วันนี้ยังคงเป็นวันสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยอย่างต่อเนื่องอีกหนึ่งวัน เพราะตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลังของปี พ.ศ.2569 เป็น “วันเข้าพรรษา” หรือวันแรกที่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายจะต้องเข้าพำนัก ณ วัดใดวัดหนึ่ง เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและดำรงวัตรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเป็นเวลา 3 เดือนเต็มๆแม้จะมิใช่ “วันหยุด” ราชการอย่างเป็นทางการแต่ก็เป็น “วันหยุด” โดยสมัครใจและโดยประเพณีนิยมของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมานับเป็นเวลาร้อยๆปีมาแล้วเพื่อทำบุญบำเพ็ญธรรม และถวายอัฐบริขารที่จำเป็นแก่พระภิกษุสงฆ์ที่จะจำพรรษา ณ วัดต่างๆ ทั่วประเทศหลายๆจังหวัดจะมีพิธีแห่เทียนพรรษาทั้งทางบกทางน้ำ และบางจังหวัดก็ได้ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งท่านผู้อ่านคงจะได้ชมกันแล้วผ่านการถ่ายทอดสดทั้งทางโทรทัศน์และทางสื่อสังคมออนไลน์หลายๆช่องทางวันนี้หลายๆจังหวัดก็อาจจะยังมีพิธีแห่แหนต่างๆอยู่ อย่าลืมติดตามดูการไลฟ์สดกันด้วยนะครับสำหรับประเด็นหลักที่ผมจะเขียนถึงในวันเข้าพรรษาปีนี้ก็มาจากข่าวระดับโลกที่บ้านเราแทบไม่มีการพูดถึงหรือนำเสนอข่าวกันเลยใน “สื่อหลัก” ต่างๆผมเองอ่านหนังสือพิมพ์และออนไลน์รวมทั้งเปิดฟังวิทยุรายการข่าวของหลายๆช่อง ก็ไม่ผ่านสายตาหรือผ่านหูทั้ง 2 ข้าง มาก่อนเลยจนเมื่อวานนี้เอง “เฟซบุ๊ก” ในมือถือผมที่มีคนโพสต์ไว้เพิ่งเด้งขึ้นมาหลังจากข่าวผ่านไปหลายวันแล้วได้แก่ข่าว...“โบราณสถานทางพุทธศาสนาแห่งสารนาถในประเทศอินเดียได้รับการยอมรับจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก” (อ้างอิงจากพาดหัวของสำนักข่าว VHO ของเวียดนาม)และ “สารนาถได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ โดยองค์กร UNESCO ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 48 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี” (จากเฟซบุ๊กที่ใช้บัญชีชื่อว่า พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อริยสัจ)ผมต้องขอขอบคุณเฟซบุ๊กที่เด้งข่าวนี้ขึ้นมาให้...แม้จะช้าไปหน่อย แต่ก็ยังไม่เกินกาลเพราะสามารถนำมาเขียนถึงในฐานะข่าวมงคลในช่วงที่ผมถือว่าเป็นสัปดาห์ของ “3 สถาบันหลัก” ที่คนไทยยึดเหนี่ยวในวันนี้ซึ่งเป็น “วันเข้าพรรษา” ได้อย่างทันท่วงทีคำว่า “สารนาถ” เป็นชื่อของตำบลอันเป็นที่ตั้งของ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ณ เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ประเทศอินเดีย อันเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดง “ปฐมเทศนา” แก่ “ปัญจวัคคีย์” หลัง 7 สัปดาห์ที่ทรงตรัสรู้ถือเป็นการประกาศหลักธรรมแห่งพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก และเป็นวันแรกที่ “พระรัตนตรัย” ได้ถือกำเนิดขึ้นหลังจากนักบวช โกณฑัญญะ บรรลุโสดาบันและขออุปสมบทเป็นพระภิกษุองค์แรกของโลกดังที่ผมเขียนกราบเรียนท่านผู้อ่านไว้เมื่อวานนี้ทางราชการอินเดียจะใช้ชื่อตำบล “สารนาถ” ในการเรียก “สังเวชนียสถาน” แห่งนี้มาโดยตลอดและในการนำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกก็เรียกว่า “สารนาถ” ดังนั้นเมื่อได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทาง UNESCO จึงประกาศโดยใช้ชื่อดังกล่าว ขณะเขียนผมไม่ทราบข่าวเลยเพราะเราก็ตั้งหน้าตั้งตา เจาะจงติดตามเฉพาะ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัด นครศรีธรรมราช ของเรานั้น เมื่อได้ทราบว่าในการประชุมคราวเดียวกันนี้ ณ นครปูซาน “ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน” ในนามของ “สารนาถ” ก็ได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกเช่นกัน จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อด้วยความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นในรายงานข่าวระบุว่า สารนาถเป็นมรดกโลกแห่งที่ 45 ของอินเดีย...ขอแสดงความยินดีแก่รัฐบาลอินเดีย และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ได้เก็บรักษาสถานที่อันสำคัญยิ่งของชาวพุทธแห่งนี้ไว้กว่า 2,600 ปียืนยงมาจนถึงปัจจุบัน."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม