข้อมูลเพียงด้านเดียว ถึงขณะนี้โพสต์ต้นเรื่องยังไม่ได้เปิดเผยชื่อพระหรือชื่อวัดอย่างตรงไปตรงมา การเชื่อมโยงว่าวัดหรือบุคคลใดเกี่ยวข้องจึงยังเป็นเพียงการคาดเดาบนโลกออนไลน์ ต้องรอข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนจากผู้โพสต์ รวมถึงคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวถึงต่อไปด้านนายธันยบูรณ์ ชูสวัสดิ์ อายุ 41 ปี ลูกศิษย์วัด กล่าวว่า ไม่ทราบว่ากระแสดราม่าโยงมาถึงวัดได้อย่างไร แต่หากย้อนไปช่วงหลายปีก่อน เคยเห็นบุคคลภายในวัดพาคณะบุคคลภายนอกประมาณ 4—5 คน เข้ามาพบหลวงพ่อ เพื่อขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคลบางอย่าง มีการพูดคุยกันระยะหนึ่ง แต่หลวงพ่อไม่อนุญาตให้ดำเนินการ ก่อนที่คณะดังกล่าวจะเดินทางกลับไป ตนอยู่ในเหตุการณ์และเห็นว่ามีคนเข้ามาขอจัดสร้างจริง แต่หลวงพ่อปฏิเสธ ส่วนเรื่องที่เกิดเป็นกระแสในขณะนี้จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ยืนยันไม่ได้ เป็นเพียงข้อสังเกตส่วนตัว เพราะยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง แต่ยืนยันว่าหลวงพ่อเป็นพระที่มีน้ำใจและช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดวันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการตรวจสอบที่วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม ว่า ยังไม่ทราบว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากแหล่งใด ในส่วนของกองบังคับการปราบปรามยังไม่มีการดำเนินการในประเด็นดังกล่าว และไม่ใช่การดำเนินการของกองบังคับการปราบปราม เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่ทราบข้อมูลเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกันส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี “สมีโชติ” หรือนายอติโชติ ทันประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางสาวปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือสีกาเอ๋ กรณีถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการเบียดบังเงินของวัด พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เผยว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ต้องรอข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการตรวจสอบ คาดว่าจะได้รับภายในสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี หากผลการตรวจสอบพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด หรือพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่จะเรียกบุคคลดังกล่าวมาสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนการแชร์ข่าวที่ว่าจะมีเซียนพระเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง ทั้งหมดต้องรอ ปปง.ตรวจสอบเส้นเงินเสียก่อน ถ้าเส้นเงินไปแตะถึงใครต้องเรียกมาสอบสวนทั้งหมดส่วนที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น. มีการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. เรื่องวิกฤติศรัทธาในพระพุทธศาสนา กรณีสมีโชติและสีกาเอ๋ ที่วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยสอบถามถึงการตรวจสอบและแก้ปัญหาเชิงรุกของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เรื่องเงินบริจาควัด จะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล พศ.ชี้แจงว่า ในฐานะเป็นเด็กวัดรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยกว่าชาวพุทธต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ดำเนินการเบื้องต้นคือ ทำฐาน ข้อมูลกลางเป็นข้อมูลพระ เพื่อช่วยมหาเถรสมาคมตรวจสอบ แต่ฐานข้อมูลปัจจุบันยังไม่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ล่าสุดมีพระ 2 แสนรูป ทำทะเบียนไปแล้ว 1.8 แสนรูป หรือ 89% ที่ตรวจสอบประวัติได้ คาดว่าจะทำให้เสร็จภายในปีนี้ จากนั้นจะทำทะเบียนวัด ปัจจุบันมีวัด 44,000 แห่งในประเทศไทย ต้องนำฐานข้อมูลมารวมกันเพราะวัดเกี่ยวข้องกับพระ ศาสนสมบัติวัด ต้องทำระบบจัดการทรัพย์สินวัด ศาสนสมบัติกลาง ระบบบริหารจัดการนิตยภัตเป็นรูปแบบดิจิทัลและออนไลน์ทั้งหมดให้ พศ.ตรวจสอบได้ ทุกวันนี้ทำด้วยมือนายปกรณ์กล่าวต่อว่า ขณะที่ระบบบริจาค อีโดเนชัน จาก 4.4 แสนวัด ทำแล้ว 4.2 หมื่นวัด อยู่ระหว่างเร่งรัด หากเงินบริจาคเข้าระบบจะติดตามและตรวจสอบได้ เป็นไปได้หรือไม่หากทำวัตถุมงคล การบริจาคต้องเข้าวัด มีบัญชีอีโดเนชันให้เรียบร้อย หรือตั้งมูลนิธิ สมาคมรองรับ ที่ผ่านมาการเปิดบัญชีวัดไม่ได้เชื่อมกับระบบออนไลน์ ทำให้ตรวจสอบยาก แต่พยายามจะทำให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด วัดต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ บัญชีรับจ่าย ต้องส่งให้ พศ.จังหวัดตรวจทุกเดือน พฤติกรรมพระบางรูป ต้องแยกจากพุทธศาสนา เรื่องที่ไม่ดีต่อคณะสงฆ์ คลิป ข่าว สิ่งเหล่านี้เป็นดราม่าคนไทยชอบและแชร์ แต่ด้วยความเป็นพุทธศาสนิกชน แม้ไม่ถูกใจ แต่ควรพิจารณาว่า ควรพูดสร้างประเด็นที่มีปัญหาต่อพุทธศาสนาหรือไม่ ขอความอนุเคราะห์ สว.ช่วยรัฐบาล มหาเถรสมาคมอีกแรง เรื่องใดไม่ดีไม่ต้องกระพือมาก พศ.รับไม่ได้กับพฤติกรรมที่เป็นอยู่ และไม่ชอบที่ถูกตำหนิว่าไม่ทำหน้าที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่