ในงานวันนักเขียน 5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นอกจากมีพิธีมอบรางวัลศรีบูรพาให้กิตติ สิงหาปัด แล้ว ยังมีพิธีมอบรางวัล “รพีพร” ให้หทัยรัตน์ จตุรวัฒนา อายุ 35 ปี นามปากกา รินศรัทธา กาญจนวตี ด้วยครับตอนที่เธอเดินขึ้นเวที ผมจึงเห็น...เธอผู้นี้ “ตาพิการ” สะดุดใจทันที...อ่านจากผลงานเรื่องสั้น บทความ และบทกวี ระดับรางวัลมากมาย...เออ! เธอฝ่าฟันมาถึงชั้นฟ้า “สรวงสวรรค์ชั้นกวี” ชั้นนี้ได้อย่างไร“ลูกหมู” ตาบอดด้านซ้ายตั้งแต่คลอด (ก่อนกำหนด) จนถึงมัธยมต้น ตาขวาก็บอดสนิท ถึงเวลานั้นเธอต้องปรับตัวกับชีวิตที่ไม่สามารถ มองเห็นได้อีกสิ่งที่ทำให้เชื่อมโยงกับตัวตนเดิมๆมีสิ่งเดียวคือ “กวีนิพนธ์”ที่ครูสอนภาษาไทยเคยอ่านบทกวีให้ฟังเธอรู้สึกว่าสามารถมองเห็นภาพผ่านความรู้สึกและมโนทัศน์ได้ จึงเริ่มเขียนบทกวี โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการใช้สายตา มาเป็นการใช้ความรู้สึกในการรับรู้โลกวิธีการทำงาน คือ การรับรู้เรื่องราวต่างๆผ่านการฟังข่าว และการอ่านข้อมูลจากโปรแกรมอ่านหน้าจอในโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวเศรษฐกิจ การเมือง สังคม หรือเรื่องราวของผู้คนจากนั้นจึงทำความเข้าใจและถ่ายทอดออกมาเป็นบทกวีโดยให้ความรู้สึกเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนถึงเวลานั้น “ลูกหมู” มองว่าการเป็นผู้พิการทางสายตาไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นความท้าทาย เพราะแม้จะไม่สามารถมองเห็นภาพเหมือนคนทั่วไป แต่ประสาทสัมผัสอื่น เช่น การได้ยิน การดมกลิ่นการรับรสจะโดดเด่นขึ้นโดยอัตโนมัติรินศรัทธา กาญจนวตี รับรางวัลนักศึกษาผู้มีผลการเรียนดีเด่น จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผลงานการเขียนรวมเล่มครั้งแรก เมื่อปี 2557 ชื่อ “รินศรัทธา” พิมพ์โดยสมาคม “กวีร่วมสมัย” ได้เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯถวายหนังสือแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาพ.ศ.2562 ผลงานกวีนิพนธ์ “ทุกขณะกระจ่างชัดสัมผัสใจ” พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ออนอาร์ต ได้เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯถวายแด่สมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า อีกครั้ง ณ โรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพฯต่อมาได้รางวัลชนะเลิศ ประเภทกวีนิพนธ์ การประกวดหนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊กอวอร์ดครั้งที่ 16 ประจำปี 2562 หนังสือเล่มนี้ เข้ารอบสุดท้าย รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2562และยังมีรางวัลอีกมากมาย...เขียนลงในหนังสือยาวสองหน้าเต็มๆ รวมความ “รินศรัทธา กาญจนวตี” เป็นนักเขียน เป็นกวีระดับมืออาชีพ มีผลงานเผยแพร่ในสื่อต่างๆอย่างต่อเนื่องไม่แปลก ความสามารถขนาดนี้ เธอเป็นอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมคนตาบอดจังหวัดนครปฐมนอกจากนั้น เธอยังร่วมอ่านบทกวี เป็นวิทยากร นักพูดสร้างแรงบันดาลใจในค่ายและโครงการต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแนะนำผู้พิการทางสายตาที่มีใจรักในการเขียนกลอนทางโซเชียลมีเดียเป็นอาสาสมัครคนพิการลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นคนพิการ สอนอักษรเบรลล์ การใช้สมาร์ทโฟนให้คนพิการที่สนใจ...สรุป ไม่เพียงชีวิตเธอจะไม่เหงา แต่ยังมีพลังสร้างความแตกตื่นใจให้ผู้ที่เข้าใกล้ทุกคนหากอยากลองรู้รสฝีมือบทกวี...ผมขอตัดตอนสองบท จากบท “กุหลาบกวี” ให้ลองเพราะโลกยังดำด่างอยู่อย่างนี้ ต้นกุหลาบกวีจึงมีหนามเพื่อไว้เกี่ยวกระชากสิ่งเลวทราม ตีความโหดร้ายในสังคม จากสำนึกสู่ผลงานผลิบานออก กุหลาบแต่ละดอกจึงสวยสม หอมคำหอมลอยไกลไปตามลม มอบแด่ผู้ทุกข์ตรมทั่วแผ่นดินผม...อดีตนักกลอนเก่า กวีศรีสยาม รุ่น พ.ศ.2511-2 อ่านกวีบทนี้แล้ว ขอก้มหัวน้อมคารวะเธออีกคน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม