แม่ “แตงโม” แจ้งความดำเนินคดี “กระติก” อดีตจำเลยคดีการเสียชีวิตของอดีตนักแสดงสาวที่พลัดตกสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อกว่า 4 ปีก่อน อ้างนำภาพถ่าย “ขวัญ อุษามณี” ดาราสาวที่อยู่บนเรือคนละลำในคืนเกิดเหตุไปใช้ในชั้นศาล เผยดีใจได้หลักฐานใหม่ความจริงจะได้กระจ่าง ฝากถึงกระติก “กรรมใดใครก่อต้องรับผลกรรม” ขณะที่นางเอกสาวชื่อดังยันมาในฐานะพยานเพื่อนำข้อมูลที่ถูกต้องมาให้ตำรวจกลับมาเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้งกับคดีการเสียชีวิตของอดีตนักแสดงสาว “แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์” ที่ตกสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อกว่า 4 ปีก่อน โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธาน มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พานางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตดาราสาว ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพลัดตกเรือสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2565 และ “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” นางเอกชื่อดัง นำเอกสารหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อิจศรินทร์ หรือกระติก จุฑาสุขสวัสดิ์ อดีตจำเลยในคดี ในข้อหาอ้าง หรือนำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนคดีนายปานเทพเปิดเผยว่า มาในนามตัวแทนพาแม่ภนิดา ในฐานะผู้เสียหายจากการนำภาพและเอกสารอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนคดีและนำมา ซึ่งการ แจ้งความดำเนินคดีกับกระติกที่ชี้จุดสำคัญภาพถ่ายใบหนึ่งเวลา 20.32 น. นำไปใช้ในชั้นตำรวจและนำสืบประกอบคดีความในชั้นศาล เอกสารฉบับดังกล่าว ระบุเป็นภาพกระติกและแตงโมอยู่บริเวณหัวเรือ แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่เป็นความจริง ภาพนั้นถูกถ่ายโดยอัฟฟาน ต่อมา ภาพนี้ถูกโพสต์ลงระบบคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก เวลาดังกล่าวเรือของแตงโม และกระติกยังไปไม่ถึงริเวอร์เดล เพราะเพิ่งออกจาก ร้านอาหารครัวตานิดไม่นาน ยืนยันได้ชัดเจนว่าเป็นเรือคนละลำกันนายปานเทพกล่าวว่า ข้อสงสัยประการต่อมาคือบุคคลที่ปรากฏอยู่ที่หัวเรือในภาพนั้น แท้จริงแล้วคือขวัญ อุษามณี วันนี้ขวัญมายืนยันในฐานะพยานว่า ตัวเองอยู่ในเรือและบริเวณหัวเรือลำดังกล่าว เวลา ดังกล่าวจริง แต่กลับถูกแอบอ้างนำภาพไปใช้ในชั้นศาล เหตุการณ์นี้จะไม่เปิดเผยออกมาเลย หากไม่มี การนำภาพไปใช้ในสำนวน และหากแม่ภนิดาไม่เปลี่ยน คณะทำงานและทนายจนเปิดโอกาสให้ตนเข้าถึงเอกสาร สำนวนคดีได้ ที่ผ่านมาคณะทำงานต้องมุ่งสมาธิไปที่ การทำคดีส่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐก่อน เมื่อเสร็จสิ้น จึงมาจัดการในส่วนของบุคคลธรรมดาอย่างกระติกด้านขวัญ อุษามณี กล่าวว่า มาในฐานะพยาน เพื่อพูดเรื่องข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง แม้สุดท้ายจะต้องขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ หวังว่าข้อมูลในวันนี้จะช่วยพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ในฐานะที่เป็นลูกตำรวจไม่ได้มาเพื่อ โจมตีใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องการมาช่วยผดุงความยุติธรรม ตนเพิ่งทราบเรื่องวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังอาจารย์ปานเทพโทรศัพท์ไปสอบถาม เพราะตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ติดตามข่าว เอาใจช่วยคดี แตงโมมาตลอด แต่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าภาพของตน และเรือที่เคยนั่งจะถูกนำไปใช้บิดเบือนข้อเท็จจริงในสำนวนคดี เนื่องจากไม่ได้รู้จักกับกระติกเป็นการส่วนตัว บุคคลที่รู้จักและสนิทมีเพียงแตงโมคนเดียวเท่านั้นส่วนเหตุผลที่ทำไมเพิ่งออกมาเคลื่อนไหว ขวัญ อุษามณี ตอบว่า คืนเกิดเหตุในแม่น้ำมีเรือสัญจร จำนวนมาก ไม่ได้มีแค่ 2 ลำ เวลานั้นเรือของตนไม่ได้ เกี่ยวข้องหรือถูกเชื่อมโยงกับคดี ขวัญเป็นเพียงประชาชน คนหนึ่ง และเป็นลูกตำรวจคนหนึ่งที่ต้องการรักษาความถูกต้อง ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเรืออีกหนึ่งลำในภาพ คือเรือของเรา เพราะเป็นข้อมูลในสำนวนที่ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึง เมื่อทราบว่าข้อมูลคลาดเคลื่อนและตนสามารถให้ความกระจ่างได้ จึงตัดสินใจออกมาทำหน้าที่พลเมืองดี ส่วนช่วงก่อนหน้านี้หากไม่ใช่ หน้าที่ของตน การเข้าไปก้าวล่วงอาจยิ่งสร้างความวุ่นวายให้แก่คดีได้ขณะที่นางภนิดา แม่แตงโม กล่าวว่า ดีใจที่มี ทีมงานพามาแจ้งความ และดีใจที่ขวัญ อุษามณี ยื่นมือเข้ามาช่วยเป็นพยานในคดี ได้หลักฐานใหม่ ความจริง จะได้กระจ่าง ก่อนมาแจ้งความไม่ได้พูดคุยกับคน บนเรือ มีเพียง “ปอ-ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์” ที่ส่งไลน์มาสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ในส่วนของกระติกไม่ได้คุยกันเลย อยากฝากถึงกระติกว่า กรรมใดใครก่อต้องรับผลกรรมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่