พรรคประชาชนร่วมรวมพลไอลอว์ชุมนุมหน้า กกต.13 ก.ย. กดดัน 5 เสือ ส่งฟ้อง 229 ราย คดีฮั้ว สว.ไปให้ศาล “พริษฐ์” ย้ำ กกต. ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเสียเอง ล็อกเป้าใหญ่ซักฟอกถล่ม “อนุทิน-ไชยชนก” ดักคออย่าตุกติกใช้ “ซาเล้ง” สกัดไม่ให้ขย่มปมโกง สว. และโกงสอบท้องถิ่น “ภคมน” ขยายผลโกงสอบ สถ. สู่ทุจริตสอบนายอำเภอ ซัดโยงใยโครงข่ายวางอำนาจกินรวบประเทศ รับเรื่องร้องเรียนทุจริตสอบนายอำเภอปี 68 เรียกรับเงินหัวละ 3 ล้านบาท จ่อเรียกอธิบดีกรมการปกครองชี้แจง กมธ. “ทนายอั๋น” ชี้พระเอกของเรื่องเอี่ยวก๊วนโกงสอบท้องถิ่น “ภราดร” ลั่นรัฐบาลไม่ขัดข้องยินดีตอบ ย้ำ ภท. ไม่มีเอี่ยวฮั้ว สว. ทั้งหัวหน้าพรรคและพรรคทำหนังสือห้ามสมาชิกพรรคไปเกี่ยวข้องเด็ดขาดพรรคประชาชน (ปชน.) เดินหน้ากดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างต่อเนื่อง โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.และประธานวิปฝ่ายค้านยืนยันทำงานคู่ขนานกับภาคประชาชน จะไปร่วมกิจกรรมชุมนุมหน้า กกต.ในวันที่ 13 ก.ย. กับโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)ปชน.ร่วมรวมพลไอลอว์กดดัน กกต.เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.และประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงเรื่องการเรียกร้อง กกต.สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน คดีฮั้ว สว.ไปให้ศาลพิจารณาว่า กกต.มีหน้าที่สั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาเป็นรายกรณี กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเองในชั้นนี้ เมื่อถามว่าวันที่ 13 ก.ย. จะมีการชุมนุมกดดัน กกต. พรรค ปชน.จะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า การทำงานเราคู่ขนานกับภาคประชาชน อะไรเป็นกิจกรรมที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องเราก็ไปร่วม เมื่อถามว่านายยิ่งชีพ อัชฌา นนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เรียกรวมพลให้มากันเยอะๆวันที่ 13 ก.ย. นายพริษฐ์กล่าวว่า ข้อเรียกร้องสาระสำคัญคงตรงกัน อยากให้ กกต.ทำหน้าที่สั่งฟ้อง 229 คนไปที่ศาล ใครใน 229 คนจะผิดไม่ผิดให้เป็นหน้าที่ศาลพิพากษา อีกเหตุผลสถานะความเป็นกลางของ กกต. ปฏิเสธไม่ได้ว่า 4 ใน 7 กกต.มาจากการรับรอง โดย สว.ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน จึงกังวลใจว่าอาจมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมืองได้ ดีที่สุดถ้าสั่งฟ้องไปที่ศาล ศาลจะทำหน้าที่ในฐานะคนกลางโต้ ปชน.ไม่เคยส่งผู้สมัครนายก อบจ.สิงห์บุรีเมื่อถามถึงกรณีนายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว.เปิดเผยข้อมูลว่า สว.ภาคประชาชนไปนัดเลี้ยงกันที่ร้านเดียวกันและมีคนจ่ายค่ากาแฟแค่คนเดียว นายพริษฐ์กล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานผู้สมัคร สว.คนไหน ไม่ว่าถูกนิยามว่ากลุ่มใด ควรใช้มาตรฐานเดียวกัน รายละเอียดข้อมูลนายชีวะภาพคนที่จะตอบได้ดีคือนายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรค ปชน.ที่นำเสนอข้อมูลตรงนี้ และนายชีวะภาพยืนยันข้อมูลทั้งการเดินทางไปที่โรงแรม จ.นครนายก จริง และยอมรับถึงการโอนเงินบางประการจริง ถือว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชนจะฟังความทั้ง 2 ด้าน เมื่อถามว่าทาบทามนายชีวะภาพมาลงนายก อบจ.สิงห์บุรี ในนามพรรคปชน. แต่นายชีวะภาพไม่มา เพราะติดทำคดีของแม่ผู้นำจิตวิญญาณอยู่ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ทราบข้อมูลแต่เท่าที่ทราบ พรรค ปชน.ไม่เคยส่งผู้สมัครลงนายก อบจ.สิงห์บุรี เมื่อถามว่าเวทีผู้นำฝ่ายค้านเอาเรื่องชู้สาวไปล้อเลียน นายพริษฐ์กล่าวว่า เวทีจะพยายามเน้นสาระเป็นหลัก แต่อาจจะไม่สามารถรู้ทุกประโยคหรือควบคุมทุกประโยคของผู้ร่วมเวทีได้ล็อกเป้าซักฟอก “อนุทิน–ไชยชนก”นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. มีประชุมวิปฝ่ายค้าน สมัยประชุมนี้จะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านเพิ่มคือพรรคไทรวมพลัง เห็นตรงกันว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ยังไม่ได้พูดคุยครอบคลุมถึงใครบ้าง แต่ 2 รายชื่อที่มีอยู่แน่นอนคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี จากนี้ตั้งคณะทำงานมีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เป็นหัวเรือหลักรวบรวมรายชื่อ จัดทำญัตติเตรียมยื่นญัตติโดยเร็ว คาดว่าใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ เห็นนายกฯบอกว่าพร้อมตอบทุกคำถาม หวังว่านายกฯและพรรค ภท.จะไม่ใช้เทคนิค พยายามหาช่องทางให้ประธานสภาฯวินิจฉัยไม่ให้พูดเรื่องฮั้ว สว.และโกงสอบท้องถิ่นได้ เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.ระบุว่า ทำให้นายอนุทินเป็นนายกฯได้ก็เอาลงได้ จะทำได้เมื่อไหร่ นายพริษฐ์ตอบว่าเป้าหมายอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่แค่นับคะแนนลงมติ แต่นำเสนอความจริงให้สังคมเห็นปัญหารัฐบาลชุดนี้ หากประชาชนเห็นตามหลักฐานที่เรามี เมื่อไหร่ก็ตามที่อำนาจกลับไปอยู่ในมือประชาชน เขาจะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล“ลิซ่า” รับเรื่องทุจริตสอบ นอภ.หัว 3 ล้านเมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ รับหนังสือจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ กรณีร้องเรียนการทุจริตสอบนายอำเภอ ปี 2568 นายภัทรพงศ์กล่าวว่าเมื่อวันที่ 4 เม.ย.68 ประชาชนร้องเรียนกระบวนการจัดสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ พบการทุจริตเรียกรับเงินหัวละ 3 ล้านบาท เป็นอย่างน้อย จึงไปยื่นเรื่องที่ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ชะลอจัดสอบ แต่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยดึงเรื่องไปอีก 2-3 สัปดาห์ สอบเสร็จแล้วมีการขออย่าให้ประกาศผลสอบ เนื่องจากพบว่าระหว่างนั้นมีการจ่ายเงิน จึงทำให้เลื่อนไปอีก 1 เดือนจึงค่อยประกาศผล มายื่นเรื่องครั้งนี้เพราะมีพระเอกของเรื่องเกี่ยวข้องกับการโกงสอบทุจริตท้องถิ่นในครั้งนี้ เป็นคนเดียวกัน จึงประมวลภาพหลักฐานทั้งหมดมาเปิดเผย หลังจากไปร้องที่ ป.ป.ช.มีประชาชนส่งข้อมูลมาให้ มีข้อมูลชัดขนาดระบุว่าให้ไปตรวจสอบนายอำเภอที่สอบได้ที่ จ.บุรีรัมย์ อย่างน้อย 10 คน พร้อมส่งชื่อ นามสกุล และเลขรหัสสอบมาให้ จึงนำเรื่องมาหารือกับ กมธ.พัฒนาการเมืองฯตรวจสอบกรอบอำนาจตามกฎหมายเตรียมเรียกอธิบดีปกครองแจงขณะที่ น.ส.ภคมนกล่าวว่า กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เคยพิจารณาการทุจริตสอบนายอำเภอ กรณีมีปลัดจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยื่นเรื่องว่าเคยสอบนายอำเภอ 7 ครั้ง แต่ไม่เคยสอบได้เลย ทั้งที่ทำข้อสอบได้ ผู้ยื่นเรื่องระบุชัดเจนว่าไม่ได้ยื่น เพราะสอบไม่ได้ แต่สังเกตเห็นพิรุธและเก็บหลักฐานมาให้ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ หลังพิจารณาการสอบนายอำเภอปี 2566 ยังไม่ได้คำตอบชัดเจน และพบข้อพิรุธต่างๆ รวมถึงมีประชาชนส่งข้อมูลมาเป็นจำนวนมาก ว่าการสอบนายอำเภอมีพิรุธและเรียกรับเงินกันมานานแล้ว ไม่ใช่แค่ปี 2566 และปี 2568 ก็มีข้อมูลเข้ามามากฉะโยงใยโครงข่ายวางอำนาจกินรวบ ปท.“ข้อมูลที่นายภัทรพงศ์ยื่นมาเป็นข้อมูลคล้ายกับข้อมูลที่ประชาชนส่งมาให้ กมธ. สังคมต้องมีคำตอบชัดเจน ไม่ใช่แค่ข้าราชการได้รับบรรจุ แต่คือโครงข่ายสำคัญที่กำลังจะวางอำนาจกินรวบประเทศไทย ไม่ใช่แค่การเรียกรับสินบน แต่คือการวางฐานอำนาจค้ำจุนอำนาจบางอย่างให้อยู่ต่อไปเรื่อยๆ กมธ.จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กมธ.เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง หลังจากนี้จะเชิญบุคคลที่อยู่ในรายชื่อตามที่ ป.ป.ช.ยื่นขอข้อมูลไปยังกรมการปกครองเข้ามาชี้แจง รวมถึงจะเชิญอธิบดีกรมการปกครองมาด้วย จะไม่ลดความพยายามที่จะเชิญอธิบดีกรมการปกครอง เพราะดูแล้วเกี่ยวข้อง เป็นที่น่าสนใจของสาธารณะพอสมควร กมธ.พร้อมเปิดพื้นที่ให้อธิบดีกรมการปกครองและตัวแทนจากกรมการปกครองมาชี้แจงด้วยวาจา เพื่อให้ได้เห็นข้อมูลมากขึ้นและแลกเปลี่ยนกัน” น.ส.ภคมนกล่าว“ภาวุธ” หยันรัฐเน้นถูกได้โมเดล AI ห่วยช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการใช้โครงการ TH-AI Passport ว่า ในเชิงเทคนิคที่สร้างภาพ AI ออกมาเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว เป็นเพราะโมเดลตัวสร้างรูปภาพมีหลายตัว แต่โมเดลตัวตั้งต้นไม่ได้เก่งภาษาไทย ราคาไม่แพงมาก จึงเจอปัญหาสร้างภาพมาแล้วกลายเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว แต่ถ้าเราเลือกโมเดลอื่น เช่น Nano banana ของ Google หรือ chatgpt จะเก่งภาษาไทยมากกว่าด้วยคำสั่งเดียวกัน น่าจะเป็นที่รัฐบาลพยายามประหยัด ลดต้นทุน เอาของถูกมาให้เลือกใช้เป็นตัวเลือกแรก ไม่ใช่ที่ รมว.ดีอีบอกว่าต้องให้ระบบเรียนรู้ภาษาไทยก่อน เอาจริงๆของฟรีที่ใช้อยู่ทำได้เยอะกว่าอยู่แล้ว หลังจากปรับเปลี่ยนแบบเหมางบฯ 1,600 ล้านบาทเป็นแบบรายหัวตก 24 บาทกว่า แต่น่ากังวลคือคนจะเข้ามาใช้เยอะหรือไม่ เป็นตัวเลขจริงหรือไม่ อยากเห็นกรรมการตรวจรับมาตรวจสอบ หรืออาจเปิดเผยแดชบอร์ดให้เห็นว่าปัจจุบันมีคนมาใช้เท่าไหร่ จะได้โปร่งใส คณะกรรมการตรวจรับอาจต้องมีหน่วยงาน หรือเอกชนภายนอกที่เชี่ยวชาญร่วมตรวจรับ จะได้ถูกต้องเป็นธรรม“ภราดร” ลั่นบ่ยั่นฝ่ายค้านขู่ซักฟอกเมื่อเวลา 11.10 น. ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า รัฐบาลไม่ขัดข้อง ยินดีให้ฝ่ายค้านตรวจสอบเต็มที่ เป็นอำนาจโดยชอบและเป็นเครื่องมือตรวจสอบ ซักถาม ตามกระบวนการกฎหมายและรัฐธรรมนูญ กรอบเวลา อภิปราย ยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะเป็นช่วงใด แต่รัฐบาล ยืนยันว่า พร้อมตอบข้อซักถามหรือข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ต้องรอดูญัตติที่ฝ่ายค้านจะยื่น ต่อประธานสภาฯก่อน เมื่อยื่นญัตติแล้วจึงจะทราบโจทย์ หรือประเด็นที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย แต่รัฐบาลมั่นใจว่าชี้แจงได้ทุกประเด็น และที่ผ่านมารัฐบาลเชื่อว่าไม่ได้ดำเนินการใดที่ผิดกฎหมาย หรือกระทำการเข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบ เมื่อถามว่าฝ่ายค้าน อาจตั้งธงจะล้มรัฐบาลให้ได้ นายภราดรตอบว่า ขึ้นอยู่ กับข้อมูลหลักฐาน และการชี้แจงของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย หากฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจนและรัฐมนตรีไม่สามารถชี้แจงได้ สส.จะเป็นผู้ตัดสินใจทางการเมืองบนพื้นฐานข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายไม่เกี่ยวฮั้ว สว.หน. ภท.ทำหนังสือห้ามเมื่อถามถึงว่าฝ่ายค้านอาจเน้นอภิปราย พรรค ภท. โดยเฉพาะคดีฮั้ว สว. นายภราดรกล่าวว่า พรรคยืนยันมาตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว. หัวหน้าพรรคทำหนังสือแจ้งสมาชิกพรรคทุกคน ห้ามไม่ให้ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว เพราะขัดต่อกฎหมาย พรรคยืนยันเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงรณรงค์เลือกตั้ง สว.ออกหนังสือถึงสมาชิกทุกคนห้ามเกี่ยวข้องเด็ดขาด การลงมติของ กกต. วันที่ 14 ก.ย.พรรคยืนยันมาตลอด ไม่เคยเข้าไปแทรกแซง และจะไม่แทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรม หาก กกต.มีคำวินิจฉัย หรือมีแนวทางอย่างไร พรรคพร้อมทำตามกระบวนการยุติธรรม ไม่จำเป็นต้องไปต่อสู้กันนอกเหนือจากกระบวนการของศาล มั่นใจว่าสิ่งที่พรรคหารือและออกเป็นหนังสือแจ้งสมาชิกชัดเจนว่าพรรคและสมาชิกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. และการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญซัด “เท้ง” มโนงอแงอ้างบุญคุณด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรือง ปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ระบุเคยทำให้นายอนุทินเป็นนายกฯได้ก็เอาลงได้ว่า พรรค ปชน.เรียกร้องให้นายกฯยุบสภาฯ นายกฯยุบให้ ถือว่าไม่ได้ติดหนี้อะไรกันแล้ว ที่มาเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 มาจากการตัดสินใจของคนไทยทั้งประเทศผ่านการเลือกตั้ง ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง ไม่มีสส.พรรค ปชน.มาสนับสนุน จะมางอแงอ้างมีหนี้บุญคุณอะไรคงไม่ถูกต้อง ไปเอาความมั่นใจจากไหน ต้องใช้เสียง สส.ไม่ไว้วางใจมากกว่ากึ่งหนึ่งนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรค ภท. กล่าวว่า ฝ่ายค้านขู่จะเปิดโปงความเลวร้ายระบอบ สีน้ำเงินว่า ระบอบสีน้ำเงินไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงวาท กรรมที่ฝ่ายค้านพยายามสร้างขึ้นมา พยายามกล่าวหาพรรค ภท.เกี่ยวข้องฮั้ว สว.ควรมองข้อเท็จจริงรอบด้าน ในอดีตตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่จนถึงก้าวไกล เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกระบวนการที่มองได้ว่าจัดตั้ง สว.นัดพบพูดคุยกันเปิดเผย แต่ไม่สำเร็จ“สิริพงศ์” ตอก “พิชาย” อคติบังตานายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรปริญญาเอก สาขาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กถึง ครม.สัญจรว่า “บันเทิงสัญจร” ว่า ถ้ามองด้วยอคติ อาจเห็นอะไรได้ไม่ครบ ครม.สัญจรคราวนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่เริ่มจากรับฟัง ทำเวิร์กช็อปกับคนในพื้นที่ นายกฯร่วมกิจกรรม ประชุมแบบไม่ตัดโอกาสคนในพื้นที่ การร้องเพลงเป็นเรื่องธรรมดาไม่รู้เพราะอคติบังตา หรือมีเจตนาปิดตาตัวเอง ใช้บางเหตุการณ์มาทำให้ภาพแคบลง ด้อยค่าผู้อื่น ยกตนให้สูงขึ้น เข้าข่ายภาษิตยกตนข่มท่านดีเอสไอเรียก “สมชาติ” นอมินีภูเก็ตที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าปรากฏพยานหลักฐานชั้นสืบสวนของดีเอสไอพบว่า นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติว่า ดีเอสไอออกหมายเรียกครั้งที่ 1 แต่เมื่อตรวจสอบสถานะเอกสาร ได้รับแจ้งว่านำส่งไม่ได้ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ออกหมายเรียกอีกครั้ง ได้รับแจ้งจากไปรษณีย์ว่าถึงมือผู้รับแล้ว ดีเอสไอส่งเอกสารบางส่วนให้สถานีตำรวจในพื้นที่ให้นำส่งด้วย นัดหมายให้มาพบดีเอสไอวันที่ 7 ก.ย. นายสมชาติจะมาพบหรือไม่ ไม่ทราบ ทราบแค่ว่าได้รับหมายแล้วคดี “ภาวุธ” สำนวนจบในเดือน ก.ย.พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ส่วนคดี Forex-3D เส้นเงินเชื่อมโยงถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ดีเอสไอกำลังสอบสวนอยู่ จะสรุปสำนวนส่งอัยการได้หรือไม่ ไม่ทราบยังไม่ได้รับรายงานมาว่าสอบสวนเสร็จสิ้นหรือยัง เท่าที่คุยกับพนักงานสอบสวนไม่เกินเดือน ก.ย. จะส่งสำนวนให้อัยการได้ เมื่อถามว่า คำชี้แจงของนายภาวุธได้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดีมากน้อยแค่ไหน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า รายละเอียดไม่ทราบจริงๆ พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่นายกฯอาลัยพระราชาธิบดีนอร์เวย์ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ลงนามถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดี ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคต ขณะมีพระชนมพรรษา 89 พรรษา สำนักพระราชวังในกรุงออสโลระบุว่าพระองค์เสด็จสวรรคตอย่างสงบเมื่อเวลา 06.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของนอร์เวย์ (11.35 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ของวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. ณ โรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงออสโล หลังจากทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวร จากภาวะความผิดปกติของพระโลหิตชนิดหายาก“ไทย–สิงคโปร์” ร่วมมือ 4 เสาหลักเมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้องออเธอร์เลานจ์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล นายอนุทิน และนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯสิงคโปร์ ร่วมประชุม Thailand- Singapore Leaders' Retreat ครั้งที่ 5 จากนั้นเวลา 15.30 น. แถลงข่าวร่วมกัน นายอนุทินกล่าวว่า ไทยและสิงคโปร์จะรับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อเนื่อง ช่วง 2 ปีข้างหน้า มีความรับผิดชอบร่วมกันนำพาอาเซียนรับมือกับความท้าทายระดับโลกและเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของอาเซียน ยินดีต่อ Joint Statement on the Thailand-Singapore Forward-Looking Strategic Partnership กำหนดทิศทาง ความสัมพันธ์ในอนาคตและเห็นพ้องจะจัดทำความตกลงเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจดิจิทัล อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางอาหารและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งสองประเทศจะเดินหน้าความร่วมมือภายใต้ 4 เสาหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อมความยั่งยืนและความมั่นคงทางพลังงาน-อาหาร เศรษฐกิจ การลงทุน และดิจิทัล กระชับการค้า และการลงทุน กลาโหมและความมั่นคง และการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ด้านนาย ลอว์เรนซ์กล่าวว่า การประชุม Leaders’ Retreat ยืนยันถึงความแข็งแกร่งความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสิงคโปร์กับไทย ความสัมพันธ์ครอบคลุมและเป็นรูปธรรม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจจากนั้นเวลา 17.55 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินและนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยาให้การต้อนรับนายลอว์เรนซ์ ต่อมาเวลา 18.15 น.นายอนุทินเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกฯ สาธารณรัฐสิงคโปร์และภริยา ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล“ภราดร” ถก มท.ให้ท้องถิ่นตั้งค่าขยะเมื่อเวลา 11.10 น. ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ รับหนังสือจากนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล ขอขยายเวลา ประกาศกฎกระทรวง เพิ่มอัตราการเก็บค่าจัดการขยะ ของประชาชน อัตรา 50 บาท ไปอีก 1 ปี หรือออก เป็นกฎกระทรวงให้อำนาจส่วนท้องถิ่นกำหนดอัตราที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ นายภราดรกล่าวว่า ปัญหาอยู่ที่กฎกระทรวงใหม่กำหนดอัตราค่าเก็บขยะ และกำจัดขยะ เดิม 20 บาท เพิ่มเป็น 50 บาท เงิน 20-30 บาท ที่สมาคม อบต.เรียกร้องให้ท้องถิ่นกำหนดเอง จะหารือกับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้ไปหารือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปรับกฎกระทรวงให้คล่องตัวยืดหยุ่นให้ อปท.มากขึ้นรับคำร้องเพิกถอนสิทธิ “ก้องเกียรติ”วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ กกต.ยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคกล้าธรรม เนื่องจากสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัคร เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคหนึ่ง (1) ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีเป็นไปตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. พ.ศ.2561 มาตรา 54 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (13) ศาล รัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา และให้นายก้องเกียรติยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 54อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่