ปกหนังสือใกล้มือ ชื่อ “คัมภีร์ฮ่องเต้” (อู๋จิง เขียนอธิคม สวัสดิญาณ แปล ดอกหญ้าพิมพ์ ต.ค.2540) ผมกำลังคิดว่าเจอหนังสือเล่มใหม่ แต่เมื่อเปิดหน้าใน รู้ว่าเป็น “เจินกวน จิ้งเย่า” ที่อ่านแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเลือกหัวข้อสะดุดใจ “ความแตกต่างระหว่างจักรพรรดิที่รู้แจ้งกับจักรพรรดิที่โฉดเขลา”เจินกวนศกปีที่ 2 (ค.ศ.628) ถางไท่จงฮ่องเต้ตรัสถามเว่ยเจิง (มหาเสนาบดีฝ่ายคัดค้าน) ว่า “จักรพรรดิที่รู้แจ้งกับจักรพรรดิที่โฉดเขลาแตกต่างกันอย่างไร?”เว่ยเจิงทูลว่าจักรพรรดิจะรู้แจ้งมีพระปรีชาญาณได้ ต้องเปิดใจกว้าง สันทัดในการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ส่วนจักรพรรดิที่โฉดเขลาเบาปัญญา ส่วนใหญ่เป็นเพราะฟังความข้างเดียวหลงเชื่อขุนนางกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งคัมภีร์ซือจิงมีความเห็นตอนหนึ่งว่า “หลงป่า ถามทางคนตัดฟืน”ก่อนนี้เมธีกษัตริย์เหยาและซุ่น ทรงปกครองอาณาจักรด้วยพระทัยเปิดกว้าง อุปการะปราชญ์ทั่วแผ่นดิน รับฟังความเห็นทุกฝ่าย จึงเข้าใจปัญหาต่างๆอย่างถ่องแท้ สามารถดูแลทุกข์สุขของราษฎรอย่างทั่วถึงเพราะฉะนั้น ขุนนางอย่างก้งกง และกุ่น (ก้งกง กุ่น ฮวนโตว และซานเหมียว) รวมสี่คน มีฉายาว่าสี่วายร้าย ก้งกงชอบมั่วกามา กุ่นอวดอ้างว่าสร้างความชอบไว้มากมาย ครั้งเกิดอุทกภัย ทั้งๆที่ไม่ทำอะไรเลยจึงไม่สามารถปิดบังพระเนตรพระกรรณของพระองค์ คำพูดหวานหูสอพลอจึงไม่อาจหลอกลวงพระองค์ได้จักรพรรดิฉินเอ้อซื่อ (หูไฮ่) โอรสองค์เล็กของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ทรงเร้นกายในวังลึก ไม่คลุกคลีและปรึกษาหารือกับเหล่าเสนาอำมาตย์ เชื่อฟังเจ้าเกาผู้เดียว กระทั่งถูกเจ้าเกาปลงพระชนม์กระทั่งราษฎรเอาใจออกหากก่อกบฏ แผ่นดินหลุดออกจากเงื้อมพระหัตถ์แล้ว พระองค์ยังไม่ทรงทราบจักรพรรดิเหลียงอู่ตี้ (หรือเชียวเหยี่ยน ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์เหลียงสมัยหนานเฉา ครองราชย์ ค.ศ.502-549) ทรงหลงเชื่อจูอี้ (ขุนนางกังฉิน ชอบปิดบังพระเนตรพระกรรณ แสวงอำนาจลาภผลใส่ตัว)กระทั่งไหวจิ่ง เดิมเป็นขุนศึกราชวงศ์ตงเว่ย ต่อมาสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์เหลียง ตามคำชักชวนของจูอี้ จนได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ แต่ท้ายที่สุดก็ยกทัพตีราชธานีไถเฉิง จักรพรรดิเหลี่ยงอู่ตี้ ยังไม่ทรงทราบจักรพรรดิสุยหยางตี้ (หยางก่วง) ราชโอรสองค์รองของจักรพรรดิสุยเหวินตี้ ครองราชย์ ค.ศ.604-618 ทรงเชื่อฟังหวี่ซื่อจี (ผู้ช่วยมหาเสนาบดี) เขาทราบว่าพระองค์ไม่ทรงชอบข่าวกบฏ จึงไม่รายงานกระทั่งพวกกบฏในท้องที่ต่างๆยกทัพมาตีเมืองยึดพื้นที่อย่างเอิกเกริก สถานการณ์คับขันมากแล้ว พระองค์ยังไม่ทรงทราบเว่ยเจิงสรุปคำกราบทูลทิ้งท้าย...ถ้าองค์จักรพรรดิสันทัดในการรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆอย่างกว้างขวางแล้ว ขุนนางที่ซื่อสัตย์ภักดีจะไม่ถูกปิดปากถางไท่จงฮ่องเต้ทรงชื่นชมคำทูลนี้มาก ไม่แปลกเลยที่รากฐานราชวงศ์ถางมั่นคงยืนยงยาวนานต่อเนื่องไปถึงสามร้อยปีผมอ่านถึงตอนนี้ นึกถึงบ้านเมืองใกล้ๆ ท่านผู้นำไม่ชอบฟังคำขัดหูจากฝ่ายค้าน...ท่านก็สนุกอยู่กับการรำวงเถิดเทิงของท่านไปวันๆ บ้านเมืองนั้นจะอยู่ไปนานแค่ไหนก็ยังไม่รู้.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม