ฝนถล่มน้ำท่วมสาหัสยังไงก็เอาเขาไม่อยู่จริงๆ ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญไม่หยุดเป็นกรณีพิเศษตามมติ ครม.เพื่อบรรเทาผลกระทบอุทกภัยใหญ่ เดินหน้าอ่านคำวินิจฉัยมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ฟันธง “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ไม่มีปัญหาชอบด้วยกฎหมาย “เลือกตั้งไม่โมฆะ” รัฐบาลภูมิใจไทยเดินหน้าต่อไปอีกยาวๆก๊วนเซราะกราว “หลุดบ่วง” หมด ทั้งคดีฮั้ว สว. ปมตุกติกเกมเลือกตั้ง ณ จุดที่ไม่ติดด่านสะดุดทางกฎหมายให้ลุ้นเกมล้มกระดาน“นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ยึดตั๋วโปรอำนาจแบบไม่มีกำหนดแต่ทั้งหมดทั้งปวง คำว่า “เกมอำนาจการเมืองแบบไทยๆ” มันไม่การันตีแน่นอนเสมอไป เกมพลิกได้ชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะกับสถานะผู้ถือธงนำขบวนอำนาจอนุรักษ์นิยมที่เส้นใหญ่ แต่หักมุมกระแสความนิยมเบายิ่งกว่าฟางศรัทธาความเชื่อมั่นในการบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในจุดเปราะบางสะท้อนจากปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่เพราะฝนพันปี อารมณ์ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อในศักยภาพของกรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ให้ราคาหน่วยงานภาครัฐ แต่หันไปพึ่งเพจอินฟลูเอนเซอร์ในโลกโซเชียลฯที่ไร้ตัวตนมากกว่า นำมาซึ่งความสับสนอลหม่าน ไม่รู้อันไหนจริง อันไหนปลอมสถานการณ์วิกฤติความเชื่อมั่นซ้อนวิกฤติมหาภัยพิบัติ สุดท้ายก็เจ๊งกันระเนระนาดทั้งเมืองสภาพก้ำกึ่งภาวะ “รัฐล้มเหลว” กดทับ “อนุทิน 2 พลัส” ชัดขึ้นทุกขณะเส้นใหญ่บนความเปราะบาง ด้านหนึ่ง “นายกฯหนู” กับ “บิ๊กบราเธอร์” อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” อาจเป็นพยัคฆ์ติดปีก ลอยไปอยู่บนเขากระโดง แต่อีกด้านก็พร้อมดิ่งเหวได้ทุกขณะจุดเสี่ยงมรณะก็อยู่ตรง “ต่อมเหิมเกริม” อักเสบ ยั่วกระแสหมั่นไส้อาการฮิตของนักการเมืองไทย ในภาวะเหลิงในอำนาจ พิงกำแพงยักษ์ ทำอะไรก็ไม่ผิด โค่นยังไงก็ไม่ลงติดลูกประมาท “ระเบิดเวลา” คิดว่ากระแสสังคมไม่มีน้ำยาอาการย่ามใจ มองข้ามสัญญาณฝ่ายต้านอำนาจก๊วน 2 น. ที่ติดเลเซอร์ตามล็อกเป้า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ที่เพิ่งถูกเชิดขึ้นแท่นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตอบแทนหน่วยกล้าตาย ปูนบำเหน็จถึงอกถึงใจให้ตัวจี๊ดในคณะอนุ กกต. ชุดที่ 36 “ปัดเป่าคดี” กรรมการบริหารภูมิใจไทยรอดยุบพรรคจากปมฮั้ว สว.ได้สิทธิถือสัมปทาน “เก็บตั๋ว” สายน้ำเงิน บุรีรัมย์จัดหนักให้ฟาด “รางวัลใหญ่” ที่อาจกลายเป็น “ทุกขลาภ” ของ ร.ต.อ.ปิยะ นั่นคือการนั่งเก้าอี้บอร์ดพีทีที และ “นายด่าน” คุมคิวแต่งตั้งผู้บริหารในรัฐวิสาหกิจบ่อเงินบ่อทองของรัฐบาลยึดแป้นกรรมการสรรหาซีอีโอใหม่เครือยักษ์ ปตท.และก็สำแดงเดชกันแต่หัววัน ตามสัญญาณความระส่ำระสายในหมู่พนักงานเครือพีทีที ที่กำลังลุ้นขึ้นแท่นตำแหน่งใหม่ตามวาระเกษียณเดือนกันยายน แต่ถึงนาทีนี้ยังไม่มีการประกาศบัญชีแต่งตั้ง ทำให้เกิดความอึมครึมคลุมเครือ กระทบคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจทำงานเกิดความระส่ำระสายไม่มั่นใจในหลักการพิจารณาตามความรู้ความสามารถตามข่าวล่าสุดบอร์ด ปตท.เลื่อนประชุมแต่งตั้งระดับผู้ช่วยผู้ว่าฯ และฝ่ายบริหารชั้นรองลงไปที่มีตำแหน่งว่างเป็นร้อยๆคน ที่จะเกษียณในสิ้นเดือนนี้ ทั้งที่มีบัญชีแต่งตั้ง ผ่านการกรองตามลำดับชั้นภายใต้การกำกับของคณะกรรมการในหน่วยงาน คัดสรรคนภายในจากความรู้ความสามารถที่จะขึ้นมาทดแทนคนเก่า ไม่ให้เกิดรอยต่อโดยจังหวะสะดุดตอจังๆ กระตุกนักลงทุนในตลาดหุ้นจ้องจับตา“สัญญาณอันตราย” กำลังคืบคลานเข้าทำลายอาณาจักร ปตท.ที่เป็นบริษัทมหาชน มีระบบบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ขึ้นชั้นระดับโลก แต่เจอล้วงลูกจากมือข้างนอกที่ถือตั๋วฝ่ายการเมืองก่อความเสียหายใหญ่หลวงต่อธุรกิจยักษ์ กระเทือนระบบเศรษฐกิจไทยแถมแกะรอยไป ยังโยงกับ “แก๊งโกงปาล์มอินโดฯ” ที่นัวเนียอยู่ข้างเอวผู้ยิ่งใหญ่ 2 น. ต้องการวางเครือข่าย เป้าหมายเบรกการไล่ล่าเอาผิดอดีตผู้บริหารเครือพีทีที ที่คดีคาอยู่ในศาล สถานการณ์ลุ้นรอดเหนื่อยไม่แน่ใจว่า “บิ๊กบราเธอร์” จะรับรู้เกมของแก๊งถือตั๋วสัมปทาน ปตท.หรือไม่แต่ “อนุทิน” ที่โดนด่าหนัก “เข้าใจโลก” กว่าใคร ชั่วโมงนี้ คงไม่อยากเสี่ยงแน่.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม