ผบ.ตร.ลงจี้คดีขยายผลสางปมหนุ่มจีนซุกคลังแสง พร้อมระเบิดซีโฟร์สั่งสอบ 5 ประเด็นสำคัญคลิปฝึกอาวุธเชื่อมโยงการก่อวินาศกรรมหรือเตรียมสังหารบุคคลสำคัญ ตำรวจเรียกสอบครูฝึกยิงปืน-ทหารเรือขายปืน M4 ให้ชาวจีนกระบอกละ 2 แสนบาท และยังมีทหารเรือที่เกี่ยวข้องอีก2นาย ส่วนผู้ต้องหายังปากแข็งอ้างป่วยซึมเศร้าบ่นอยากตาย ขณะที่“อนุทิน” สั่งขยายผลสาวลึกเชื่อมโยงกลุ่ม BHQ องครักษ์ฮุนเซนจากเหตุการณ์สุดระทึกตำรวจไปตรวจสอบเหตุรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำที่ถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบชายชาวจีนเป็นคนขับอยู่กับเพื่อนสาวชาวไต้หวัน ตรวจค้นในรถพบปืน .45 แมกกาซีน ปืนสงครามและถังน้ำมันเบนซิน ต้องสงสัยประสานตำรวจฝ่ายสืบสวนขยายผลตรวจค้นบ้านเช่า พบเป็นแหล่งเก็บคลังแสงจำนวนมาก เชื่อว่าเตรียมก่อวินาศกรรมหรือประสงค์สังหารบุคคลสำคัญ ของไทยบุกตรวจค้นคลังแสงในบ้านเช่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 พ.ค. พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พร้อมด้วยตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ชลบุรี ตำรวจ ตม.3 ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน และตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 45/90 หมู่บ้าน THE MAPLE หมู่ 2 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับรายงานจาก ร.ต.อ.อาทิตย์ แสนปัญญา รอง สว. (สอบสวน) สภ.นาจอมเทียน ว่ารับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักชนแบริเออร์พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า ที่ถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไปตรวจสอบพบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน ฉง 2305 ชลบุรี มีนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี เป็นคนขับ ถือพาสปอร์ตจีน และมีบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หมายเลข 6 10046 00003 42 3 อยู่บ้านเลขที่ 49/485 ซอยหทัยราษฎร์ 37 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ และ น.ส.ม่า ยู่ฮชิน อายุ 33 ปี เพื่อนชาวไต้หวัน ตรวจค้นในรถพบปืน .45 และแมกกาซีนปืนสงครามและถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร 1 ถัง ท่าทางมีพิรุธสอบสวนและนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าว วางกับดักระเบิดหวังสังหารหมู่ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา เจ้าหน้าที่นำกำลังปิดล้อม เมื่อเปิดประตูรั้ว หน้าบ้านพบสิ่งผิดสังเกต ชาวจีนทำกับดักขึงลวดยึดกับประตูแล้วโยงติดผนังห้องผูกกับสลักระเบิดสังหาร ส่วนบริเวณรอบบ้านพบถังน้ำมันขนาด 20 ลิตรจำนวน 4 ถังวางไว้ 4 จุด หากเจ้าหน้าที่ไม่ระวังพลาดไปเตะลวดดึงสลักระเบิดจะทำงานสังหารหมู่ทันที ตำรวจหวั่นเกิดอันตรายสั่งถอนกำลังออกจากบ้านและประสานตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีมาตรวจสอบ และกั้นไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อีโอดีตะลึงคลังแสงจำนวนมากจากนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบเก็บกู้ระเบิดที่ประตูเสร็จ ตรวจสอบภายในบ้านถึงกับตะลึงพบคลังแสงจำนวนมาก ประกอบด้วยระเบิดซีโฟร์จำนวน 4 ก้อน น้ำหนักก้อนละ 2 ปอนด์ รวม 8 ปอนด์ มีพลังการทำลายล้างสูงในรัศมีหลายร้อยเมตร ปืนสงคราม M4 จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืน 5.56 จำนวน 10 นัด แบบธรรมดา M193 (Ball, M193) ที่ระบุเครื่องหมาย LOT RTA ผลิตโดยโรงงานผลิตกระสุนของกรมสรรพาวุธทหารบก (Royal Thai Army Ammunition Plant) เพื่อใช้ในราชการทหาร ปืน 9 มม. 1 กระบอก มีทะเบียนตรวจสอบเป็นของนายตำรวจ ระเบิดมือแบบสังหารบุคคล 4 ลูก ระเบิด K75 จำนวน 1 ลูก ระเบิดสังหารชนิดกับดักแบบฝักข้าวโพดจำนวน 4 ลูก เชื้อปะทุของลูกระเบิดสังหารจำนวน 3 อัน ดินระเบิดซีโฟร์จำนวน 1 กล่อง ดินระเบิดซีโฟร์น้ำหนัก 1.1 ปอนด์จำนวน 2 แท่ง และตัวจุดชนวน 1 ตัว พบเสื้อเกราะซีโฟร์ระเบิดพลีชีพนอกจากนี้ พบเสื้อเกราะกันกระสุน 2 ตัวตัวแรกสีดำติดตั้งระเบิดซีโฟร์น้ำหนักลูกละ 16 ปอนด์ จำนวน 5 ลูกใส่ฝักแคระเบิด แล้วฝังด้วยกระสุนลูกปลายจำนวนมากเชื่อมต่อสายไฟ 2 สายต่อเข้ากับแบตเตอรี่ขนาดเล็กและตัวรับส่งสัญญาณรีโมต ตั้งระบบพร้อมใช้งานระเบิดพลีชีพ เจ้าหน้าที่อีโอดีดำเนินการปลดชนวนเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเสื้อเกราะตัวที่สองสีน้ำตาล มีแมกกาซีนกระสุนปืน M4 และระเบิดซีโฟร์จำนวนหนึ่งยังไม่ต่อวงจร เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน สรุปยอดตรวจยึดคลังแสงชุดใหญ่เจ้าหน้าที่ตรวจเก็บหลักฐานอย่างระมัดระวังรวมของกลางทั้งหมดประกอบด้วย ลูกระเบิดขว้างสังหารบุคคลชนิดเดียวกันจำนวน 4 ลูก ลูกระเบิดขว้างสังหาร K75 จำนวน 1 ลูก ระเบิดสังหารชนิดกับดักแบบฝักข้าวโพดจำนวน 4 ลูก ลูกระเบิดสังหารบุคคลจำนวน 1 ลูก เชื้อปะทุลูกระเบิดสังหาร 3 อัน ดินระเบิดซีโฟร์ 1 กล่องไม่ทราบน้ำหนัก ดินระเบิดซีโฟร์น้ำหนัก 1.1/4 ปอนด์จำนวน 2 แท่ง รีโมตจุดชนวน 1 อัน ปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก ปืน 9 มม.1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนหลากหลายขนาดเป็นจำนวนมาก รวมถึงแกลลอนบรรจุน้ำมันเบนซิน อีกหลายลิตร นอกจากนี้ยังพบระเบิดซีโฟร์น้ำหนักลูกละ 16 ปอนด์ จำนวน 5 ลูก ถูกประกอบติดตั้งเข้ากับเสื้อเกราะ และเชื่อมต่อระบบจุดชนวนด้วยรีโมต เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานฝึกในค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชาขณะเดียวกัน ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของ นายหมิงเฉิน ซัน ใช้โทรศัพท์มือถือพูดคุยกับแอปพลิเคชัน แชต GPT สอบถามแนวทางการก่อเหตุวินาศกรรมในสถานที่สำคัญ รวมถึงอนุภาคการทำลายล้างของระเบิดซีโฟร์ รวมถึงยังมีคลิปการฝึกยิงอาวุธปืนสงครามโดยใช้ไก่ผูกขาเป็นเป้าล่อฝึกความแม่นยำ และการขว้างระเบิดสังหารมีครูฝึกแนะนำการใช้ระเบิดแล้วฝึกโยนลงบ่อน้ำ ตรวจสอบจุดพิกัดในการไปฝึกปรากฏอยู่ที่บริเวณค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา หรือที่เรารู้จักกันในนามนักรบ BHQ หรือค่ายฝึกนักรบองครักษ์พิทักษ์ฮุน เซน อ้างป่วยซึมเศร้าหวังระเบิดพลีชีพสอบสวนนายหมิงเฉิน ซัน ให้การว่า เดิมมีอาชีพเปิดร้านขายสุราอยู่ที่ประเทศกัมพูชา และมีธุรกิจรถเช่าที่ประเทศเกาหลี ภายหลังย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยหลังจากปัญหาชายแดน ส่วนอาวุธสงครามที่พบภายในบ้านนั้นซื้อมาจากกลุ่มไลน์เฉพาะกลุ่มโดยซื้อที่ จ.ระยอง หวังระเบิดพลีชีพฆ่าตัวตาย อ้างว่าตนเป็นโรคซึมเศร้า จากนั้นตำรวจคุมตัวไปที่ สภ.นาจอมเทียนค้นบ้านเมียเก่าหนุ่มจีนที่กรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน เวลา 20.30 น. ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. และ กก.สส.บก.น.3 นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 49/485 ซอยหทัยราษฎร์ 37 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ หลังพบข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับอดีตภรรยาของนายหมิงเฉิน ซัน ภายในบ้านพบ น.ส.จันทิมา สุวรรณธาดา อายุ 31 ปี อดีตภรรยานายหมิงเฉิน ซัน และนายณัฐศรัณย์ สุขสมศรี อายุ 34 ปี เป็นสามีใหม่ สอบสวน น.ส.จันทิมาให้การว่า เคยจดทะเบียนสมรสกับนายหมิงเฉิน เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2565 ก่อนจะจดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2568 รู้จักกันระหว่างรับประทานอาหารที่ร้าน Waterside ก่อนคบหาและใช้ชีวิตร่วมกันช่วงหนึ่ง หลังแต่งงานนายหมิงเฉินจะเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยเป็นประจำ อ้างว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับ รถเช่าในประเทศเกาหลี และมักพักอาศัยอยู่ในพื้นที่พัทยามากกว่า หลังหย่าร้างกันแล้วไม่ได้ติดต่อกันอีก ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักดังกล่าวไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือวัตถุอันตรายหน่วยงานความมั่นคงเร่งขยายผลขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างเร่งขยายผลอย่างละเอียด เพื่อสืบหาที่มาของอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และยุทโธปกรณ์ ทั้งหมดว่าถูกลักลอบนำเข้ามาจากแหล่งใด รวมถึงมีเป้าหมายจะนำไปใช้ก่อเหตุในลักษณะใดหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ หลังพบของกลางบางรายการเข้าข่ายเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหารที่มีอานุภาพร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรงพบหลักฐานใหม่ขอสอบสวนเพิ่มต่อมาช่วงเช้าวันที่ 9 พ.ค. ร.ต.อ.อาทิตย์ แสน ปัญญา รอง สว. (สอบสวน) สภ.นาจอมเทียน เจ้าของคดีคุมนายหมิงเฉิน ซัน ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำมีล่ามมาช่วยแปล ผู้ต้องหามีสีหน้านิ่งเฉย และมีอาการเหม่อลอยตลอดเวลา แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นเจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ และควบคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องหาเพื่อนำส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา พนักงานสอบสวนยื่นคำร้อง ขอสอบสวนเพิ่มเติมเนื่องจากพบหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงคดี จากนั้นคุมตัวผู้ต้องหากลับมาที่โรงพัก ระหว่างเดินขึ้นห้องขังผู้สื่อข่าวสอบถามนายหมิงเฉินมีอะไรจะพูดหรือไม่ ตอบว่า “ฉันอยากตาย”เพื่อนเป็นไกด์ไม่พบเชื่อมโยงคดีส่วนหญิงสาวที่ปรากฏในภาพช่วงเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงเพื่อนของ ผู้ต้องหา ทั้งคู่รู้จักกันระหว่างที่ผู้ต้องหาเดินทางท่องเที่ยว ประเทศไต้หวัน เมื่อช่วงเดือน ม.ค. หญิงสาวรายดังกล่าว ทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว ก่อนจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงเดือน เม.ย. และติดต่อให้ผู้ต้องหาพาเที่ยวในพื้นที่พัทยา ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านพักพบว่าทั้ง 2 คนพักอาศัยแยกห้องกันมาตลอด อีกทั้งหญิงสาวยังมีตั๋วเครื่องบินเตรียมเดินทางกลับประเทศในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ทำให้ขณะนี้ตำรวจยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงหญิงสาวเกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามหรือวัตถุระเบิดที่ตรวจพบเรียกสอบครูฝึกและจ่าทหารเรือตำรวจชุดสืบสวนคุมตัวนายคเชนทร์ เสียงล้ำ ครูฝึกยิงปืนสนามพัทยา และ พ.จ.อ.เมธี นารมย์ สังกัดกองทัพเรือ มาสอบปากคำที่ สภ.นาจอมเทียน หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธส่งต่อให้กับผู้ต้องหาชาวจีนทราบว่านายคเชนทร์ เสียงล้ำ ครูฝึกยิงปืนสนามพัทยา ติดต่อซื้อปืน M 4 จำนวน 1 กระบอก จาก พ.จ.อ.เมธี นารมย์ ในราคา 200,000 บาทเพื่อนำไปให้ผู้ต้องหา ขณะเดียวกัน ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร และความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อขยายผลว่ามีเครือข่ายลักลอบค้าอาวุธสงครามในพื้นที่หรือไม่ แนวทางสืบสวนทราบว่า ปืน M 4 รวมถึงวัตถุระเบิดบางส่วนมีทหารสังกัดกองทัพเรือรวม 3 นาย ยังรับ ราชการอยู่ 2 นาย ส่วนอีกหนึ่งนายออกราชการไปแล้ว ส่วนอีกคนเป็นพลเรือนก็คือครูฝึกยิงปืนมีส่วนเกี่ยวข้องในการหาอาวุธปืนสงครามให้กับผู้ต้องหาชาวจีนรายนี้ผบ.ตร.ชื่นชมตำรวจมีไหวพริบเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง แถลงข่าวการจับกุมชายชาวจีนซุกซ่อนอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดซีโฟร์ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ขอชื่นชม ส.ต.ท.นิลพัฒน์ ทองย้อย ตำรวจจราจร สภ.นาจอมเทียน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ที่มีไหวพริบสังเกตพบแมกกาซีนปืน .45 ภายในรถผู้ต้องหา จนนำไปสู่การขยายผลตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ พบอาวุธปืนพร้อมระเบิดจำนวนมาก คดีดังกล่าวเริ่มต้นจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ก่อนที่ตำรวจจราจรจะสังเกตพฤติกรรมน่าสงสัยและประสานฝ่ายสืบสวน สภ.นาจอมเทียน เข้าตรวจสอบตามยุทธวิธี กระทั่งพบปืนสั้น แมกกาซีน กระสุนปืน รวมถึงแมกกาซีนปืนยาวขนาด 5.56 เป็นจุดที่ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีอาวุธสงครามซุกซ่อนเพิ่มเติม นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเช่าและพบคลังอาวุธจำนวนมากสั่งตรวจสอบ 5 ประเด็นสำคัญพล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาอ้างว่ามีอาวุธไว้เพื่อเตรียมฆ่าตัวตาย และเป็นผู้ชื่นชอบอาวุธปืน แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากลักษณะของอาวุธที่พบเข้าข่ายอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดร้ายแรง ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง รวมถึงมีข้อมูลการเดินทางข้ามไปยังกัมพูชา มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.เข้ามากำกับดูแลคดี ร่วมมือกับตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงจะส่งตำรวจกองปราบปรามเข้ามาช่วยคลี่คลายคดีนี้ เร่งตรวจสอบ 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา 2.การเดินทางเข้าออกประเทศ 3.อาชีพและผู้เกี่ยวข้อง 4.ที่มาของอาวุธได้มาอย่างไร จากใคร วิธีการใด วัตถุประสงค์ในการครอบครองมีไว้เพื่ออะไร และจะนำไปทำอะไร 5.เส้นทางการติดต่อในโทรศัพท์กับใคร อย่างไร อะไรบ้าง และบัญชีและเส้นทางการเงินเป็นอย่างไร โดยให้เร่งดำเนินการ ตามกรอบของกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายสืบสวน หน่วยข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสันติบาล และกองปราบปราม เพื่อซักถามเชิงลึกและตรวจสอบแรงจูงใจที่แท้จริงของผู้ต้องหาคลิปเชื่อมโยงก่อวินาศกรรมผบ.ตร.ยืนยันว่า แม้ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับการก่อวินาศกรรมหรือการจารกรรมข้อมูล แต่จะขยายผลอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการเชิงรุกด้านความมั่นคงที่ดำเนินมาตั้งแต่ต้นปี 2569 เพื่อสแกนและเฝ้าระวังภัยคุกคามทั่วประเทศ ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาถ่ายคลิปการฝึกใช้อาวุธกับบุคคลที่คล้ายชาวกัมพูชา ยืนยันว่าในเรื่องนี้ตำรวจก็เห็นเช่นกัน การสืบสวนยังมีการเชื่อมโยงไปถึงจุดของการฝึกแล้วจะนำมาก่อเหตุวินาศกรรมในประเทศ ไทย หรือแม้กระทั่งในข้อมูลของสายลับ แต่อย่างไร ก็ตาม ตำรวจจะต้องทำการสืบสวนขยายผลอย่างละเอียดอีกครั้งปืน 9 มม. ของตำรวจ สน.สายไหม“ส่วนกรณีปืน 9 มม.ตรวจสอบพบว่า เป็นปืนของตำรวจ สน.สายไหม นำไปขายต่อให้กับแวดวงตำรวจกันเอง และถูกนำไปขายเป็นทอดๆ กระทั่งมาตกอยู่ในมือผู้ต้องหาชาวจีนรายนี้ เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนนายตำรวจรายนี้อย่างละเอียด ต้องยอมรับว่าปัจจุบันตำรวจเองก็มีภาระและเกิดการขัดสนจึงนำอาวุธปืนไปขาย ปืนดังกล่าวซื้อมาถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ใช่ปืนสวัสดิการของตำรวจ หากพบว่าตำรวจกระทำผิดเสียเองก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด” ผบ.ตร.กล่าวผอ.สำนักข่าวกรองรอรายงานนายกฯเวลา 13.20 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ โดยพบผู้ขับรถเป็นชายชาวจีน และภายในรถตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมาก เกี่ยวข้องกับประเด็น ด้านความมั่นคงหรือไม่ นายฐนัตถ์กล่าวเพียงสั้นๆว่า ได้รับข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอรายงานนายกฯก่อน“อนุทิน” สั่งขยายผลสาวเบื้องหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับถึงประเทศ ไทยว่า รับรายงานแล้วแต่เป็นรายงานอย่างย่อจาก ผบ.ตร.ที่ส่งข้อความมาตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ๆ เน้นย้ำว่าให้ขยายผล และรับทราบถึงต้นเหตุของการกระทำให้ลึกที่สุด และให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเข้มข้น หาต้นตอของปัญหานี้ให้ได้ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งว่า ทำไมคนต่างชาติสามารถครอบครองอาวุธได้ ย้ำแล้วว่าไม่มีแล้วใบอนุญาตพกปืน ทุกวันนี้ใครที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พกพาอาวุธปืนไปไหนถือว่าผิดกฎหมายหมด ต้องระวังด้วยหากถูกจับขึ้นมาจะมีข้อหาอื่นตามมา เป็นสิ่งยืนยันว่าใครที่พยายามมาบอกว่าต้องออกใบอนุญาตเพิ่ม หรือใดๆก็แล้วแต่ นี่ขนาดห้ามยังทำการอุกอาจขนาดนี้ หากไปเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับบุคคลหรือกลุ่มคนใด ไม่ว่าจะเป็นคนไทยกันเองหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จะดำเนินการเต็มที่ เมื่อถามว่าอาวุธส่วนใหญ่ที่เป็นอาวุธสงคราม รวมถึงการตรวจสอบมือถือยังพบสิ่งที่คาดว่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่ม BHQ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราต้องรีบเร่งดำเนินการอย่างเฉียบขาด ต้องดูเป็นเรื่องๆไป เพราะจะมีเหตุผลไปยังเรื่องฟรีวีซ่าอีก ขอให้ฝ่ายตำรวจและฝ่ายความมั่นคงดำเนินการสอบสวนให้ได้รายละเอียดให้มากที่สุดก่อนอธิบดี ปค.สั่งตรวจสอบ 2 จีนเทานายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง หัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) เร่งรัดตรวจสอบความถูกต้องทางทะเบียนราษฎรของบุคคล 2 รายอย่างเร่งด่วน ได้แก่ 1.นายหมิงเฉิน ซัน (มีบัตรประจำตัวสีชมพู) บุคคลสัญชาติจีนที่อยู่ปัจจุบัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ มีประวัติย้ายที่อยู่มาจาก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ 2.นายเฉิงเจ้า หวู มีบัตรประจำตัวประชาชนสีฟ้า บุคคลสัญชาติไทย ที่อยู่ปัจจุบัน เขตบางแค กทม. มีประวัติการได้สัญชาติไทยโดยเพิ่มชื่อ ณ เขตบางแค ทั้งนี้หากพบว่ามีการทุจริตทางทะเบียนราษฎรให้ชุดปฏิบัติการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำความผิดทุกราย ทั้งในส่วนของเจ้าของรายการบัตรประจำตัว และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้จำหน่ายเพิกถอนรายการทางทะเบียนฯทั้งหมดโดยเร่งด่วนด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่