ยอดดอยเขาน้อย ณ วัดพระธาตุเขาน้อย ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดน่าน มีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมชื่นชมทิวทัศน์เมืองน่านในแบบพาโนรามา นอกเหนือจากองค์พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่านที่ประดิษฐานอย่างสง่างามหันพระพักตร์สู่ตัวเมืองแล้ว บนยอดดอยยังมีพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้า ซึ่งประกอบพิธีสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย.2559อนุสรณ์สถานแห่งนี้เพิ่งก้าวผ่านวาระครบรอบ 10 ปีของการสถาปนามาอย่างมั่นคง มีเรื่องเล่ากล่าวขานถึงเหตุการณ์อัศจรรย์ใจ ในขณะที่พิธีสมโภชดำเนินไปท่ามกลางแสงแดดและหมู่เมฆ ได้เกิด พระอาทิตย์ทรงกลดขนาดยักษ์ เหนือยอดเขาน้อย ท้องฟ้าเปิดออกเผยให้เห็นวงแสงสีรุ้งล้อมรอบดวงอาทิตย์ ฉายส่องลงมายังองค์พระบรมรูปทรงม้าที่กำลังเยื้องย่างอย่างสง่างาม ราวกับเป็นศุภนิมิตและเทวานุภาพที่ร่วมแซ่ซ้องอนุโมทนาบุญ สร้างความปีติยินดีอย่างยิ่งแก่ผู้มาร่วมงานกว่า 300 คนพิธีกรรมในวันนั้นดำเนินไปอย่างเข้มขลัง ได้รับความเมตตาจาก พระราชคุณาภรณ์ (เจ้าคณะจังหวัดน่าน และเจ้าอาวาสวัดภูมินทร์ ในขณะนั้น) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระราชาคณะและพระสังฆาธิการชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ อาทิ รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และประกอบพิธีเบิกพระเนตรฝ่ายฆราวาส มี พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท (ผอ.องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ในขณะนั้น) เป็นประธาน และคณะผู้จัดสร้าง มีบุคคลสำคัญและข้าราชการระดับสูง ของจังหวัดเข้าร่วมเป็นเกียรติอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ผบ.มทบ.38 ผบก.น่าน รอง ผวจ.น่าน นายก อบจ.น่านด้านหน้าขององค์อนุสรณ์สถานจารึกข้อความ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้หน่อพุทธางกูร ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่น ในอันที่จะรักษาสยามรัฐสีมาให้เป็นอิสราธิปไตย ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาไว้สำหรับเป็นเรือใหญ่ นำเหล่าสัตว์ข้ามสังสารวัฏสู่ฝั่งพระนฤพาน ขอพระเกียรติยศอันรุ่งเรือง และพระบรมราชปรารถนาอันสำเร็จดีแล้ว จงสถิตสถาวรอยู่ตราบดินฟ้า”ส่วนด้านหลังมีแผ่นป้ายจารึกหินอ่อนสีดำขลับ สลักตัวอักษรสีทองอร่าม บันทึกเจตนารมณ์อันแน่วแน่ว่า “พระบรมรูปสมเด็จพระมหาวีรกษัตริย์นี้ พันเอกนาฬิกอติภัค แสงสนิท สร้างขึ้นเป็นราชสักการะ บูชา เฉลิมพระเกียรติด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ วันที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙”ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความเสียสละที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงนำทัพตรากตรำทำศึกปกป้องเอกราชและคืนความร่มเย็นเป็นไทมาสู่ลูกหลานชาวสยาม ประกอบกับพระองค์เคยทรงม้าลาดตระเวนตรวจชัยภูมิกอบกู้บ้านเมือง ณ ผืนดินอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค ในฐานะแกนนำหลักผู้ตั้งมั่นอุทิศตน จึงได้ร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ เป็นดั่งร่มเงาแห่งความภักดี ให้ลูกหลานไทยในปัจจุบันและอนาคตได้มาร่วมน้อมดวงใจรำลึกถึงพระคุณอันล้นพ้นแม่เพลินจิต พ่วงเจริญ ผู้นำชุมชนในอำเภอเมืองน่าน เล่าให้สื่อมวลชนฟังว่า ยังจำวันพิธีได้แม่นยำ ตอนที่พระอาทิตย์ทรงกลดชาวบ้านพากันยกมือท่วมหัว ถือเป็นบุญตามาก ตั้งแต่นั้นมาเวลาคนในบ้านจะไปสอบ ไปทำงานไกลๆ หรือมีเรื่องไม่สบายใจ ก็จะขึ้นมาอธิษฐานจิตกราบไหว้ขอพรที่นี่เสมอขณะที่ อาจารย์สมเจตน์ วิมลเกษม ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้าน ศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน ฉายภาพให้เห็นว่า การสร้างพระบรมรูปแห่งนี้ ช่วยพลิกฟื้นดอยเขาน้อยให้คึกคักขึ้นมาก นอกจากคนน่านที่มากราบไหว้ นักท่องเที่ยวที่มาชมวิวก็พากันมาศึกษาประวัติศาสตร์รอบๆฐานพระบรมรูป ทำให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว และชาวบ้านก็รู้สึกหวงแหน ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดรอบบริเวณเสมือนเป็นสมบัติของพวกเราทุกคนตลอด 1 ทศวรรษ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้าบนยอดดอยเขาน้อย เป็นทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนกราบไหว้ และเป็นอนุสรณ์เตือนใจถึงความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และความเสียสละของบูรพมหากษัตริย์ไทยที่มีต่อแผ่นดิน.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม