“ครู” คือหัวใจสำคัญ เหตุสลดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาสังคมที่เกี่ยวเนื่องกันหลายปัจจัย ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือโรงเรียน ไม่ใช่ให้ “ครู” พกปืน นั่นมันยิ่งจะไปกันใหญ่ กลายเป็นสนามรบขึ้นมาได้เท่าที่จับความเคลื่อนไหวทั้งหมดหลังเกิดเหตุ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบกระทรวงการ อุดมศึกษาฯ น่าจะมาถูกทางที่สุดนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็ไปอีกโทนหนึ่ง ที่ไม่ตรงประเด็น เนื่องจากคนละปัญหา คนละประเด็นนี่มันเหตุในโรงเรียน เป็นเรื่องของ “เด็ก” ที่มีปัญหา!ไม่ใช่เรื่องของประชาชนทั่วไปในการพกพาอาวุธปืนดังนั้น ปัญหามันก็ต้องแก้ที่โรงเรียน โดยเฉพาะ “ครู” ที่ใกล้ชิดและรับรู้เรื่องราวต่างๆมากที่สุดว่าไปรู้ดีกว่าพ่อ-แม่ หรือผู้ปกครองเนื่องจากมีความใกล้ชิดและความเป็นไปทุกอย่างดังนั้น “ครู” จึงต้องทำหน้าที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่สอนหนังสืออย่างเดียวแต่ยังต้องดูแลเอาใจใส่แก้ปัญหาให้ลูกศิษย์ยิ่งเด็กที่มีปัญหาทางบ้าน พ่อ-แม่แยกกันอยู่มีปู่-ย่าเลี้ยงดู นี่ก็เป็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นมาก เพราะพ่อ-แม่ไม่ได้เลี้ยงอบรมสั่งสอนเองมีปัญหาหากปู่-ย่ายังมีกำลังวังชาดีก็พอทำเนา หากแก่มาก ก็คงลำบากที่จะดูแลอบรมสั่งสอน ที่สำคัญคือการรับรู้ปัญหา ของเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน“เด็ก” นั้น ต้องการที่ปรึกษาเพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาเมื่อไม่มีพ่อ-แม่ ก็ต้องจมปลักอยู่กับตัวเอง คิดอะไรได้ ก็ไปทางนั้น เพราะไม่มีใครช่วยแนะนำเขา หรือหาทางออกให้เขายิ่งกดดันมากก็ยิ่งนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นในสภาพของเด็กที่ก่อเหตุครั้งนี้ว่าไปแล้วก็น่าสงสาร เหมือนคนขาดที่พึ่งทางใจ ส่วนเหตุจูงใจจะมาจากอะไรก็ต้องไปค้นหากัน!ในโรงเรียนนั้นนอกจากจะต้องมีมาตรการดูแลควบคุมไม่ให้เด็กนำอาวุธเข้าไปในโรงเรียน คือจะต้องเข้มงวดกวดขันด้วยมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ไม่ว่าโรงเรียนไหนก็ตาม“ครู” ในฐานะผู้สอนและอบรมสั่งสอนก็ต้องเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น นั่นคือต้องรู้สภาพความเป็นไปของเด็ก ครอบครัวเป็นอย่างไร อาศัยอยู่กับใครเพื่อจะได้เข้าถึงและแก้ไขปัญหา รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆเพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่น ไม่ว้าเหว่ กล้าจะ ปรับทุกข์ เล่าปัญหาต่างๆให้ทราบเมื่อรู้ปัญหาจะได้เข้าถึงปัญหาก่อนที่จะเกิดปัญหาเพราะถ้าเด็กมีปัญหาการเรียนก็เกิดปัญหาตามมาด้วย อาจจะเงียบแต่พร้อมจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงได้เมื่อครูรู้ปัญหาของเด็กและพร้อมจะเป็นที่ปรึกษาให้ปัญหาอย่างที่เกิดขึ้นก็จะไม่เกิดเพราะแก้ไขที่ต้นตอที่จำเป็นอย่างยิ่งทุกโรงเรียนควรจะมีทีมงานในลักษณะครูผู้ปกครองเพื่อเกาะติดนักเรียนแต่ละคน ยิ่งพวกที่มีปัญหาจะได้แก้ไขเยียวยาเสียก่อนนี่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกโรงเรียนจะต้องดำเนินการ!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม