ครม.เงา ปชน.ขย่ม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สแกนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานกลิ่นตุส่อล็อกสเปกอื้อ “ไหม” ชี้พิรุธแค็ตตาล็อกจัดซื้อจัดจ้างกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นล็อกรหัสเอื้อเฉพาะบางราย “ไอซ์” เกาะติดงบฯโซลาร์ปั๊ม กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 6.5 พันล้าน ส่อฮั้วผู้รับเหมาล่วงหน้า เหน็บจัดเรือ โนอาห์พาผู้รับเหมาค่ายน้ำเงินแบ่งเค้กฟาดงบฯ “เท้ง” นัดฝ่ายค้านถกยื่นซักฟอกรัฐบาล “พริษฐ์” เฉ่ง “แสวง” อุ้มนักการเมือง เตือน กกต.อย่าเสี่ยงคุก ปกป้องระบอบสีน้ำเงิน ดีเอสไอแจ้งความกองปราบฯ ฟันกลุ่มบุคคลนำข้อมูลหลักฐานในสำนวนฮั้วสว.ไปเผยแพร่ ปัดเตะตัดขาก๊วนเปิดโปงโกง สว. “อนุทิน” ลั่นไปสู้กันในศาล อ้างจัดทัพใหม่ย้าย 20 บิ๊ก มท. ยึดหลักคุณธรรม โยก ผวจ.บุรีรัมย์นั่งอธิบดี สถ.หมุนเวียนให้เหมาะสม ส่ง“นิรัตน์” ไปเป็นอธิบดี ปภ.เพราะมีประสบการณ์ป้องกันอุทกภัยพรรคประชาชน (ปชน.) จัดทัพพร้อมเตรียมประเด็นอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาล โดยที่ประชุม ครม.เงา พรรค ปชน.ระบุตรวจสอบแผนงานโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐบาล พบความไม่ชอบมา พากลหลายเรื่อง ส่อมีการล็อกสเปกในหลายหน่วยงาน เช่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ“ไหม” ชี้ สถ.กลิ่นตุส่อล็อกสเปกจัดซื้อเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่รัฐสภา พรรคประชาชน (ปชน.) จัดประชุม ครม.เงา นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ กมธ.วิสามัญติดตามการใช้จ่ายตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท สภาฯ นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ กมธ.ติดตามการใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงินฯ ร่วมหารือปัญหาหลายประเด็น อาทิ การติดตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ เป็นต้น โดย น.ส.ศิริกัญญาแถลงว่า พ.ร.ก.เงินกู้กำลังจะเข้าสู่สภาฯเพื่อให้ความเห็นชอบ เราติดตามเรื่องนี้หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา พบว่าน่าสนใจหลายอย่าง หลังจากที่ได้ติดตามการคิดเรื่องแผนงานโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐบาล เราพบความไม่ชอบมาพากลในหลายเรื่อง เช่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ให้แค็ตตาล็อกและอาจจะมีการล็อกรหัสสินค้าในบางประเภท เพื่อให้ เกิดการจัดซื้อจัดจ้างแบบล็อกสเปกไปที่เจ้าใดเจ้าหนึ่ง“ไอซ์” หวั่นผู้รับเหมาค่ายน้ำเงินแบ่งกันกินด้าน น.ส.รักชนกกล่าวว่า ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ส่วนของ 2 แสนล้านบาท หลังมีคีย์เวิร์ดโซลาร์ เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคีย์เวิร์ดแห่งยุคสมัยนี้ ขณะเดียวกันงบกลางที่อนุมัติให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการ 6.5 พันล้านบาท มีคีย์เวิร์ดโซลาร์ปั๊มเช่นเดียวกัน จึงตั้งข้อสังเกตว่า จะต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างและมีผู้รับเหมา หากสมมติว่า ของจัดซื้อจัดจ้างมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท หรือแสนล้านบาท หากไม่ได้เตรียมเอาไว้ก่อน ผู้รับเหมา หรือคนที่ขายของที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าประเภทนี้ไม่รู้ก่อน จะเตรียมทันได้อย่างไร ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เป็นเรือโนอาห์ที่จะพาผู้รับเหมาของเครือข่ายสีน้ำเงิน หรือ สส.เครือข่ายสีน้ำเงินแบ่งกันกินแบ่งกันใช้หรือไม่กัดติดงบฯจัดซื้อจัดจ้างแผงโซลาร์เซลล์น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า รับทราบจากข้าราชการกังวลว่าจะต้องติดร่างแหรับผิดชอบ ถ้าเกิดปัญหาหรือไม่ แจ้งมาว่าเริ่มมีการของบฯในโครงการเข้ามาแล้วจากท้องถิ่น มีหน้าตาโครงการมาแล้ว แต่หลักเกณฑ์ยังไม่ชัดเจน เงินส่วนใหญ่ที่นำไปจัดซื้อจัดจ้างแผงโซลาร์เซลล์ หรือโซลาร์ปั๊ม กมธ.ติดตามงบฯขอหนังสือ ไปยังหน่วยงานเพื่อนำมาพิจารณาว่า มอก.เดิมมีกี่เจ้า ช่วงที่มีงบฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีหน่วยงานยื่นขออุปกรณ์โซลาร์เซลล์กี่เจ้า หากไม่มี เจ้าใหม่มาขอช่วงเวลานี้ อาจหมายความว่าเจ้าเก่าที่ได้ มอก.อยู่รับเละ หรือหมายถึงรับประโยชน์มหาศาล อาจทำให้เชื่อว่าล็อกสเปกให้เจ้าเก่า หากมี 2-3 เจ้า ได้รับ มอก.ใหม่ช่วงเหล่านี้ หรือฟาสต์แทร็กกระบวนการต่างๆอย่างรวดเร็วเป็นที่สังเกตได้ว่าอาจจะเป็นเจ้าใหม่ ที่เข้ามารับทรัพย์หรือไม่ อย่างไรชี้เป้าหลากหลายโครงการไม่ตรงปกนายศุภโชติกล่าวว่า มีโครงการที่ไม่ตรงปก เช่น โครงการสินเชื่อนโยบายติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 ล้าน ครัวเรือนที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เคยพูดไว้ แต่ที่ประชุม กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ สภาฯ ล่าสุดเชิญหน่วยงาน เช่น การไฟฟ้าฯมาชี้แจง ทั้ง 2 การไฟฟ้าฯชี้แจงตรงกันว่า 1 ล้าน ครัวเรือน เป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน เงินอุดหนุนตามข่าวว่าจะสนับสนุน 5 หมื่นบาทต่อรายยังไม่นิ่ง อาจลดเหลือ 3 หมื่นบาทต่อราย แพ็กเกจพ่วงผ่อนผ่านบิลค่าไฟ ที่ รมว.คลังพูด การไฟฟ้าฯ ชี้แจงว่าไม่สามารถทำได้ ภายใต้กฎเกณฑ์ปัจจุบัน ไม่สามารถนำเงินไปจ่ายกับธนาคารโดยตรง และโครงการกระทรวงคมนาคมตั้งงบฯเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถอีวี 4 พันล้านบาท ตอนแรกนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ตั้งเป้าเปลี่ยน 8 หมื่นคัน ครอบคลุมรถ 7 ประเภท แต่ รมว.คมนาคมบอกกำลังอัปเดตหารือกระทรวงการคลัง ล่าสุดมีชี้แจง กมธ.กรมขนส่งทางบกเน้นย้ำว่ารถ 7 ประเภท อาจเหลือแค่แท็กซี่เท่านั้นกังวลผันเงิน 2 แสนล้านไปสู่การทุจริตนายศุภโชติกล่าวว่า โครงการของกระทรวงเกษตรฯตามหน้าข่าวมีการจัดทำคำของบฯก้อนนี้ไปกว่า 6 หมื่นล้านบาท เช่น กรมชลประทาน ที่เสนอแผนงานว่าจะพัฒนาโครงการแหล่งน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ มีการตั้งของบฯไว้ 2 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อมีการสอบถามในห้อง กมธ. พบว่าไม่มีรายละเอียดและเป็นการ ซื้อปั๊มน้ำ และติดตั้งโซลาร์เซลล์เท่านั้น เรากังวลว่ามีการทุจริตผ่านการจัดซื้อจัดจ้างในอนาคตไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ไม่ตรงปก หรือไม่มีเนื้อ สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นและเป็นกระบวนการที่อาจจะเป็นกลไกผันเงิน 2 แสนล้านบาทนี้ไปสู่กระบวนการทุจริตคอร์รัปชัน“เท้ง” นัดคุยฝ่ายค้านจับมือยื่นซักฟอกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า มีข้อเรียกร้องนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯโดยตรง อยากให้จัดสรรเวลาเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการพิจารณากฎหมายอย่างเต็มที่ที่สุด จะติดตามการส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ตอนนี้เรามีข้อสังเกตว่าประธานสภาฯกำลังพยายามเตะถ่วง ไม่ได้ดำเนินการส่วนนี้ อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ เรายังมีวาระคือการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯนัดประชุมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆเรียบร้อยแล้ว จะหารือเป็นการภายในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ หากคืบหน้าอย่างไรพร้อมเรียนในกรอบที่สื่อสารได้มั่นใจสู้คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกลแก้ ม.112นายณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกลเข้าชื่อยื่นแก้ไขกฎหมาย อาญา มาตรา 112 วางแนวทางอย่างไรว่า ภาพรวมไม่ได้ต่างจากเดิม อยากยืนยันความบริสุทธิ์ของพวกเรา เราเพียงแค่ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะ สส. ส่วนเนื้อหารายละเอียดของคดี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน.ฝ่ายกฎหมายพรรค ได้ดำเนินการทุกอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อยากให้มองอีกมุมหนึ่งว่าสิ่งที่เราต้องการ คือต้องการประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตย สส.ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อีกด้านหนึ่งเราอยู่ในระบบการเมืองทั้งรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระและกลไกทางกฎหมายกำลังถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทางการเมืองทำให้คู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งทางการเมือง มั่นใจการรับมือ รูปคดีหลักๆ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงและเรายังเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมา การใช้อำนาจหน้าที่ของพวกเราในฐานะ สส.ตั้งแต่วันแรกที่ยื่นร่างกฎหมายนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้น ไม่ได้เสียสมาธิจากวาระหลักๆที่เราอยากจะผลักดันในสมัยการประชุมนี้“พริษฐ์” จับพิรุธ “แสวง” ส่ออุ้มนักการเมืองด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวถึงกระแสข่าว กกต.จะลงมติส่งคดีฮั้ว สว.ไปยังศาลฎีกาหรือไม่ในวันที่ 28 ส.ค.ว่า ขอเรียกร้องควรให้ข้อมูลที่ชัดเจนลงมติวันใด สาระสำคัญอยู่ที่ลงอย่างไร ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาล เพราะมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต.มีหน้าที่ส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าใครทำความผิดหรือไม่ กังวลว่า กกต.จะตัดตอนไม่ให้ถึงเครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังฮั้ว สว. ดูจากนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ระบุเหมือนผิดหลักการที่พยายามหาทางลง ไม่ให้สั่งฟ้องคนที่ไม่ใช่ผู้สมัคร สว. การเปิดข้อมูลคนใกล้ชิดนายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท.โทร.ไปหากลุ่ม สว.เป็นหลักฐานประเภทหนึ่ง อยู่ในมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การโทร.ระหว่าง น.ส.รัตนา บ่อถ้ำ กับผู้สมัคร สว.อย่างน้อย 19 คน หลากหลายจังหวัดมากถึง 62 ครั้ง ในห้วงเวลาแค่ 80 วันคาบเกี่ยวกับช่วงการเลือก สว. และการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของ สว. น.ส.รัตนาเป็นหนึ่งใน 229 คนที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 สรุปว่ามีมูลความผิดคดีโกงสว. และยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวนายชลัฐ กรรมการบริหารพรรค ภท.กกต.อย่าตัดตอนเสี่ยงคุกป้องสีน้ำเงินนายพริษฐ์กล่าวว่า อยากฝากนายชลัฐว่าช่วงปี 66-68 น.ส.รัตนาช่วยงานนายชลัฐหรืองานพรรคภท.ด้านไหน ตอนนี้ช่วยอยู่หรือไม่ เหตุใดถึงได้โทร.คุยกับ สว.จำนวนมากช่วงเลือก สว. จริงหรือไม่ว่า น.ส.รัตนาถูกมอบหมายให้เป็นหนึ่งในผู้ประสานงานกับ สว.ที่ได้รับเลือก นัดหมายมาประชุมร่วมกันที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ ช่วงสว.เริ่มปฏิบัติหน้าที่ จริงหรือไม่นายชลัฐเคยไปร่วมประชุมกับ สว.จำนวนมาก ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ หลังเลือก สว.เสร็จสิ้นลง ไปในนามส่วนตัวหรือในนามกรรมการบริหารพรรคภท. วันนั้นมีผู้บริหารพรรคหรือ สส.พรรค ภท.คนอื่นไปร่วมด้วยหรือไม่ การโกง สว.ควรมองหลักฐานเหมือนภาพจิ๊กซอว์ถึงเห็นภาพรวม ทั้งประวัติ การโทร. คำบอกเล่าของพยาน หลักฐานนัดหมาย เส้นทางการเงิน คลิปเสียง บัตรเลือกตั้ง สว.ระดับชาติที่ซ้ำกันจำนวนมาก ตัวเลขโพยใบสั่งเห็นภาพชัดเจนขึ้น กกต.อย่ายกคำร้องตอบแทนบุญคุณคนที่เลือกคุณมา อย่าเอาตัวเองเสี่ยงติดคุก เพื่อปกป้องระบอบสีน้ำเงิน หวังว่า กกต.จะฟ้องศาลฎีกา หากยกคำร้องใครก็ตามทั้งที่หลักฐานชัดจะฟ้อง กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 และจะดูช่องทางอื่นที่ทำให้ข้อมูลไปถึงศาลฎีกาได้ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาจะยื่นร่างแก้ไข พ.ร.ป.การเลือก สว.เพื่อให้ผู้เสียหายโดยตรงอย่างผู้สมัคร สว. ร้องศาลฎีกาได้โดยตรงดีเอสไอแจ้งความคนแพร่สำนวนฮั้ว สว.เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่กองกฎหมายดีเอสไอเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.ว่า อธิบดีดีเอสไอมีคำสั่งให้ตรวจสอบภาพเนื้อหาเอกสารที่ปรากฏในช่องทางสื่อสารสาธารณะ เป็นภาพเนื้อหาเอกสารในสำนวนของดีเอสไอจริงหรือไม่ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเนื้อหาภายในสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอจริงๆ จึงเล็งเห็นว่ากรณีกลุ่มคณะบุคคลนำเอาเนื้อหาและเอกสารภายในสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษมาเปิดเผยสู่สาธารณะ ส่งผลกระทบเสียหายต่อหลักการสอบสวนคดีอาญา ตามหลักการจะเปิดเผยเนื้อหาการสอบสวนได้ต้องขึ้นสู่การพิสูจน์ในชั้นศาลเท่านั้น ต้องถูกพิจารณาเปิดเผยต่อหน้าจำเลย แต่เมื่อมีการนำเอาข้อมูลมาเปิดเผยต่อสาธารณะเช่นนี้ ส่งผลเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม จึงมอบหมายให้กองกฎหมายไปแจ้งความเอาผิดกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันนำเอาเอกสารและข้อมูลภายในสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อให้พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูรายละเอียดพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่นำเอาข้อมูลและเอกสารภายในสำนวนสอบสวนคดีพิเศษของดีเอสไอมาเปิดเผยต่อสาธารณะ และนำไปเผยแพร่ช่องทางใดอีกปัดเตะตัดขาก๊วนเปิดโปงโกง สว.เมื่อถามว่าสังคมจะวิจารณ์ว่าดีเอสไอไปแจ้งความดำเนินคดี เพื่อเตะตัดขากลุ่มบุคคลที่อยู่เปิดโปงพยานหลักฐานสำนวนคดีฮั้ว สว.หรือไม่ พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า การเปิดเผยสำนวนการสอบสวน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด เมื่อไหร่ถือเป็นเรื่องเสียหาย และส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น เราไม่สามารถเพิกเฉยได้ อีกทั้งเรายังยึดความโปร่งใส ให้หน่วยงานอื่นอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงแทนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความผิดเบื้องต้นที่กองกฎหมาย ดีเอสไอแจ้งความเอาผิด ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารนั้นออกเปิดเผย ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 323 ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่น โดยเหตุที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ฯ แล้วเปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 164 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน รู้หรืออาจรู้ความลับในราชการ กระทำโดยประการใดๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ“อนุทิน” ลั่นคดีฮั้ว สว.ไปสู้กันในศาลเมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดข้อมูลคดีฮั้ว สว.เชื่อมโยงรัฐมนตรีและ สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อย่างต่อเนื่องว่า “ครับก็เตรียมไปสู้กันในศาล วันนี้มีการแจ้งความผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ไปแจ้งความดำเนินคดีกันต่อไป ทุกอย่างมีกระบวนการยุติธรรม เราไม่สามารถไปเชื่อความเห็นคนใดคนหนึ่งได้ มีการพิสูจน์สืบสวนสอบสวนทุกอย่าง เราต้องเคารพกระบวนการนั้น เราทำอะไรไม่ได้นอกจากให้ความร่วมมือในทุกอย่าง เมื่อถามว่ากรณีฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องฮั้ว สว.รัฐบาลจะตอบคำถามนี้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ยืนยันว่าอะไรที่รู้เราก็ตอบ อะไรไม่รู้ เราไม่เกี่ยว ไม่รู้จะเอาอะไรมาตอบป้อง “ทองเจือ” ไม่เกี่ยวโกงสอบท้องถิ่นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มีชื่อนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกฯ เกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรบ้างว่า ข้อเท็จจริงไม่มีการโยง เมื่อถามว่านายเรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว แจงต่อกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนว่าได้รับการติดต่อนายทองเจือ นายอนุทินกล่าวว่าไม่มี ไม่ทราบในรายละเอียด มั่นใจว่าคนใกล้ตัวตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่หากวันไหนมีส่วนเกี่ยวข้องมีหลักฐาน ถูกดำเนินคดีทุกรายไม่เว้นแม้แต่ใคร ต้องมีหลักฐาน อย่ามาพูดลอยๆแบบนี้ไม่ได้ยันโยกย้าย มท.ยึดหลักคุณธรรมนายอนุทินกล่าวอีกว่า ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยเป็นไปตามวาระปกติมีคนเกษียณอายุราชการ มีการแต่งตั้งโยกย้ายตามฤดูกาลปกติ กรณีที่โยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มาเป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้พูดคุยอะไรกันบ้างนั้น ท่านจะมาเป็นอธิบดี ปภ.ตอนเป็น ผวจ.เชียงใหม่ มีประสบการณ์ป้องกันอุทกภัย ต้องหาคนที่มีความเหมาะสมที่สุด สามารถป้องกันภัยได้เลย ได้หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทย เห็นพ้องต้องกันว่านายนิรัตน์เหมาะสมด้านนี้ เมื่อถามว่าการโยกย้ายข้าราชการกระทรวง มท. ครั้งนี้ยึดหลักอะไร ก่อนหน้านี้ต้องการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน นายอนุทินกล่าวว่า ยึดหลักคุณธรรมความเหมาะสม และยึดหลักว่าคนที่เราแต่งตั้งมาทำหน้าที่แต่ละตำแหน่งต้องยึดถือประโยชน์ประชาชนเป็นเป้าหมายแรกผวจ.บุรีรัมย์ขึ้นอธิบดี สถ.ตามเหมาะสมเมื่อถามถึงกรณีโยกย้ายนายปิยะ ปิจนำ จากผวจ.บุรีรัมย์ มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอนุทินตอบว่า เป็นไปตามการหมุนเวียนโยกย้ายและความเหมาะสมในหน้าที่ของการทำงาน ผวจ.แต่ละจังหวัดมีองค์ความรู้วิธีการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราก็ดำเนินการตามความเหมาะสมและอาวุโส สำหรับการโยกย้ายนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช.ให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกฯ แทนนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกฯ กำลังจะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. ตนมาอยู่ทำเนียบรัฐบาลต้องหาคนที่ทำงานแล้วคุ้นเคย การขอให้นายฉัตรชัยมาช่วยงานเป็นปลัดสำนักนายกฯคนต่อไป ทำให้สานต่องานในสำนักนายกฯได้ อีกหน่อยตนไปทำงานด้านความมั่นคง การเจรจาความมั่นคงต่างๆมีปลัดสำนักนายกฯเป็นผู้ช่วยงานอีกคน ให้คำแนะนำได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงภาพกว้าง และยังขอให้เป็นตัวแทนตนประชุมหารือตัดสินใจเรื่องต่างๆ เพราะทำงานร่วมกันมา 1 ปี สื่อสารเข้าใจรับลูกกันได้สั่งอุดช่องโหว่ปราบอาชญากรรมต่อมาเวลา 13.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินเป็นประธานการแถลงข่าว “การปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่โดยพนักงานฝ่ายปกครองร่วมกับภาคีเครือข่าย” มีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร. เข้าร่วม นายอนุทินกล่าวว่า ได้ให้ข้อสั่งการทุกหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ดีเอสไอ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไป 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.อุดช่องโหว่ระบบทะเบียนไม่ให้ซื้อขายสัญชาติ สวมสิทธิ์หรือใช้คนไทยเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ขยายผลไปถึงเส้นทางการเงินและผู้อยู่เบื้องหลัง 2.จัดระเบียบธุรกิจและปราบปรามทุนนอมินี โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว 3.การจัดการอาวุธปืนผิดกฎหมายและยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางการออกใบอนุญาตน้ำเงินจัดทัพ มท.โยกย้าย 20 บิ๊ก ขรก.น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย 20 ราย ดังนี้ 1.นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผวจ.สุรินทร์ เป็นรองปลัดกระทรวง 2.นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ เป็นรองปลัดกระทรวง 3.นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา เป็นรองปลัดกระทรวง 4.น.ส.อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นรองปลัดกระทรวง 5.นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 6.นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผวจ.นครศรี ธรรมราช เป็นอธิบดีกรมที่ดิน 7.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 8.นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไปเป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 9.นายปิยะ ปิจนำ ผวจ.บุรีรัมย์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)“ชัยวัฒน์” นั่งพ่อเมืองอุดรธานีน.ส.ลลิดากล่าวอีกว่า 10.นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี เป็น ผวจ.ฉะเชิงเทรา 11. นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจฯ เป็น ผวจ.เชียงใหม่ 12.น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผวจ.ฉะเชิงเทรา เป็น ผวจ.ตราด 13.นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวง เป็น ผวจ.ตาก 14.นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผวจ.สุพรรณบุรี เป็น ผวจ.นครราชสีมา 15.นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผวจ.มหาสารคาม เป็น ผวจ.นครสวรรค์ 16.นายเอกวิทย์ มีเพียร ผวจ.ปทุมธานี เป็น ผวจ.บุรีรัมย์ 17.น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็น ผวจ.ปทุมธานี 18.นายชาธิป รุจนเสรี ผวจ.กำแพงเพชร เป็น ผวจ.สระแก้ว 19.นายพิริยะ ฉันทดิลก ผวจ.ตราด เป็น ผวจ.สุพรรณบุรี 20.นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวง เป็น ผวจ.อุดรธานี ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเป็นต้นไปโยกเลขาฯ สมช.นั่งปลัดสำนักนายกฯน.ส.ลลิดากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมติแต่งตั้ง นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ. ไปเป็นที่ปรึกษาด้านปกครอง สำนักงานปลัดกระทรวง ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รอง ผวจ.ภูเก็ต เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวง นายยงยุทธ ชื้นประเสริฐ ผอ.สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง ไปเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุ เช่น นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ยังอนุมัติตามที่สำนักนายกฯเสนอ โดยรับโอนนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นปลัดสำนักนายกฯ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดฯเป็นต้นไป อีกทั้งยังมีมติตามที่สำนักนายกฯเสนอให้นายกิติภณ รื่นสัมฤทธิ์ รอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69ดึง “ชัยพฤกษ์” นั่งคุม สมช.คนใหม่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายฉัตรชัย บางชวด เลขาฯ สมช. ยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี ไปเป็นปลัดสำนักนายกฯ แทนนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ที่เกษียณวันที่ 30 ก.ย. โดยปกติเลขาฯ สมช.เป็นหัวหน้าส่วนราชการที่ต้องเข้าประชุม ครม.ทุกครั้ง เหมือนกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงกลาโหม แต่การประชุม ครม.ครั้งนี้นายฉัตรชัยรู้ล่วงหน้าถึงการโยกย้าย จึงได้ยื่นใบลาล่วงหน้า แต่ในวันเดียวกันได้เข้าร่วมประชุมหน่วยงานมั่นคงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ส่วนเลขาฯ สมช.คนใหม่ ได้วางตัว พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกไว้ โดยได้หารือกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เรียบร้อย รอที่ประชุมสมช.พิจารณาแต่งตั้งเลขาฯ สมช.คนใหม่ ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.เห็นชอบต่อไป“นิรัตน์” ยอมรับเรื่องยากกวาดบ้าน สถ.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการอธิบดี สถ. กล่าวภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดี ปภ.ว่า ไม่ได้รับทราบมาก่อนล่วงหน้า เคารพการตัดสินใจของนายอนุทินและปลัดกระทรวงมหาดไทย ต้องพร้อมเสมอ จะส่งผลต่อการสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นหรือไม่ ไม่ทราบ ยังไม่ได้พูดคุยกับนายกฯ ภารกิจ สถ.สอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นต้องบริหารบัญชี เอาบัญชีที่ถูกต้องมาใช้และส่งไปยัง ก จังหวัด เทศบาล อบต. อบจ.ให้เพิกถอนคนไม่ได้มีคะแนน หลังจากนี้ต้องสังคายนาภายในกรม สถ. เมื่อถามว่ากวาดบ้านสถ.จะให้แล้วเสร็จก่อนย้ายกรมหรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่า ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่จะทำให้ได้มากที่สุดและดีที่สุดป.ป.ช.ประสาน ปปง.บี้เส้นทางเงินเมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการกรรมการ ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้าการไต่สวนคดีทุจริตจัดสอบท้องถิ่น ปี 68 ว่า ป.ป.ช.รับไต่สวน 2 ประเด็นคือ 1.การกล่าวหาเจ้าหน้าที่และผู้บริหารของกรม สถ.ล็อกสเปก กำหนดทีโออาร์ เอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใด เพื่อมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม 2.การทุจริตเรียกรับผลประโยชน์การสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น จากการไต่สวนพยานสำคัญพาดพิงถึงกลุ่มบุคคลที่เป็นเครือข่าย ป.ป.ช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วย โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ได้ประสาน ปปง.และธนาคารขอข้อมูลเส้นทางการเงินผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทั้งระบบ การลงพื้นที่แบ่งเจ้าหน้าที่ไต่สวนลงไปในส่วนภูมิภาค เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่า บุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง ใครเป็นเหยื่อ ใครกระทำผิดให้ชัดเจน อาจใช้เวลามากหน่อย ผู้เกี่ยวข้องมีมากกว่า 6 พันราย และจากการขยายผลไต่สวนการทุจริตสอบปี 68 ของ ป.ป.ช. จากหลักฐานในคอมพิวเตอร์ที่ยึดได้พบไฟล์เอกสารมีบัญชีรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ เชื่อมโยงกับการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดเมืองพัทยา ปี 64 ที่บ่งชี้ว่าเครือข่ายนี้ทำงานเป็นขบวนการหลายปีต่อเนื่องกัน ป.ป.ช.จึงมีมติให้ไต่สวนการทุจริตสอบท้องถิ่นปี 64 ในส่วนเมืองพัทยาเป็นคดีพิเศษ และรับไว้ดำเนินการเช่นเดียวกันไม่ยืนยันเส้นเงิน 9 พันล้านนายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ส่วนที่คณะ กมธ. ป.ป.ช. สภาฯระบุว่ามีเส้นเงินกว่า 9,000 ล้านบาทเกี่ยวข้องคดีนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อมูลจาก ปปง.ยังตอบไม่ได้ ได้ยินแค่ตามข่าวแต่ไม่ขอยืนยัน แต่จะขยายผลเส้นเงินไปจนสิ้นสุดถึงใครบ้าง ที่สังคมกังวลจะมีแค่ระดับข้าราชการถูกดำเนินคดีไปไม่ถึงฝ่ายการเมือง หรืออดีตอธิบดีที่ตกเป็นข่าว อดใจรอนิดนึง ป.ป.ช.ไม่มีตัดตอนแน่นอน ไม่ใช่ว่าไม่มีเส้นเงินแล้วจะไม่ผิด การไต่สวนคดีวางไว้ 6 เดือนจะสรุปว่าใครถูกแจ้งข้อกล่าวหาบ้าง จะรวบรวมหลักฐานแต่ละกลุ่ม ใครทำผิดอะไรบ้างเป็นสารตั้งต้น ส่งให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ชี้มูลความผิด ไม่ยื้อคดีจะทำให้เสร็จเร็วที่สุด กำลังรวบรวมหลักฐานไปถึงใครบ้าง รอดูหลักฐานก่อน แยกว่าใครเป็นคนทำผิดหรือเป็นเหยื่อ ส่วนการตรวจกระดาษคำตอบ 860,000 แผ่นยังไม่เสร็จ การตรวจจะใช้เวลา 10 วันหลังจากได้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบมา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เครื่องมา อยู่ระหว่างการหาเครื่องตรวจที่แม่นยำเผยมี 2 อดีตอธิบดีเอี่ยวโกงสอบนายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบการทุจริตการสอบท้องถิ่นที่ขยายผลย้อนหลังไปถึงปี 64 เกี่ยวข้องกับเทศบาลเมืองพัทยา ป.ป.ช.พบมีผู้เกี่ยวข้อง 10 คน สูงสุดเป็นระดับอธิบดี สถ.ขณะนั้น มีพฤติกรรมกระทำความผิดแก้ไขคะแนนสอบเหมือนกับปี 68 และเป็นกลุ่มคนเดียวกัน ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวนระดับอธิบดีไปแล้ว 2 คน คือนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ.กับอดีตอธิบดี สถ.ปี 64 จะสอบขยายผลไปถึงอธิบดีที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 64-68 จะตรวจสอบและขยายผลมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องหรือไม่ หลักฐานขณะนี้สามารถเอาผิดบุคคลได้สูงสุดอยู่ที่ระดับอธิบดี ยังไม่ถึงฝ่ายการเมือง แต่ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะสอบไปให้ได้สุดทาง เพื่อให้ไปถึงตัวการ ขณะนี้ได้แค่ตัวการระดับหนึ่ง แต่จะไปถึงระดับที่เป็นข่าวหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน ทั้งนี้ อธิบดี สถ.ช่วงเวลาปี 64 ที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวนคือ นายประยูร รัตนเสนีย์ ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดี สถ.ช่วงวันที่ 1 ต.ค.62-30 ก.ย.65“แนน” มั่นใจ รบ.พร้อมตอบซักฟอกเมื่อเวลา 16.20 น. ที่พรรค ภท. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ภท. เปิดเผยหลังประชุม สส.พรรคว่า พรรค ภท.พร้อมประชุมสภาฯ สัปดาห์แรกจะพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน สัปดาห์ ถัดไปจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 วาระ 2 และ 3 ส่วนที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคพร้อมไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหน เมื่อถามว่าพรรค ภท.ต้องเตรียมองครักษ์ไว้หรือไม่ น.ส.แนนกล่าวว่า คงไม่ต้องใช้คำว่าองครักษ์ แต่หากใครอภิปรายไม่อยู่ในขอบเขตข้อบังคับการประชุม หรืออยู่ในเนื้อหาญัตติ สมาชิกทุกคนมีสิทธิทักท้วง ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายเบื้องต้นพูดคุยกันไว้แล้วว่าใครจะอภิปรายประเด็นใด แต่เชื่อว่าไม่ว่าประเด็นไหน ครม.มีความพร้อมอยู่แล้วเทงบกลาง 558 ล. เยียวยาน้ำท่วม 69ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติอนุมัติงบกลาง กรอบวงเงินงบฯช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากงบฯปี 69 งบกลาง รายจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 558,739,000 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝนปี 69 ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขเป็นกรณีพิเศษ ตามที่ปภ.เสนอ และ ครม.มีมติเพิ่มเติม ดังนี้ 1.กรณีอยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง การระบายน้ำไม่เกิน 7 วัน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท 2.กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท รวม 60,971 ครัวเรือน 3.กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มและอุทกภัยโดยตรง เช่น การจมน้ำ ถูกกระแสน้ำทำให้เสียชีวิต ช่วยเหลือรายละ 2 ล้านบาท จำนวน 5 ราย ที่ จ.น่าน.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่