ถึงจะปิดสมัยประชุมสภา แต่อุณหภูมิการเมืองยังทวีความเดือด เกมนอกสภารุกคืบเข้มข้น กดดัน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ต้องเหยียบคันเร่งสร้างผลงาน กลบเสียงวิจารณ์ กู้แต้มโดยด่วน หลังผลโพลหลายสำนักสะท้อนตรงกัน ความเชื่อมั่นรัฐบาลอยู่ในช่วงขาลงผลพวงปัญหาทุจริตบานทะโร่ เรื่องเก่าไม่ทันซา ก็มีเรื่องใหม่เข้ามาแทรก ไล่เคลียร์กันไม่จบไม่สิ้นที่เป็นดงกระสุนตก สร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงคือ กระทรวงมหาดไทย สายงานรับผิดชอบหลัก “นายกฯหนู” แปดเปื้อนต่อเนื่อง เรื่องความไม่โปร่งใสประดังเข้าใส่ไม่ขาดสายจุดพลุมาตั้งแต่กรณีไลน์หลุดช่วยน้ำเงินด้วย การเด้งผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯภูเก็ต ปมรับผลประโยชน์ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ส่อเค้าโดนเป่าหาย กลายเป็นคลื่นกระทบฝั่งตามด้วยมหกรรมโกงสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น จน ป.ป.ช.ตั้งแท่นเป็นคดีพิเศษ สอบอดีต 2 อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พัวพันผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทั้งอธิบดี เจ้าหน้าที่มหาดไทย ทีมงานรัฐมนตรี และผู้เข้าสอบร่วม 6,000 คนพบความผิดชัดเจนคาหนังคาเขา พยานหลักฐานมัดแน่น มีการแก้ไขกระดาษคำตอบมโหฬาร ต้องเตรียมตรวจคะแนนกันใหม่ 8 แสนกว่าใบลุยรื้อใหญ่ ล้างบางกันทั้งระบบ ระดับความรุนแรงถึงขั้นเตรียมสั่งเพิกถอนการบรรจุเข้ารับราชการของข้าราชการท้องถิ่นลอตแรก 3,621 คนล่าสุดก็ฉาวโฉ่ต่อ ขบวนการพ่อทิพย์ให้สัญชาติไทยแก่เด็กจีน ทำกันมาร่วมทศวรรษ ลากไส้โยงความเกี่ยวเนื่อง ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตความไม่โปร่งใสลามเป็นวงกว้าง เกาะกินหลายหน่วยงาน ทำลายต้นทุนความน่าเชื่อถือรัฐบาลลดฮวบกระแสสังคมรุกไล่ เพิ่มแรงกดดัน ไม่ยอมรับการคอร์รัปชัน เรียกร้องให้เช็กบิลไปถึงระดับหัวแถวที่เป็นฝ่ายการเมือง ไม่ใช่ตัดตอนอยู่แค่ปลาซิว ปลาสร้อย เจ้าหน้าที่หน้างาน“นายกฯหนู” เผชิญแรงกดดันมหาศาล วิกฤติศรัทธาหายใจรดต้นคอ เร่งปฏิกิริยาให้ต้องขับเคลื่อนทำงานเชิงรุกมากขึ้น แลกการยืดอายุรัฐบาลตามจังหวะการไล่เช็กบิลคดีโกงสอบท้องถิ่นแบบถอนรากถอนโคน ลุยขยายผลไปถึงระดับตัวการใหญ่ พลิกวิกฤติศรัทธาเป็นโอกาส เปลี่ยนเกมจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ปราบปราม โชว์ความจริงใจกวาดล้างทุจริต กู้แต้มเฉพาะหน้าช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯบททดสอบความเชื่อมั่นภาวะผู้นำที่ต้องลากคอตัวการใหญ่มาลงโทษ ไม่ไว้หน้าบิ๊กข้าราชการ หรือทีมบ้านใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการโกงสอบท้องถิ่นเปิดหน้าพร้อมลงดาบ ปะทะเครือข่ายบุรีรัมย์ในพรรคภูมิใจไทย แม้จะสร้างรอยร้าวลึกกับผู้ถืออำนาจตัวจริงในพรรค แต่คือทางรอดเดียวที่จะช่วยประคองเสถียรภาพรัฐบาลไปต่อจุดที่ต้องเลือกระหว่างการค้ำจุนระบบอุปถัมภ์ กับการยึดหลักนิติธรรม วัดใจจะเลือกอุ้มพวกพ้อง หรือเซฟเก้าอี้นายกฯ เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองไฟต์บังคับเร่งเคลียร์ปัญหาให้เบ็ดเสร็จก่อนเปิดสภาฯ เบรกเกมฝ่ายค้านไม่ให้นำไปขยายผลในสภาฯสกัดจังหวะรุกคืบหนักของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้าน ที่กำลังขยายภาพความอื้อฉาวสารพัดคดีทุจริต ทั้งโคตรโกงสอบท้องถิ่น พ่อทิพย์สวมสัญชาติไทยให้เด็กจีน สะท้อนภาพความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงมหาดไทยหรือแม้กระทั่งโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว สังเวย 30 กว่าชีวิต ก็โยนเป็นความหละหลวมการควบคุมโซนนิงสถานบันเทิงที่ขาดประสิทธิภาพผูกโยงทุกกรณีเป็นความบกพร่องโดยตรงของ “นายกฯหนู” ที่ทำงานในฐานะ รมว.มหาดไทย แบบพาร์ตไทม์ มัวแต่ควบเก้าอี้นายกฯ จนไม่มีเวลามาดูแลงานมหาดไทยอย่างเต็มที่ลุยขยายจุดความร้อน จัดแถลงใหญ่ตีแผ่ขบวนการ “เกิด แก่ เจ็บ โกง” วันที่ 20 ก.ค.นี้ ยกระดับข้อมูลสู่เวทีสาธารณะ ได้ทั้งดึงประชาชนเป็นแนวร่วมตรวจสอบรัฐบาล และเช็กกระแสตอบรับมวลชนไปในตัว เตรียมข้อมูลไว้นำไปเผด็จศึกในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตอนเปิดสภาสมัยประชุมรอบหน้า เดือน ส.ค.นี้โจทย์ปราบโกงท้องถิ่นถูกยกระดับเป็นเกมการเมือง ให้ต้องรักษาสมดุลทั้งโครงสร้างอำนาจภายในพรรค และความรู้สึกประชาชนให้ลงตัวสุดโต่งไปทางใดมากเกินไป เสถียรภาพรัฐบาลก็เสี่ยงพังได้ทุกเวลา!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม