“รัฐบาลเมียนมา” เสนอร่างกฎหมาย ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ฉบับใหม่ กำหนดโทษสูงสุดถึง “ประหารชีวิต” สำหรับผู้ที่กักขังหรือใช้ความรุนแรง กักขัง หรือทรมานเหยื่อให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หวังล้างภาพลักษณ์แหล่งกบดานอาชญากรรมข้ามชาติข่าวนี้เผยแพร่ออกมาเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลอดช่วงสงครามกลางเมืองในเมียนมานานกว่า 5 ปี จีนพยายามรักษาผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ด้วยการสนับสนุนทั้งกองทัพเมียนมาและกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในบางช่วงเวลาร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายสำคัญฉบับแรกที่เสนอโดยรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งนำโดย พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหารที่เพิ่งรับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อเดือนที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม กลุ่มเฝ้าระวังประชาธิปไตยมองว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้รัฐบาลทหารและลดแรงกดดันจากนานาชาติ หลังเมียนมาตกอยู่ในภาวะถูกโดดเดี่ยวทางการทูตนับตั้งแต่รัฐประหาร ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเมียนมาเพิ่งประกาศย้าย นางอองซาน ซูจี จากเรือนจำไปกักบริเวณในบ้านพัก แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่า เป็นเพียงความพยายามฟื้นภาพลักษณ์ของรัฐบาลเช่นกันทั้งนี้ ร่างกฎหมายต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ยังเสนอจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกับต่างประเทศ เพื่อประสานความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลเมียนมาสร้างความร่วมมือกับนานาชาติอีกครั้งลงลึกในรายละเอียด...รัฐบาลเมียนมาเผยแพร่ ร่างกฎหมายต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ หรือ Anti–Online Scam Bill โดยเสนอให้มีบทลงโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต สำหรับผู้ที่กักขัง ใช้ความรุนแรง ทรมาน หรือปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อบุคคล เพื่อบังคับให้ทำงานในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ร่างกฎหมายดังกล่าวยังเสนอให้ผู้ที่ดำเนินกิจการศูนย์หลอกลวงออนไลน์ หรือเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี ต้องรับโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมียนมากลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองหลังการรัฐประหารปี 2021ซึ่งทำให้ “กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ” เข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลและมีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาขบวนการเหล่านี้ใช้วิธีหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ออนไลน์ การลงทุนปลอม และคริปโตเคอร์เรนซี โดยมีเหยื่อกระจายอยู่ทั่วโลก ขณะที่ชาวต่างชาติหลายรายซึ่งถูกช่วยเหลือกลับประเทศเปิดเผยว่า พวกเขาถูกหลอกหรือค้ามนุษย์เข้าไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์และถูกทรมานหากขัดขืนสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ประเมินว่า เฉพาะในสหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมา มีผู้เสียหายจากขบวนการลักษณะนี้มากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯปัญหาดังกล่าวยังสร้างความตึงเครียดระหว่างเมียนมากับจีน เนื่องจากมีทั้งชาวจีนที่เข้าไปก่อตั้งศูนย์สแกมเมอร์ทำงานในเครือข่ายเหล่านี้ และตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงคำถามคือ...กฎหมายยาแรงขนาดนี้ จะล้างบาง “นรกบนดิน” ได้จริง หรือเป็นเพียงแค่ละครฉากใหญ่เพื่อ “ชุบตัว” ในเวทีโลก? และที่สำคัญ “ประเทศไทย” ในฐานะหน้าด่านและทางผ่านสำคัญ จะได้รับผลกระทบอย่างไรกับแรงกระเพื่อมครั้งนี้?จับตาเหลี่ยมมุมที่น่ากังวล สัญญาณอันตรายที่ “ประเทศไทย” ต้องเตรียมรับแรงกระแทกเมื่อประเทศเพื่อนบ้านประกาศใช้“ยาแรง” ในฐานะมีพรมแดนธรรมชาติขนานยาวกว่า 2,400 กิโลเมตร ต้องหวาดผวา ไม่ใช่เรื่องการเมืองภายในของเขา แต่คือ “เอฟเฟกต์สะท้อนกลับ” ที่จะทะลักเข้าสู่บ้านเรา หนึ่ง..ผึ้งแตกรัง เมื่อโทษในเมียนมาแรงถึงขั้น “ประหารชีวิต” ทุนเทาและแก๊งคอลเซ็นเตอร์สายโหดบางส่วนย่อมต้อง “ขยับขยาย” หนีตายเพื่อความอยู่รอด มีความเสี่ยงสูงมากที่ขบวนการเหล่านี้จะลักลอบข้ามฝั่งเข้ามาปักหมุดในฝั่งไทย หรือใช้พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา-สปป.ลาว เป็นฐานที่มั่นใหม่โดยอาศัยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตและระบบธนาคารที่เสถียรกว่าของไทยในการทำมาหากินสอง..เหยื่อค้ามนุษย์ทะลักชายแดน ที่ผ่านมา ไทยถูกใช้เป็น “ทางผ่าน” ในการหลอกคนต่างชาติและคนไทยข้ามฝั่งไปทำงานในนิคมนรก หากมีการกวาดล้างจริงในฝั่งโน้น ปัญหาการทลายแคมป์จะทำให้มี “เหยื่อค้ามนุษย์” หลายสัญชาติถูกปล่อยเกาะหรือหนีตายทะลักข้ามแดนกลับมาฝั่งไทยกลายเป็นภาระหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่ไทยในการคัดกรอง แยกแยะระหว่าง “เหยื่อ” กับ “อาชญากร”...นักวิชาการด้านความมั่นคงแนวชายแดนระบุและสาม...ความมั่นคงแนวชายแดนและการคอร์รัปชัน การที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะรอดพ้นจากกฎหมายประหารชีวิตในเมียนมาได้ ย่อมต้องมีการจ่าย “ค่าผ่านทาง” หรือติดสินบนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและกองกำลังติดอาวุธตามแนวชายแดน เงินสกปรกจำนวนมหาศาลนี้จะหมุนเวียนและ...อาจไหลเข้ามา “ฟอกเงิน” ใน “ระบบเศรษฐกิจไทย” ผ่านอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจบันเทิงสีเทาๆตามเมืองชายแดน สมดุลของอำนาจมืดในภูมิภาคนี้กำลังจะเปลี่ยนไป ถ้าเรายังทำแค่ “ตั้งรับ” รอไล่จับบัญชีม้าไปวันๆโดยไม่เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นตามแนวชายแดน ขันนอตระบบตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯและ...ถ้ายังมีใคร? บางกลุ่ม..บางคนแอบเปิดไฟเขียวให้ “ทุนเทา” ประเทศไทยจะกลายเป็น “แดนสวรรค์แห่งใหม่ (ถาวร)” ของอาชญากรข้ามชาติ...“ไทย” ต้องตื่นก่อนระเบิดเวลาจะทำงาน!คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม