เหตุสะเทือนขวัญในบ้านเราช่วงนี้มาถี่ยิบ ใครจะไปคิดว่า เด็กนักเรียนอายุ 14 ปี เรียนอยู่แค่ ชั้น ม.3 จะก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญซับซ้อนขนาดนี้? ไอ้ที่พกปืนมากราดยิงครูอาจารย์ เพื่อนร่วมโรงเรียน ก็ว่าโหดแล้ว แต่เมื่อตำรวจย้อนกลับไปตรวจสอบที่บ้าน ของปู่–ย่า ที่เลี้ยงมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ยิ่งน่าตกตะลึง!พบร่างปู่ถูกจ่อยิงในห้องครัว...ส่วนย่าถูกยิงดับคาเตียงขณะหลับ...!ในความเห็นส่วนตัวมันเป็นพฤติกรรมโหดเหี้ยมกว่า เพราะหลังจากพ่อแม่แยกทาง ตัวเองก็ถูกส่งมาให้ปู่ย่า ดูแล และทำได้ชนิดไม่ขาดตกบกพร่อง บ้านช่องใหญ่โต มีฐานะ บ้านเรือนสะอาดสะอ้าน มีทุกอย่างชนิดไม่น้อยหน้าใคร ถือว่าไม่น่ามีปมด้อยอะไร?แต่สภาพภายในบ้านหลังตำรวจเข้าไปตรวจสอบ กลับเจอภาพสะเทือนใจ!พยายามนึกภาพแล้วคิดตามยังไงก็คิดไม่ออกว่า ต้องมีความคิดอ่านอำมหิตขนาดไหน ตั้งแต่วางแผน ขโมยปืนของปู่พร้อมแมกกาซีน 2 อัน และเครื่องกระสุน 2 กล่อง ร่วม 100 นัด มานั่งโหลดกระสุนใส่แมกกาซีน เพื่อไปยิงผู้มีพระคุณจากนั้นไปอาบน้ำแต่งชุดนักเรียน ปิดล็อกประตูบ้าน เอากุญแจคล้องประตูรั้วจากด้านนอก แล้วเดินทางไป โรงเรียนพร้อมอาวุธเต็มกระเป๋า เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังเรียนไป 1 คาบ ถึงเริ่มปฏิบัติการฆ่า!เหตุกราดยิงระบาดไปทั่วโลก เห็นหลายประเทศพยายามหาทางป้องกัน หรือเรียกให้หรูหน่อยก็ถอดบทเรียน แต่ถามคำเดียว มันเคยสำเร็จหรือเปล่า?เท่าที่น่าจะทำได้และหลายประเทศทำสำเร็จมาแล้ว คือ เอา “ปืน” ที่ถือว่าเป็นอาวุธร้ายออกไปจากสังคม เพื่อลดความสูญเสียถ้าทำได้น่าจะตายน้อยลงไปอีกเยอะ...สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม