กำหนดการจัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ศุกร์ 5 มิ.ย.2569 ที่สวนสาธารณะเชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง ที่อาจารย์เตือนใจ ดีเทศน์ ส่งมาให้...เวลา 09.30 น. นายก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานพิธีเปิดงาน ริ้วขบวนจะเคลื่อนข้ามสะพานข้ามแม่น้ำกก สู่ศาลากลางจังหวัดเชียงรายเวลา 10.00 น. ...ประกาศเจตนารมณ์ ในการปกป้อง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน ปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนข้ามพรมแดน เวลา 11.00 น. ประชุมหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องเรื่องที่คุยกัน นโยบายของรัฐบาล ว่าด้วยเรื่องแร่สำคัญและแร่หายาก แผนระดับชาติเพื่อการเฝ้าระวัง ลดความเสี่ยง การเยียวยาความเสียหาย และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติดูวาระงานนี้แล้ว ผมก็คงทำได้แค่เอาใจช่วยอาจารย์เตือนใจ ...ไม่ว่าตัวนายกฯอนุทินจะมาหรือส่งตัวแทนมา แต่เมื่อรู้กันดีว่า ต้นเหตุปัญหาของแม่น้ำใหญ่ห้าสายเกิดจากเหมืองแร่ 2,600 แห่ง จากเมียนมาแล้วก็ใช่ว่าคุยกับเมียนมาได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อชำเลืองตาไปดูจีน...ที่รู้เท่ากันว่าอยู่เบื้องหลังผมกระทบใจกับกิจกรรมก่อนถึงงานวันสิ่งแวดล้อมโลกที่เชียงรายเริ่มตั้งแต่เช้า 31 พ.ค. คณะธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน คณะสงฆ์อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เดินจากสะพานท่าตอนถึงหาดชมพู ไปถึงวัดใหม่หมอกจ๋ามหัวค่ำเริ่มกิจกรรมวันวิสาขบูชา ต่อด้วยเวทีเสวนา 1 ปี แม่น้ำกกปนเปื้อนข้ามพรมแดนเปิดงานด้วยธรรมยาตราวันแรกแล้ว ขบวนธรรมยาตราทางเรือตามกระแสน้ำ แม่น้ำกก เคลื่อนต่อไปเรื่อยๆ ไปจนถึงเช้าวันที่ 5 รวมเวลาการเดินทางห้าวัน วันที่หกจึงถึงเชียงราย...เป็นการเดินทางที่ยาวนานไม่น้อยเลยผมพยายามมโน...ตาม แม่น้ำกก...ในวันนี้ซ้อนทับกับความหลัง...ครั้งเมื่อปี 2518หัวค่ำนั่งรถเมล์จากกรุงเทพฯ เช้ามืดถึงเชียงใหม่ ต่อรถเมล์ลดเลี้ยวทิวเขาสูงเสียดฟ้า ผ่านเชียงดาว ไปสิ้นสุดที่แม่อาย...ต่อรถสองแถว ฟังเสียงคนขับประคอง “แม่ใหญ่ พ่อใหญ่” ที่หอบหิ้วสัมภาระ สี่โมงเช้าถึงท่าตอนริมแม่น้ำกก...ตอนนั้นเรือยาวจอดเรียงรายกว่าสิบลำ ลำหนึ่งได้คิวรับคนโดยสาร...ปลายทางเชียงราย สองชั่วโมง เวลาที่รอเรือยาวอีกลำเสนอนำเที่ยวข้ามแผ่นดินจ่ายค่าก๊อกทวงด้วยลูกปืน (ภาษีผ่านแดน) ห้าบาท คุยกับชาวเขาเผ่ามูเซอ กลับมาทันเวลาเรือโดยสารเที่ยงวันพอดี มีคนโดยสาร...แปลกใจ เกือบยี่สิบคน ฝรั่งทั้งนั้นคนหัวเรือคนเดียว ชาวเรา เขาเป็นพรานตัดหัวเลียงผาใส่ถุงผ้า พอเขาเปิด ฝรั่งยกกล้องถ่ายชุลมุนเสน่ห์การเดินทางทางเรือยาว ระทึกทุกครั้งที่ผ่านแก่งหิน แก่งแรกพอไหว ไปถึงแก่งที่ 7...ระทึกมาก คนเรือตั้งท่าเตรียมไม้ค้ำถ่อ ปรับทิศทางเรือ ผ่านแก่งหลวงที่เห็นโขดหินใหญ่ขวางทางเรือ... พ้นไปได้เรือก็ลงสู่ผืนน้ำกว้างใหญ่ ผิวน้ำราบเรียบห้าโมง ขึ้นฝั่งที่เชียงราย...ตอนนั้นคำว่าแม่ฟ้าหลวงยังไม่มี ผมถ่ายทุกความเคลื่อนไหวไว้กว่าสามม้วนฟิล์ม ทั้งสายน้ำ ทั้งผู้คน ทั้งต้นไม้ภูเขาสองฝั่งไทยพม่า ล้วนมีสีสันสดใสให้ความประทับใจ...ผมเรียกการเดินทางครั้งนั้น ในอ้อมกอดแม่กก ทุกสรรพสิ่งรอบตัวอบอุ่นอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักจนทำให้คิดถึงอ้อมกอดแม่ตอนยังไม่หย่านมแล้วใครจะไปคิดเล่าครับ เวลา! ทำให้อ้อมกอดแม่กก เปลี่ยนไป ทั้งยังมีปัญหา แม่สาย แม่รวก แม่โขง แม่สาละวิน เติม...ปัญหาใหญ่ข้ามชาติขนาดนี้ ผมจึงอยากบอกอาจารย์เตือนใจ...จะไปหวังอะไรกับนักแสดงการเมืองที่ถนัดแต่ผัดข้าวเอาตัวรอดไปวันๆ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม