ในหัวข้อ “แก้บน” หนังสือนักเล่านิทาน และเรื่องอื่นๆ (สวนเงินมีมา พิมพ์ พ.ศ.2562) นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ติดตามต้นตอเรื่องเล่า โจรจ้างลิเกไปแก้ผ้าเล่นแก้บน เพื่อยืนยันเรื่องเล่าที่ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆเจ้าของเรื่องเล่าคุณตาประยงค์ อ่ำกลัด คนบ้านท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ยี่เกเก่าเล่นลิเกมาหลายวิก เคยเล่นเป็น ตัวตลกคู่กับชะเอม ลิเกดังวิกบางลำพูหลายปี ตอนเล่าตาอายุ 85 ปีในกรุงเทพฯตอนนั้นปฏิวัติบ่อยๆ ยิงกันโป้งป้าง เขาเอาเรือรบมาจอดซัดกัน พวกเอาปืนใหญ่ล่อกระทรวงกลาโหม ผมกำลังควงพระขรรค์คู่พระเอกอยู่ที่วิกบางลำพู ได้ยินเสียงปืนบึ้มๆ เวทีสะเทือน กลัวจนฉี่แทบราด ไหลลงจากบันไดไปมุดอยู่ใต้เวทีเป็นอันเลิกเล่นลิเกวงแตก เปิดกันไปหมด ตากลับบ้านเมืองเพชร มันไกลหน่อย “แล้วใครจะไปนึกว่าต้องมาเจอเรื่องซวยยิ่งกว่าเขาปฏิวัติกันเสียอีก”เรื่องซวยที่ว่า เริ่มจากเพื่อนรุ่นน้อง อยู่คลองจินดา นครปฐม เป็นโต้โผยี่เก เล่นกันทั้งครัว น้องเมียลูกสาว จับรำลิเกหมด เขามาหาให้ไปเล่นตลกเป็นตัวโจ๊ก สมัยนั้นโจรบ้านกอไผ่ ราชบุรี ดังมากรับงานจ้างแล้วขึ้นรถไฟไปลงสถานีก่อนถึงนครปฐม เขาเอาเกวียนมารับ เรายกวิกไปทั้งคณะเสื่อสาดหลายผืน ตะเกียงเจ้าพายุ วงปี่พาทย์เครื่องห้า ฆ้องวง ทุ้ม ระนาดเอก ตะโพน กลองทัด ใส่เกวียนไป 3-4 เล่ม เกวียนมันบดดินออดๆ ฝุ่นตลบไปหมด ทุ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตา นั่งกันครึ่งวัน คดโค้งไปตามทาง ทางไหนก็ไม่รู้ถึงหมู่บ้านเห็นซอขุยเป็นซอไผ่กอเล็กๆขึ้นแน่นล้อมรอบ เกวียนส่งเราแล้ว ทิ้งเรากลับไปหมด มันแปลกๆ ทั้งหมู่บ้านไม่มีเด็กเลยสักคน เขาทำร้านมุงหลังคาใบไม้เอาไว้ให้พอเย็นแดดตก ผู้ชายตัวใหญ่อายุ 25-26 ปี หนุ่มพอๆกับเรา หน้าอ่อนสะอาดสะอ้าน ใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้น เหน็บปืนสองกระบอกคู่ พูดเพราะเหมือนผู้หญิง ก็มาถึงตาถาม “พ่อคุณนี่งานอะไร” เขาบอก “ขอบใจที่มา” แล้วก็ว่าเขาไปทำการบนว่าถ้าสำเร็จจะมีลิเกแก้บน แต่ทั้งคณะลิเก ทั้งพระเอกนางเอก ตัวตลก ทั้งพิณพาทย์ ฯลฯ ต้องแก้ผ้าเล่นหมด...ไม่ทำไม่ได้เรามองหน้าโต้โผ หน้าซีด อุตส่าห์พาน้องเมียกับลูกสาวมาเที่ยว ไม่นึกว่าจะมาเจองานแบบนี้ตาประยงค์กินเหล้าหนัก กะให้หน้าด้านเข้าไว้ สองทุ่มพอพิณพาทย์บรรเลง เราต้องออกหน้าเวทีก่อน เวลาออกแขก ร้องแม่มัน ถ่วงเวลาให้ช้า ทู่ซี้ยืนแกว่งยืนบิดไปมาเป็นชั่วโมง เมาแล้ว ก็รำป้อ ลืมๆไปว่าแก้ผ้าอยู่สงสารเด็กผู้หญิง มันอายจนร้องไห้ ปิดบนปิดล่าง เหนี่ยวฉากออกไปรำ เรื่องลิเกที่เล่น กะให้รบกันไปให้ฉิบหายวายป่วง รำแผล็บๆก็วิ่งไปคลุมโปงร้องไห้อยู่หลังฉากคนดูหนุ่มๆทั้งนั้น มีราวยี่สิบกว่าคน นั่งดูสงบเรียบร้อยลิเกเลิกเที่ยงคืน ตอนเช้าเขาจ่ายค่าตัวให้เต็มที่ ตาประยงค์ได้ค่าตัว 20 บาท มากกว่าที่เคยเล่นมาทั้งหมดพอสายพวกเกวียนก็มารับ ผมถาม เมื่อคืนมึงมาดูยี่เกหรือเปล่า พวกเกวียนบอก แถวนี้ไม่มีใครเขามากันหรอกตาประยงค์เล่าทิ้งท้ายก่อนลา พวกเราถูกกำชับ อย่าเอาเรื่องมาเล่นลิเกที่นี่ไปเล่าให้ใครฟัง...จริงๆแล้วใครจะไปอยากเล่า ทั้งกลัว ทั้งอาย ที่เล่าให้ฟังวันนี้ คนในคณะลิเกก็ตายกันไปเกือบหมดแล้ว ไม่เหลือใคร ให้พอมองหน้ากันก็อายไปด้วยกันสักคนแล้วในหัวข้อ “แก้บน” นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ยังมีเรื่องโจรแก้บน ให้อ่านต่อ เห็นจะต้องอดใจรออ่านฉบับวันพรุ่งนี้.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม