ในยุคที่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของเมืองใหญ่ทั่วโลก ภาพของสัตว์เทียมเกวียนที่เคยสร้างความกังวลใจเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ ค่อยๆถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรมสีเขียว กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่จุดกระแส “รถลากไฟฟ้า” ท่องเที่ยวเมืองเก่าแห่งแรกในยุโรปได้อย่างน่าทึ่ง บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม รายงานสะท้อนว่านี่อาจเป็นโมเดลสำคัญที่กรุงเทพมหานครควรเหลียวมามองในยามที่กำลังผลักดัน “รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า” เพื่อแก้ปัญหามลพิษในปัจจุบันย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 การนั่งรถม้าชมเมืองคือเสน่ห์ดึงดูดใจของกรุงบรัสเซลส์ แต่ทว่าในปี 2022 เสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ทำให้ต้องยุติบทบาทลง ก่อนที่อีกสองปีต่อมา ทิโบลท์ ดองธีน ผู้จัดการหนุ่มไฟแรง จะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดให้บริการ “รถลากไฟฟ้า” สามคันแรกวิ่งฉิวใจกลางเมือง...น่าสนใจว่ารถลากไฟฟ้ากรุงบรัสเซลส์ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวแม้ไม่มีม้าลากแบบดั้งเดิม รถลากไฟฟ้าให้บริการนักท่องเที่ยวที่จัตุรัสกรองด์ปลาซ ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.30 น. ถึงเกือบ 19.00 น. และบางครั้งอาจนานกว่านั้นช่วงฤดูร้อน รถลากไฟฟ้าสามคันจะวิ่งไปตามถนนในกรุงบรัสเซลส์ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 15,000-20,000 คน ใช้บริการในราคา 70 ยูโร สำหรับการนั่งชมเมืองครึ่งชั่วโมง“ตอนนี้เป็นธุรกิจที่กำลังเฟื่องฟู ฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาได้ขยายธุรกิจไปยังเมืองแอนต์เวิร์ปด้วยรถลากสองคัน ซึ่งปัจจุบันก็ให้บริการตลอด 365 วันต่อปีเช่นกัน”บนรถม้า ไกด์จะเปิดเผยความลับเล็กๆน้อยๆ และเรื่องราวความเป็นมาที่สำคัญของเมืองหลวงเบลเยียม เริ่มต้นจากจัตุรัสกรองด์ปลาซ เดินทางไปยังย่านซาบลอน จัตุรัสปูลลาร์ท ผ่านรูปปั้นแมนเนเกนพิส และย่านแซงต์-ฌาคส์ โดยผ่านภาพจิตรกรรมการ์ตูนบนฝาผนังหลายแห่ง “กรุงบรัสเซลส์” เป็นเมืองแรกในยุโรปที่ใช้รถลากไฟฟ้านำเที่ยวกลางเมือง เขากล่าวเน้น ทั้งยังมีการขยายเส้นทางไปยังปาเลซ์เดอ จุสติสที่เป็นอาคารทรงโรมันที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งก่อนหน้านี้ม้าลากไปได้ยากลำบากเพราะต้องขึ้นเนินสูงตอกย้ำประเด็นสำคัญนอกจาก “ม้าลาก” สู่ “พลังงานไฟฟ้า” มิติใหม่แห่งการชมเมือง แล้วยังซอกซอนทั่วเมืองเก่า แถมพิชิตทางลาดชันได้อีกด้วยความพิเศษของรถลากไฟฟ้านี้ ไม่เพียงแต่ไร้มลพิษ แต่ยังพาไกด์และนักท่องเที่ยวซอกซอนชมความงามตั้งแต่จัตุรัสกรองด์ปลาซ ย่านซาบลอน จัตุรัสปูลลาร์ท ผ่านรูปปั้นแมนเนเกนพิส ย่านแซงต์–ฌาคส์ พร้อมชมภาพจิตรกรรมฝาผนังลายการ์ตูนสุดน่ารักที่สำคัญ รถไฟฟ้ายังมีกำลังเหลือเฟือในการพาไกด์และนักท่องเที่ยวขึ้นเนินสูงไปยัง ปาเลซ์เดอ จุสติส อาคารทรงโรมันที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งในอดีตยุคม้าลากเคยเป็นอุปสรรคใหญ่โตเพราะความชันในขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการให้เกียรติประวัติศาสตร์ บริษัทกำลังจะใช้ชื่อแบรนด์ใหม่โดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “Anderson 1830’s” เพื่อรำลึกถึง โรเบิร์ต แอนเดอร์สัน นักประดิษฐ์ชาวสกอตผู้ให้กำเนิดรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลก “ผมอยากจะย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของรถม้าไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์คันแรกๆ โรเบิร์ต แอนเดอร์สัน (นักประดิษฐ์ชาวสกอต) เป็นผู้ประดิษฐ์มันขึ้นมา” ทิโบลท์ ดองธีน กล่าวย้ำนอกเหนือจากการนำชมประวัติศาสตร์และภาพที่งดงามของรถม้าสี่ล้อเหล่านี้ที่วิ่งไปมาระหว่างอาคารต่างๆในใจกลางเมืองแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการ“การเปลี่ยนมาใช้รถม้าไฟฟ้าเป็นการลงทุนที่สำคัญมาก เป็นโครงการที่ดำเนินการร่วมกับเทศบาลกรุงบรัสเซลส์ มีไกด์อิสระประมาณยี่สิบคนทำงานให้กับบริษัท พร้อมด้วยการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์เพื่อให้สามารถให้บริการได้ 365 วันต่อปี”บุญธง รายงานด้วยว่า กรุงเทพมหานครกำลังมีการยกประเด็นให้รถสามล้อหรือรถตุ๊กตุ๊กยอดนิยมของนักท่องเที่ยวให้หันมาใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษทางอากาศและเสียงที่ดังมากจนสร้างมลภาวะทางเสียง น่าจะศึกษาโครงการเปลี่ยนจากรถม้าลากมาเป็นรถลากไฟฟ้าของกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม มาเป็นต้นแบบ ที่มีรูปลักษณ์คงเดิมหากช่วยลดปัญหามลภาวะ สร้างความสำนึกในการช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วยเทียบชัดๆ “รถลากบรัสเซลส์” กับ “ตุ๊กตุ๊กไทย” ยุค EV เราจะเห็นจุดร่วมและบทเรียนที่น่าสนใจหลายประการ ประเด็นแรก...โจทย์ปัญหาที่คล้ายคลึงกัน บรัสเซลส์เปลี่ยนจาก “ม้าลาก” เป็นไฟฟ้าเพราะปัญหาด้านมนุษยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์ ในขณะที่กรุงเทพฯต้องเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กจาก “เครื่องยนต์สันดาป” เป็นไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 และมลพิษทางเสียงที่ดังกระหึ่มเมืองถัดมา...การรักษาเสน่ห์และเอกลักษณ์ ทั้งสองกรณีเลือกที่จะ “ไม่ทิ้งรากเหง้า” บรัสเซลส์ยังคงรูปทรงรถลากคลาสสิกแต่วิ่งด้วยมอเตอร์ไร้มลพิษ เช่นเดียวกับตุ๊กตุ๊กไทยที่ยังคงโครงสร้าง 3 ล้ออันเป็นเอกลักษณ์ แต่เปลี่ยนหัวใจภายในให้เป็นพลังงานสะอาดสาม...สมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิม รถลากไฟฟ้าที่บรัสเซลส์พิสูจน์ให้เห็นว่ามันปีนเนินชันได้ดีกว่าม้า เช่นเดียวกับตุ๊กตุ๊ก EV ที่มักจะมีอัตราเร่งที่นุ่มนวล เงียบสงบ และคล่องตัวไม่แพ้เครื่องยนต์น้ำมันเดิม แถมยังประหยัดค่าเชื้อเพลิงให้โชเฟอร์ในระยะยาว“รถลากบรัสเซลส์” พิสูจน์แล้วว่า นักท่องเที่ยวยอมรับและพร้อมจ่ายเงินแพงขึ้น หากกิจกรรมนั้นตอบโจทย์ความยั่งยืน...ไม่ทำร้ายโลก ชวนให้ติดตามอนาคต “รถตุ๊กตุ๊ก EV ไทย” กันต่อไป.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม