การจัดอันดับ “ขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก World Competitiveness Ranking 2026” ของ IMD ในปีนี้ ประเทศไทยอยู่อับดับ 26 ดีขึ้นมา 4 อันดับ จาก 70 เขตเศรษฐกิจที่จัดอันดับ แม้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยจะดีขึ้นจากปีที่แล้ว 4 อันดับ แต่ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ยังคงอยู่ใน “ระดับต่ำเรื้อรัง” ที่ต้องเร่งพัฒนาต่อไป อันดับด้านการศึกษา อยู่ในอันดับที่ 52 และ อันดับด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอยู่อันดับที่ 56 นอกจากนี้ ขีดความสามารถการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของไทยลดลงถึง 7 อันดับ ไปอยู่อันดับที่ 39 เนื่องจากปีนี้มีการนำตัวชี้วัดใหม่ด้าน “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” เข้ามาเป็นตัวชี้วัดด้วยถึง 9 ตัวชี้วัดก่อนจะไปดู “ขีดความสามารถการแข่งขันของไทย” ไปดู “ท็อป 10 ประเทศ” ที่มีขีดความสามารถการแข่งขันสูงกันเสียหน่อยนะครับอันดับ 1 สิงคโปร์ เพื่อนบ้านตัวเล็กของไทย มีการศึกษาสูง ครม.มีความรักชาติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกงกินชาติบ้านเมืองของตัวเอง ปีนี้สิงคโปร์ขยับขึ้นมา 1 อันดับ จากอันดับ 2 เป็นอันดับ 1 อันดับ 2 ฮ่องกง ขยับขึ้นมา 1 อันดับ อันดับ 3 สวิตเซอร์แลนด์ ร่วงจากอันดับ 1 ลงไป 2 อันดับ อันดับ 4 ไต้หวัน ขยับขึ้นมา 2 อันดับ อันดับ 5 UAE เท่าเดิม อันดับ 6 เดนมาร์ก ร่วงไป 2 อันดับ อันดับ 7 ไอร์แลนด์ เท่าเดิม อันดับ 8 เนเธอร์แลนด์ ขยับขึ้นมา 2 อันดับ อันดับ 9 สวีเดน ร่วงไป 1 อันดับ และ อันดับ 10 สหรัฐฯ ขยับขึ้นมา 4 อันดับ อันดับ 12 จีน ขยับขึ้นมา 4 อันดับเพื่อนบ้านอาเซียน 6 ของไทย นอกจาก สิงคโปร์ ที่ครองอันดับ 1 โลกแล้ว มาเลเซีย อยู่อันดับ 15 ขยับขึ้นมา 8 อันดับ ประเทศไทยอันดับ 26 ขยับขึ้นมา 4 อันดับ ตามด้วย เวียดนาม ที่เพิ่งถูกนำเข้ามาจัดอันดับปีแรกอยู่ อันดับที่ 27 ปีหน้าคงจะแซงไทย ฟิลิปปินส์ อันดับ 47 ขยับขึ้นมา 4 อันดับ และ อินโดนีเซีย อันดับ 48 ร่วงไปถึง 8 อันดับคุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักที่ IMD ใช้จัดอันดับมี 4 ด้าน ได้แก่ สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพของภาครัฐ ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานประเทศไปดูตัวชี้วัด 4 ด้านกันนะครับ แต่ละตัวชี้วัดไทยอยู่อันดับไหนของโลก1.สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ไทยหล่นจากอันดับ 8 ไปอยู่อันดับ 10 ในปีนี้ คือแย่ลง เช่น การค้าระหว่างประเทศ ร่วงไปอยู่อันดับ 9 จาก อันดับ 5 การจ้างงาน ร่วงไปอยู่อันดับ 4 จากอันดับ 3 การลงทุนระหว่างประเทศ ดีขึ้น 6 อันดับ ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 262.ประสิทธิภาพของภาครัฐ ยังอยู่อันดับ 32 เท่าปีก่อน ตัวที่ดีขึ้นคือ ด้านนโยบายภาษี อันดับ 7 ดีขึ้น 1 อันดับ ด้านการคลังสาธารณะ อันดับที่ 29 ดีขึ้น 2 อันดับ กรอบการบริหารภาครัฐ อันดับที่ 46 ดีขึ้น 3 อันดับ กรอบการบริหารสังคม อันดับที่ 39 ดีขึ้น 6 อันดับ ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ อันดับที่ 40 เท่าเดิม ประเด็นที่เป็นความท้าทาย เช่น การบังคับใช้กฎหมาย (Rule of Law) อยู่อันดับที่ 57 การทุจริตคอร์รัปชัน อยู่อันดับที่ 52 และ ความโปร่งใสภาครัฐ อยู่อันดับที่ 51 สามตัวสำคัญที่สุดที่เป็น “ตัวถ่วงประเทศไทย” แต่ทุกรัฐบาลไม่เคยแก้ไขจริงจัง เพราะนักการเมืองไทยชื่นชอบและนิยม3.ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ อันดับที่ 21 ขยับขึ้นมา 3 อันดับ จากปัจจัยด้านการผลิตและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ตลาดแรงงานดีขึ้น ภาคการเงินดีขึ้น ด้านการบริหารที่ดีขึ้น4.โครงสร้างพื้นฐาน อันดับที่ 45 ดีขึ้นมา 2 อันดับ ด้านสาธารณูปโภค อันดับ 20 ดีขึ้น 5 อันดับ ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อันดับ 55 ดีขึ้น 3 อันดับ ด้านการศึกษา อันดับ 52 ดีขึ้น 4 อันดับ แต่ก็ยังอยู่ในระยะต่ำที่ต้องเร่งพัฒนา ด้านเทคโนโลยี อยู่อันดับ 39 ร่วงไป 7 อันดับ จากความล้าหลังเรื่อง “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่ IMD นำมาเป็นตัวชี้วัดเพิ่มนี่คือ “จุดอ่อนจุดแข็ง” ของไทยที่รู้และเห็นมาทุกปี แต่ยังไม่มีรัฐบาลไหนลงมือแก้ไขจริงจัง โดยเฉพาะ 3 ตัวถ่วงหลัก “ความอยุติธรรม โกงเงิน และไม่โปร่งใส” ซึ่งกัดกินเศรษฐกิจคนไทยมาหลายทศวรรษ จะไม่มี “พระเอก” สักคนมาช่วยแก้ไขเลยหรือ?“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม