ภาพเหตุการณ์ “ไฟไหม้” โรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว ที่เพิ่งผ่านพ้นไป กลายเป็น “โศกนาฏกรรม” ที่ทำเอาสังคมไทยหดหู่ใจอีกครั้ง โดยเฉพาะรายงานข่าวที่ระบุว่า พบร่างผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย อัดแน่นอยู่บริเวณห้องน้ำ ราวกับภาพหลอนที่ย้อนกลับมาเตือนให้นึกถึง...โศกนาฏกรรม “ซานติก้าผับ” ย่านทองหล่อ และโศกนาฏกรรม “เมาน์เทน บี” อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่ยังคงบาดลึกอยู่ในความทรงจำ คำถามสำคัญมีว่า ทำไม?ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอย ทำไม?ชีวิตคนบริสุทธิ์ต้องไปจบลงในพื้นที่ที่ควรจะเป็นความสุข “อาจารย์ช้าง มือปราบคอลเซ็นเตอร์” ขอนำพาทุกท่านย้อนกลับไปถอดรหัสความสูญเสีย เพื่อหาคำตอบว่า “เราเรียนรู้อะไรจากความตายที่ป้องกันได้เหล่านี้บ้าง”ย้อนรอย “เมาน์เทน บี”...กับดักมัจจุราช ย้อนไปเมื่อวันที่ 5 ส.ค.65 เหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิงเมาน์เทน บี ที่คร่าชีวิตไปถึง 26 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 40 ราย ปัจจัยหลักไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย แต่เกิดจากการละเลยมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งการบุโฟมซับเสียงไวไฟบนหลังคา ทางหนีไฟที่ถูกล็อกตาย...มีสิ่งกีดขวางและ...ที่สำคัญคือการลักลอบเปิดโดยไม่มีใบอนุญาตดัดแปลงอาคารผิดประเภท นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการประกอบธุรกิจที่ขาดความรับผิดชอบต่อชีวิตมนุษย์ในมุมมองของการจัดระเบียบสังคม...กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายอย่างยิ่งยวดของการปล่อยปละละเลยและการประกอบธุรกิจที่ขาดความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชน หากมีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมครั้งนี้คงไม่เกิดขึ้นข้อเตือนใจ...สำหรับประชาชนทั่วไป เวลาไปเที่ยวสถานบันเทิงหรือสถานที่ปิด สิ่งแรกที่ควรทำคือ “การสังเกตป้ายทางหนีไฟ” และประเมินความปลอดภัยของสถานที่เสมอครับ เที่ยวให้สนุก ต้องดูแลสวัสดิภาพของตัวเองด้วยครับ ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียและครอบครัวในทุกเหตุการณ์ด้วยครับ“โรงเบียร์ลาดพร้าว” ปมปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรม แม้จะจดทะเบียนเป็น “ร้านอาหาร” แต่ในความเป็นจริงคือ “ร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิง” ที่มีการเล่นดนตรีสด ซึ่งก้ำกึ่งและเลี่ยงบาลีในข้อกฎหมาย?การใช้โฟมซับเสียงที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีบนฝ้าเพดาน ระบบสปริงเกอร์ดับเพลิงที่ไม่มีและทางหนีไฟที่ถูกปิดกั้นด้วยโต๊ะเก้าอี้ กลายเป็นคำถามตัวโตๆว่า “ใครต้องรับผิดชอบ?” เมื่อระบบป้องกันอัคคีภัยล้มเหลวโดยสิ้นเชิงความปลอดภัย กรณีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว...จดทะเบียนเป็น “ร้านอาหาร” ไม่ใช่สถานบันเทิง...ใครผิด? อาจารย์สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม บอกว่า ประเด็นสำคัญคือ...หลักความปลอดภัยในร้านสถานบันเทิง เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยเป็นมาตรการเชิงรุกที่กฎหมายกำหนด เริ่มจากระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการสูญเสียจากเหตุเพลิงไหม้...ระบบแจ้งเตือนภัย ต้องติดตั้งระบบตรวจจับควันหรือความร้อนและมีสัญญาณเตือนภัยที่ดังทั่วถึงทุกชั้นอุปกรณ์ดับเพลิง ต้องจัดวางถังดับเพลิงเคมีแห้งตามจุดเสี่ยงในจำนวนที่เพียงพอและต้องตรวจสอบเกจวัดความดันให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ, ระบบระบายควัน ต้องออกแบบให้มีพัดลมหรือช่องระบายควันไฟที่รวดเร็ว เพื่อลดการสำลักควันและเป็นการป้องกันอาคารพังถล่มวัสดุตกแต่ง ต้องหลีกเลี่ยงการใช้โฟมหรือวัสดุติดไฟง่ายในการตกแต่งผนังและซับเสียงถัดมา...ทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน โครงสร้างอาคารต้องเปิดทางให้ผู้คนอพยพได้อย่างรวดเร็วที่สุดเมื่อเกิดเหตุ ห้ามมีสิ่งกีดขวาง, มีป้ายบอกทางชัดเจน, ประตูทางออก จะต้องสามารถเปิดออกสู่ภายนอกได้ง่ายใช้คานผลักและห้ามล็อกประตูหนีไฟในระหว่างเวลาทำการ จำนวนทางออกต้องสอดคล้องกับความจุพื้นที่สาม...การควบคุมความหนาแน่นและระบบของอาคาร ตรวจสอบระบบไฟฟ้าโดยต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่วและแยกพื้นที่อุปกรณ์ไฟฟ้าออกจากบริเวณที่เปียกชื้นและใช้สายไฟพ่วงที่ได้มาตรฐานการจำกัดจำนวนคน ต้องควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้บริการไม่ให้เกินขีดจำกัดของพื้นที่เพื่อป้องกันการเบียดเสียดจนเหยียบกัน, การบริหารจัดการและฝึกอบรมพนักงาน...ซ้อมแผนฉุกเฉิน ดับเพลิง...อพยพหนีไฟ, การแบ่งหน้าที่ชัดเจนโดยพนักงานทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตนเองเมื่อเกิดเหตุโรงเบียร์ลาดพร้าวที่ถูกไฟไหม้ได้จดทะเบียนประกอบกิจการในหมวด “การบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร” จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ แต่รูปแบบการดำเนินกิจการจริงมีลักษณะเป็นร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิงโดยมีการแสดงดนตรีสด แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็น “สถานบริการ” (ผับ บาร์ หรือสถานบันเทิงเต็มรูปแบบ) ตามพระราชบัญญัติสถานบริการโดยลักษณะทางกายภาพและโครงสร้างของอาคารร้าน เป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว โครงสร้างหลังคามุงด้วยหลังคาเมทัลชีต การตกแต่งภายในมีการบุวัสดุโฟมเก็บเสียง (พอลิยูรีเทนโฟม) ไว้บนฝ้าเพดานและผนังเพื่อซับเสียง ซึ่งเป็นวัตถุไวไฟและทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจุดเข้า-ออกและทางหนีไฟ ข้อมูลจากผู้ดูแลร้านระบุว่ามีทางออกรวม 4 จุด คือ ประตูด้านหน้า 2 จุด (ทางเข้าออกหลักซึ่งค่อนข้างแคบ) ประตูห้องน้ำ 1 จุด และประตูห้องครัว 1 จุด แต่ในการตรวจสอบพบว่าไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจนไฟสำรองไม่ทำงานและประตูหนีไฟบางส่วนถูกโต๊ะเก้าอี้กีดขวางหรือไม่ได้เปิดใช้งานทำให้นักท่องเที่ยววิ่งไปออกันอยู่ที่ประตูด้านหน้าและติดค้างอยู่บริเวณที่ห้องน้ำจำนวนมาก“โศกนาฏกรรม” ที่เกิดขึ้นเหล่านี้...ไม่ใช่เรื่องไกลตัวในขณะที่เราตั้งตารอ “การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด” และ “การจัดระเบียบสังคมจากเจ้าหน้าที่” สิ่งหนึ่งที่ต้องย้ำเตือนประชาชนทุกคนคือ...“สวัสดิภาพของเรา เราต้องดูแลเอง”.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม