คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีโศกนาฏ กรรมรถไฟชนรถประจำทางขึ้นขบวนรถไฟโดยสารจำลองเหตุการณ์นำข้อมูลไปประกอบสำนวนคดีและสอบคำให้การของ ผู้ต้องหา ทั้งคนขับรถไฟ คนโบกธง และช่างคุมเครื่อง เตรียมหารือพนักงานสอบสวนก่อนสรุปผล ตำรวจ จราจรเอาจริงจับ-ปรับ รถจอดคร่อมทางรถไฟ และทับเส้นทแยงสีเหลือง ญาติทยอยรับศพไปบำเพ็ญกุศล ยืนยันชื่อผู้เสียชีวิตได้แล้ว 6 ราย ที่เหลือ 2 ราย คาดว่าเป็นสาวชาวเชียงใหม่ และศพนิรนาม ด้าน กมธ.คมนาคมนัดผู้ที่เกี่ยวข้องทุกส่วนถกหาสาเหตุแจงไทม์ไลน์ก่อนชนทุกเสี้ยววินาที ก่อนชนวิ่งด้วย ความเร็ว 34 กม.ต่อ ชม. ส่วนกรมรางยันได้ตั้งคณะกรรมการสอบแล้ว พร้อมแจ้งความผู้ที่กระทำผิด ระบุการใช้เบรกฉุกเฉินมีโอกาสทำให้รถไฟตกราง “นิกร” จี้ ขสมก.-รฟท. ทบทวนจำนวนเงินเยียวยาใหม่ เพราะไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคดีเก่า และ สส.นครพนม ชี้การแก้ปัญหาต้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจังกรณีโศกนาฏกรรมรถไฟขนสินค้าขบวน 2126 ระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี-สถานีชุมทางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 (ปอ.206) สีส้ม วิ่งระหว่างอู่เมกาบางนา-ม.เกษตร ทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร ขณะจอดคร่อมรางรถไฟ บนถนนอโศก-ดินแดง เนื่องจากการจราจรติดขัด รถเกิดเพลิงไหม้ผู้โดยสารถูกไฟคลอกเสียชีวิต 8 คน ที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บระนาว 30 คน เหตุเกิดใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน เมื่อเวลา 15.42 น. วันที่ 16 พ.ค. พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน แจ้งข้อหานายสยมพร สวนกูล อายุ 46 ปี คนขับรถไฟที่ตรวจเลือดพบสารเสพติด นายอุเทน จอมคีรี อายุ 57 ปี พนักงานการเดินรถ 2 ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ หรือคนโบกธง และนายลาพิศ ทองบุญ อายุ 56 ปี คนขับรถเมล์ ในข้อหากระทำการประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วทีมสืบสวนขึ้นรถไฟจำลองเหตุความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พ.ค. พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ขึ้นรถไฟเพื่อจำลองสถานการณ์เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวหมาก ภายในหัวลากอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่รถไฟและตำรวจเท่านั้น พ่วงด้วยห้องโดยสาร 1 ตู้ เดินทางไปลงที่สถานีอโศกใกล้จุดเกิดเหตุบริเวณถนนอโศก-ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ชุดสืบสวนได้กำหนดประเด็นตรวจสอบระยะการมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อดูว่าคนขับรถไฟจะสามารถมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณต่างๆ ทั้งธง ไฟสัญญาณ หรือยานพาหนะที่จอดคร่อมรางในระยะเท่าใด รวมทั้งระยะการหยุดเบรกรถไฟใช้ระยะทางเท่าใด ก่อนถึงสถานีหรือซุ้มไม้กั้นถนน การชะลอความเร็วและหยุดรถไฟ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มรถไฟว่าจะเริ่มส่งสัญญาณให้พนักงานขับรถในระยะเท่าใดนำข้อมูลใช้หักล้างคำให้การนอกจากนี้ดูความเร็วของรถไฟ การชะลอความเร็วก่อนที่จะเบรกหยุดรถไฟ ชุดสืบสวนจะรวบรวมเพื่อมาตรวจสอบว่า สอดคล้องกับคำให้การของพนักงานควบคุมไม้กั้น พนักงานขับรถไฟ ช่างเครื่อง และพนักงานรักษารถไฟคันเกิดเหตุหรือไม่ รวมทั้งนำมาเปรียบเทียบกับข้อปฏิบัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งการปฏิบัติในส่วนของพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้น โดยจะสังเกตการปฏิบัติตั้งแต่การทำความเร็วรถไฟ การใช้วิทยุสื่อสาร ระยะห่างของรถไฟก่อนที่จะนำไม้กั้นลง รวมทั้งการให้สัญญาณของพนักงานควบคุมไม้กั้น ทั้งสัญญาณไฟและธง ชุดสืบสวนได้แบ่งเป็น 2 ชุด เจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์บนรถไฟ และเจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์ตามซุ้มไม้กั้นรถไฟ ส่วนขบวนรถไฟที่จะใช้จำลองสถานการณ์เป็นขบวนรถไฟโดยสารปกติ จากข้อมูลของการรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่า ทั้งรถไฟโดยสารและรถไฟขนส่งมีระเบียบการปฏิบัติที่เหมือนกันหารือร่วม พงส.ก่อนสรุปผลหลังจากจำลองเหตุการณ์เสร็จสิ้นเรียบร้อย พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 กล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีการแถลงข่าวผลการจำลองสถานการณ์แต่อย่างใด ขอเอาข้อมูลที่ได้ไปหารือกับพนักงานสอบสวนก่อนว่า มีความสอดคล้องต้องกัน หรือแตกต่างกันกับคำให้การของผู้ต้องหา รวมทั้งหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รถไฟ จากนั้นสรุปผลและรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนจับ-ปรับ จอดคร่อมทางรถไฟมีรายงานว่า ส่วนของการจราจร บก.น.1 ได้จัดระเบียบการจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ มีการจัดการจราจร 14 จุด จับผู้ฝ่าฝืนบังคับใช้กฎหมาย ข้อหาหยุดรถคร่อมรางรถไฟหรือในระยะ 5 เมตร จากรางรถไฟ ทั้งหมด 32 ราย มีการปรับ 5 ราย รายละ 500 บาท งานจราจรในพื้นที่ สน.มักกะสัน จะเข้มงวดบริเวณจุดตัดรถไฟ ห้ามหยุดค้างบนรางรถไฟ ระหว่าง เวลา 10.00 น.- 18.00 น. ใช้มาตรการ จัด-จัดการจราจร ปลูกฝังวินัยการจราจร, จับ-ฝ่าฝืน บังคับใช้ ก.ม., ปรับ-ปรับจริง ปรับหนัก บนถนนกำแพงเพชรตัดถนนอโศกดินแดง ฝ่ายจราจรให้ดำเนินการจัดระเบียบการจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ มีผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืนบังคับใช้กฎหมายพ่อแม่ร่ำไห้เชิญวิญญาณลูกก่อนหน้านี้ เวลา 09.00 น. ครอบครัวของนายฑีฆา หรือแทน ฑีฆาอุตมากร อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต เรียนจบปริญญาโทมาจากประเทศออสเตรเลีย มีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการบริษัทเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจด้านโรงแรมแห่งหนึ่ง และเป็นวิทยากร บิดาเป็นผู้พิพากษา มารดาเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และผู้ตายเป็นหลานชายของนายตำรวจสังกัดกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ่อแม่และญาติเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ นิมนต์พระสงฆ์จากวัดตรีทศเทพวรวิหารมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ นำรูปภาพของนายฑีฆาพร้อมอาหาร ได้แก่ ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว ขนมจีบ ขนมวุ้นใบเตย กล้วยหอม น้ำดื่มและดอกไม้ มาทำพิธี บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า พ่อและแม่ของนายฑีฆามีน้ำตาคลอตลอดทำพิธี หลังเสร็จสิ้นพิธีทั้งหมดเดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดตรีฯ สวดอภิธรรมศพ 3 คืน และฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 23 พ.ค.เปลี่ยนขึ้นรถเมล์แทนรถไฟฟ้าเนื่องจากพ่อและแม่ผู้เสียชีวิตยังไม่สามารถทำใจได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส.วชิรา สร้อยนาค ป้าของนายฑีฆา เป็นตัวแทนของครอบครัว กล่าวว่า นายฑีฆามีพี่น้องรวมสองคน เป็นคนที่เก่งมากสามารถพูดได้ 6 ภาษา อาทิ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอังกฤษ เป็นคนนิสัยดี น่ารักมาก รักครอบครัวอย่างมาก เวลาอยู่กับครอบครัวชอบเอนเตอร์เทนให้ครอบครัวสนุกสนานร่าเริง ตอนอยู่ออสเตรเลียมักจะซื้อของมาฝากตน และซื้อยามาฝากคุณยายตลอด ส่วนตัวผูกพันกับนายฑีฆาอย่างมากเพราะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก นายฑีฆาเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศออสเตรเลียได้ไม่นาน วันเกิดเหตุนายฑีฆามีนัดกับเพื่อนชาวต่างชาติที่ซีคอนสแควร์ศรีนครินทร์ ช่วงเวลา 17.00 น. แม่ขับรถไปส่งที่ BTS บางหว้า ต่อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แต่พูดคุยกันครั้งสุดท้าย นายฑีฆาบอกกับตนว่า จะไปรถเมล์แทนเพราะยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ ไม่คิดว่ามานั่งรถคันที่เกิดเหตุเข้าใจหัวอกเครนทับรถไฟโคราชน.ส.วชิรากล่าวว่า ครอบครัวต้องขอขอบพระคุณทุกสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเพื่อนและชาวไทยทุกคนที่ให้ความห่วงใย แสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ ทำให้เห็นว่านายฑีฆาเป็นที่รักใคร่ของทุกคน อย่างงานสวดพระอภิธรรมศพตลอดทั้ง 3 คืน ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดลจัดงานทั้งหมด ครอบครัวขอไม่พูดถึงในเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยา เพราะสูญเสียหลานไปแล้ว ทุกคนรู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รฟท.และ ขสมก.ติดต่อมาสอบถามการช่วยเหลือ ครอบครัวบอกไปว่าไม่มีอะไรต้องช่วย ขอให้เป็นเรื่องของสามัญสำนึกและความรับผิดชอบ กรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นอุทาหรณ์ไม่อยากให้วัวหายล้อมคอก และเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวที่สูญเสียเหตุการณ์เครนทับรถไฟที่ จ.นครราชสีมา ว่าเจ็บปวดทรมานมากเพียงใด คนขับรถไฟและรถเมล์ถือว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญต้องรับผิดชอบกันไปตามกฎหมาย ตนบอกกับพ่อแม่นายทีฆาว่ากรณีที่เกิดขึ้นอย่าไปโทษใครขอให้อโหสิกรรมกันไปญาติอีก 2 รายทำพิธีจุดมรณะเวลาไล่เลี่ยกัน ครอบครัวของ น.ส.เทียม พวงยอด อายุ 57 ปี ผู้เสียชีวิตอีกราย เดินทางมาพร้อมด้วยพระสงฆ์จากวัดใหม่ช่องลม ย่านห้วยขวาง กทม. มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณผู้ตายที่จุดเกิดเหตุ พร้อมอาหารที่เป็นของโปรดผู้ตาย หลังจากทำพิธีทอดผ้าบังสุกุลเสร็จสิ้นพิธี หลานสาวของ น.ส.เทียม กล่าวว่า ยายเทียมจะนั่งรถเมล์สาย 206 เป็นประจำ เนื่องจากทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ย่านอโศก ช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นเวลาเลิกงาน ได้ส่งกระแสจิตเชิญวิญญาณของยายกลับบ้าน เพราะยายเทียมเหนื่อยมามากได้เวลาพักแล้ว ครอบครัวจะไปรับศพที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ ไปทำพิธีสวดที่วัดกระต่ายด่อน ต.สมอ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เวลาไล่เลี่ยกัน ญาติของนางเอื้อง หรือป้าเอี้ยง มะโนแจ่ม อายุ 66 ปี นิมนต์พระสงฆ์จากวัดหนามแดง จ.สมุทรปราการ มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ หลังไปรับศพจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ไปแล้ว เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาศพที่ 7 คาดเป็นสาวเชียงใหม่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เวลา 11.30 น. ครอบครัวของ น.ส.สุภาพร หรือน้องแอล (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เดินทางมาจาก อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับร่างผู้เสียชีวิตที่ยังเหลืออีก 2 ร่าง คาดว่าอาจเป็น น.ส.สุภาพร ผู้เสียชีวิตรายที่ 7 พ่อน้องแอลกล่าวทั้งน้ำตาว่าวันเกิดเหตุติดต่อลูกสาวไม่ได้ ลูกโทร.มาช่วงเวลาประมาณบ่ายสองโมง แต่ตนไม่ได้รับสาย ก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้อีก ช่วงเช้าพูดคุยกับลูกบอกว่า จะไปดูหอพักและที่ทำงานใหม่ คาดว่าน่าจะใช้เส้นทางเดียวกับจุดเกิดเหตุ ญาติเปิดเผยด้วยว่าน้องแอลเข้ามาทำงานใน กทม.หลายปีแล้ว ก้าวหน้าในหน้าที่การงานมีแนวโน้มจะได้รับตำแหน่งผู้จัดการในบริษัท ระหว่างให้สัมภาษณ์พ่อมีอาการคล้ายจะเป็นลม บอกด้วยว่า ขณะนี้ทำได้เพียงรอฟังผลตรวจ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าอาจต้องใช้เวลาอีก 1-2 วัน ยืนยันอัตลักษณ์ได้อย่างเป็นทางการว่า ร่างผู้เสียชีวิตใช่ลูกสาวหรือไม่แฟนหนุ่มรับร่างหญิงชาวพม่าขณะเดียวกัน ญาติของ น.ส.เอเอมิท (AYE AYE MYINT) อายุ 36 ปี ชาวเมียนมา เหยื่อเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์ เดินทางเข้าติดต่อขอรับร่างที่สถาบันนิติเวชฯ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทันทีที่แฟนหนุ่มและครอบครัวได้เข้าไปดูร่างยืนยันตัวตน ญาติต่างพากันร้องไห้ แฟนหนุ่มเป็นลมล้มพับ ครอบครัวเปิดเผยว่า เอเอมิท เป็นเสาหลักของบ้าน เดินทางมาทำงานรับจ้างในไทยเพื่อหาเงินส่งกลับไปเลี้ยงดูพ่อแม่และคนในครอบครัวที่พม่า วันเกิดเหตุผู้เสียชีวิตเพิ่งขึ้นรถเมล์มาได้เพียงไม่กี่ป้าย ญาติยังไม่สามารถรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างนำเอกสารประสานงานกับสถานทูตเมียนมาให้เรียบร้อยเสียก่อนยืนยันชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว 6 รายมีรายงานว่า รายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย ที่พิสูจน์ทราบเรียบร้อย 1.นายธนัฐพิพัฒน์ หรือขนุน เขียววิจิตร อายุ 22 ปี นศ.ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร 2.น.ส.วิภารักษ์ หรือน้องโรส เผ่าภูรี อายุ 25 ปี นิสิตเก่าสาขาสื่อสารมวลชน คณะมนุษย์ศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ปัจจุบันทำงานตำแหน่งกราฟิกบริษัทแห่งหนึ่งและมีอาชีพเสริมเปิดเพลงที่ผับแห่งหนึ่ง 3.น.ส.เทียม พวงยอด อายุ 57 ปี อาชีพแม่บ้านที่บริษัทแห่งหนึ่ง ย่านประตูน้ำ 4.นางเอื้อง หรือป้าเอี้ยง มะโนแจ่ม อายุ 66 ปี อาชีพแม่บ้านที่บริษัทแห่งหนึ่ง ย่าน รพ.จุฬา 5.น.ส.เอเอมิท หรือ AYE AYE MYINT อายุ 36 ปี ชาวเมียนมา และ 6.นายฑีฆา ฑีฆาอุตมากร หรือแทน อายุ 33 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ขณะนี้ยังเหลือผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ที่ยังไม่มีญาติติดต่อเข้ามาที่สถาบันนิติเวชฯ ขอประชาสัมพันธ์ หากครอบครัวใดมีบุคคลสูญหาย สามารถติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชม. โทร.0-2207-6108กมธ.คมนาคมถกเหตุรถไฟชน ปอ.ที่รัฐสภา วันเดียวกัน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรค ปชน. ในฐานะประธาน กมธ.ฯเป็นประธานการประชุมพิจารณากรณีรถไฟขนสินค้าพุ่งชนรถโดยสารประจำทางมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว กมธ.เชิญผู้เกี่ยวข้องต่างๆเข้าร่วมประชุมชี้แจง อาทิ นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายทยากร จันทรางศุ ผอ.กองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมการขนส่งทางราง นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. พ.ต.อ.กำพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน นายศุภณัฐ ถามถึงภาพกล้องวงจรปิด CCTV เพื่อจะนำมาไล่ดูในที่ประชุม พ.ต.อ.อุรัมพรชี้แจงว่า ภาพกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานในสำนวน ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ ส่วนภาพที่เปิดเผยตามหน้าสื่อไม่ทราบว่ามาจากไหน ยืนยันว่าไม่ได้มาจากตำรวจกรมรางยันตั้งคณะกรรมการสอบนายพิเชฐเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ ได้มีการเก็บพยานหลักฐานและประสานกับพนักงานสอบสวน เบื้องต้นมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากจำเป็นต้องหาสาเหตุ และหาวิธียกระดับความปลอดภัย เราจะสอบในช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค. เบื้องต้นกรมการขนส่งทางราง ไปร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ที่มีความผิดแล้ว เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตและผู้ประสบอุบัติเหตุจำนวนมาก จะส่งรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาให้ กมธ.ฯภายหลังเบรกฉุกเฉินอาจทำให้ตกรางอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวด้วยว่า ระยะเบรกน้ำหนักตัวรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 20 ตู้ 1,100 ตัน หากคิดว่าเราจะหยุดรถขนาดนี้ได้ภายใน 100 เมตร เราลองเอาตัวไปอยู่ตรงกลางทางรถไฟแล้วลองให้ขบวนนี้หยุดเรารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง ทางทฤษฎีที่บอกว่าจะหยุดได้ แต่ในความเป็นจริงต้องมีการใช้เบรกฉุกเฉิน ซึ่งไม่ได้ใช้ตลอดเวลา เวลาที่ขบวนรถหยุดต้องมีระยะเบรกและการใช้เบรกฉุกเฉินมีโอกาสที่ขบวนรถไฟจะโครงเครงและตกรางได้ ดังนั้นกรณีฉุกเฉินจะใช้ในเหตุจำเป็นที่จะชน กำหนด Emergency brake หรือเบรกฉุกเฉินจะไม่ใช่กรณีปกติที่รถไฟจะเบรกด้วยวิธีนี้ เขาจะค่อยๆเบรกเพื่อป้องกันไม่ให้รถไฟตกราง ดังนั้นระบบเบรกต้องเป็นกิโลเมตร ไม่ใช่จะบอกว่าเบรก 100 เมตรแล้วจะเอาอยู่ ขนาดรถยนต์ยังเบรกไม่ค่อยจะอยู่เลย 100 เมตรไทม์ไลน์ละเอียดทุกเสี้ยววินาทีนายทยากรชี้แจงลำดับเหตุการณ์เป็นวินาทีว่า จากภาพในกล้องวงจรปิดพบว่า เวลา 15.35.01 น. เจ้าหน้าที่ได้โบกธงแดง เวลา 15.35.24 น. พนักงานเก็บธงแดงในขณะที่รถสัญจรอยู่ จะเห็นรถประจำทางอยู่บนทางรถไฟด้วย เวลา 15.35.39 น. พนักงานโบกธงเดินมาที่ซุ้มบริเวณสถานี สันนิษฐานว่า เจ้าหน้าที่เอื้อมมือผ่านหน้าต่างซุ้ม เพื่อควบคุมไม้กั้นและอาณัติสัญญาณต่างๆที่เป็นสิ่งที่บอกว่า จะให้รถไฟเข้ามาได้หรือไม่ สันนิษฐานว่าเจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปกดปุ่ม ก่อนที่เวลา 15.35.44 น. เป็นเวลาที่รถไฟมาถึงแล้ว จะเห็นพนักงานยืนหันหลังอยู่โดยที่ไม่ทราบว่ารถไฟฝ่าสัญญาณเข้ามา ต่อมา เวลา 15.35.45 น. รถไฟได้พุ่งชนรถโดยสารเกิดประกายไฟทันที เวลา 15.35.47 น.เกิดเพลิงลุกไหม้ เวลา 15.35.48 น. รถโดยสารถูกลากติดไปกับรถไฟ เวลา 15.35.52 น. พบว่าบริเวณท้ายรถจักรมีพนักงานอยู่ น่าจะเป็นพนักงานรักษารถอยู่ด้านหลัง ต่อมาเวลา 15.36.00 น. รถไฟหยุดรฟท.แจงจุดป้าย–เสาสัญญาณด้านนายอนันต์กล่าวชี้แจงถึงสาเหตุที่เสาสัญญาณอยู่ห่างเพียง 50 เมตร ว่า ปัจจุบัน รฟท.ใช้ระเบียบข้อบังคับ พ.ศ.2549 จะบัญญัติระเบียบต่างๆ เช่น ท่าของสัญญาณรถไฟ ท่าของสัญญาณมือ ของนายสถานี หรือพนักงานกั้นถนน ทั้งหมดเป็นข้อบังคับของการรถไฟที่ใช้อยู่ แม้เสาอยู่ระยะ 50 เมตร แต่ต้องมีระยะมองเห็น 500 เมตร ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ตำแหน่งที่พนักงานขับรถใช้ในการทำงาน ยืนยันว่าตำแหน่งป้ายหรือเสาสัญญาณต่างๆเป็นไปตามระเบียบ เพื่อรองรับการเบรกของรถไฟ ครบทุกประเด็น ส่วนคำถามที่ว่าตำแหน่งของตัวสัญญาณไฟ เครื่องกั้นถนนมีหรือไม่นั้น เครื่องกั้นทางรถไฟจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีพนักงานควบคุม และประเภทที่ทำงานอัตโนมัติ สถานที่เกิดเหตุเป็นช่องจราจรที่มีขนาดใหญ่ไม่สามารถใช้เครื่องกั้นถนนแบบอัตโนมัติได้“นิกร” จี้ทบทวนเงินเยียวยาวันเดียวกัน ที่รัฐสภาได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา 4 ญัตติ ของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้สภาฯพิจารณาศึกษากรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์บริเวณจุดตัดทางรถไฟ เพื่อหาทางป้องกันความปลอดภัยให้ประชาชน นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะมุ่งแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างระบบขนส่งแล้ว ควรทบทวนพิจารณาเรื่องเงินเยียวยาผู้เสียหายใหม่ เพราะความผิดมาจากระบบขนส่งของรัฐ ผู้สูญเสียมีรายได้น้อย เป็นเสาหลักครอบครัว ควรได้รับการเยียวยาที่สมเหตุ สมผล เท่าที่ทราบได้เงินเยียวยาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 1.7 ล้านบาท และ ขสมก. 3.4 แสนบาท รวมประมาณ 2 ล้านบาท ควรพิจารณาเงิน เยียวยาใหม่ เมื่อเทียบกับกรณีที่ศาลเคยพิพากษาให้ ขสมก.จ่ายเงินชดเชยกรณีที่ประตูรถเมล์จู่ๆเปิดขึ้นมา ทำให้ผู้โดยสารตกรถเมล์เสียชีวิตปี 47 ให้ชดเชยเงินเยียวยา 9.8 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย รวมเป็น 10 ล้านบาทต้องบังคับ ก.ม.จราจรเข้มข้นนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความล้มเหลวระบบคมนาคมไทยที่ไร้ระเบียบวินัย ทั้งปล่อยให้รถเมล์ไปคร่อมทางรถไฟ การให้รถไฟบรรทุกสินค้าหนักวิ่งเข้าเมือง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจาก 4 ปัญหาคือ 1.สภาพจราจรแยกอโศก-เพชรบุรี บีบให้รถเดินหน้า และถอยหลังไม่ได้ 2.กฎหมายไม่เด็ดขาด เส้นทแยงเหลืองเป็นแค่สีทาถนน ควรบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ห้ามรถค้างบนรางรถไฟ มีการติดกล้องซีซีทีวี ปรับกันจริงจัง หากมีรถเข้าไปในเส้นทแยงเหลือง และใช้กล้องเอไอตรวจจับรถค้างบนราง แจ้งเตือนไปยังคนขับรถไฟ การแก้ปัญหาไม่ควรจบที่หาใครสักคนมารับผิด แต่ต้องจบที่พัฒนาระบบคมนาคม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่