ปัจจุบันสงครามราคาเอไอ (AI) แข่งขันกันอย่างรุนแรง และไม่ได้จำกัดอยู่แค่การฟาดฟันของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google และ OpenAI ที่เปิดตัวแผนบริการใหม่ในไทยดัมพ์ราคาลงจากจ่ายหลักพันต่อเดือนเหลือเพียงหลักร้อย ค่าบริการ Google AI Plus เริ่มต้นเพียง 95 บาท ขณะที่ ChatGPT Go ของ OpenAI ราคาเริ่มต้นที่ 259 บาท ขณะที่ DeepSeek จากจีน ล่าสุดประกาศปรับลดราคาการใช้งานโมเดล AI รุ่นเรือธง V4–Pro ลงถาวรถึง 75% เหลือเพียงหนึ่งในสี่ของราคาเดิม สะท้อนการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอุตสาหกรรม AI ของจีนและตลาดโลกการดิ่งลงของราคาเทคโนโลยี AI เป็น โอกาสทองของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงนวัตกรรมในราคาถูก ทำให้ผู้ประกอบการไทยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ จะเห็นว่า บริษัทที่มีผู้บริหารและพนักงานคนเดียว (Single Enterprise/One– Person Company) ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วข้อมูลจาก Carta Marketing Firm บริษัทวิจัยตลาดสัญชาติญี่ปุ่น ระบุว่า ในปี 2568 สัดส่วนของผู้ก่อตั้ง One-Person Company ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นเป็น 36.3% จากเดิมที่มีเพียง 23.7% ในปี 2562 ขณะที่ประเทศจีนมีอัตราการเติบโตของบริษัทลักษณะนี้สูงถึง 47% ผู้ประกอบการบางรายใช้ AI ทำงานแทบทุกด้าน ก็ทำกำไรเพิ่ม 20-30%การเติบโตของ AI รวดเร็วและทรงพลังอย่างที่คาดไม่ถึง ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) เล่าถึงพัฒนาการของ AI ว่า การใช้งาน AI มีมานานกว่า 30 ปีแล้ว ยุคแรกใช้ในส่วนงานวิศวกรรม ทีมที่เกี่ยวกับข้อมูล หรือพวกโปรแกรมเมอร์ ต่อมา Chat GPT เข้ามาปฏิวัติระบบการรวบรวมข้อมูล และมีการพัฒนา AI ให้เลียนแบบมนุษย์ มีความคิดอ่านและตอบสนองได้เหมือนมนุษย์ เดิมต้องสั่งงานเป็นภาษาแบบ code ก็พัฒนาให้สั่งงานผ่านภาษามนุษย์ได้เลยอัตราเร่งของ AI น่าจับตาอย่างมาก จาก ChatGPT มาสู่ Generative AI ใช้เวลา 3–5 ปี แต่การก้าวจาก Generative AI ไปสู่ยุคของ AI Agent กลับใช้เวลาไม่ถึงปี โดย AI Agent เป็นปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะที่คิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือทำงานให้สำเร็จได้ด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ (Autonomous) ไม่ต้องรอรับคำสั่งทีละขั้นตอนเหมือนแชตบอต สามารถเชื่อมต่อระบบงานและเครื่องมือภายนอกเพื่อตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนระบบการทำงานที่ล้ำสมัยนี้ ส่งผลให้พรมแดนด้านความรู้ไอทีถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง คนทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมก็สามารถสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันของตัวเองได้ เนื่องจากตั้งแต่ช่วงต้นปี AI มีศักยภาพสูงจนถึงขั้นสามารถเขียน Code ได้เอง สมมติผู้ใช้งานอยากสร้างเว็บไซต์หรือแอป แต่ไม่มีความรู้เรื่องเทค ก็แค่ใส่ไอเดียและระบุสิ่งที่ต้องการเข้าไป AI จะประมวลผลออกมาทำเป็นเว็บไซต์หรือแอปสำเร็จรูปให้ทันทีผศ.ดร.รุ่งโรจน์ฉายภาพปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า การที่ AI Agent สามารถเขียนโค้ดและสร้างแอปพลิเคชันได้ ประกอบกับเยาวชนระดับมัธยมและ นศ.มหาวิทยาลัยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้เท่าเทียมกัน ทำให้เกิดนักพัฒนาแอปรุ่นเยาว์ที่เข้ามาเสนอราคาจ้างงานในราคาที่ถูกลงมาก ปรากฏการณ์นี้นำไปสู่ สงครามการตัดราคา ระหว่าง นักพัฒนาที่แค่ใช้ AI เป็น กับ โปรแกรมเมอร์มืออาชีพข้อดีคือทำให้ค่าบริการซอฟต์แวร์ถูกลง แต่ผู้ว่าจ้างต้องแบกรับความเสี่ยงเอง ทั้งในแง่ความปลอดภัยของข้อมูล และความเสถียรของระบบการทำงาน ซึ่งโปรแกรมเมอร์ผู้เชี่ยวชาญทำงานได้มาตรฐานกว่าผมยังจำภาพตอนที่การขายออนไลน์เพิ่งเริ่มบูม คนแห่ไปเปิดเพจขายของในเฟซบุ๊กกันยกใหญ่ ถึงขั้นต้องไปเข้าคอร์สเรียนทำเพจยิงแอดโฆษณาเรียกลูกค้า ผู้ซื้อได้สินค้าราคาถูกก็จริง แต่มีจำนวนมากที่คุณภาพไม่ตรงปก ปรากฏการณ์นี้กำลังจะมาอีกครั้งในรูปแบบสงครามราคา AI.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม