วันเสาร์สบายๆ วันนี้ไปคุยเรื่อง Fitness Industry อุตสาหกรรมฟิตเนสกันนะครับ ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่า อุตสาหกรรมฟิตเนสโลกปี 2023 มีมูลค่ากว่า 1.06 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 35 ล้านล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.8% คาดว่าปี 2571 จะมีมูลค่าสูงถึง 1.41 ล้านล้านดอลลาร์ ประมาณ 46.5 ล้านล้านบาท ประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ปี 2566 อุตสาหกรรมฟิตเนสไทยสร้างรายได้สูงถึง 42,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.23% จากปี 2565 ติดอันดับ 32 จาก 218 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียวการออกกำลังกาย กำลังเปลี่ยนโฉมไปสู่ “การตลาดรูปแบบใหม่” เพื่อยกระดับฟิตเนสให้ดึงดูดใจลูกค้ามากขึ้น เช่น การออกกำลังกายเพื่อการฟื้นฟู (Recovery Workouts) การออกกำลังกายเพื่อติดแกลม (Instagrammable Workouts) แชร์ภาพสวยในคลาสพิลาทิสหรือโยคะฟลาย การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพจิต (Mental Health Workouts) ไปจนถึง กีฬาจำลอง (Simulator Sports) เป็นต้นผมเพิ่งอ่านใน เว็บไซต์การเงินธนาคาร ที่รายงานเรื่องอุตสาห กรรมฟิตเนสไทย ระบุว่า ปี 2026 อุตสาหกรรมฟิตเนสไทยกำลังก้าวข้ามโมเดลเดิมๆไปสู่ยุค Experience Economy หรือ เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ ที่กลายเป็น “ส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์” อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะปรากฏการณ์ของ Mass Workouts “การออกกำลังกายแบบหมู่” ที่กำลังเปลี่ยนกิจกรรมจากการออกกำลังกายในสตูดิโอขนาดเล็กไปสู่ “บิ๊กอีเวนต์” ในระดับแม่เหล็กที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียวและยังสามารถสร้าง Strategic Partner กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง อาดิดาส ไนกี้ เพราะสามารถเข้าถึงคอมมูนิตี้ที่มีกำลังซื้อสูงไปจนถึง Wearable Technology ที่กำลังเฟื่องฟูอุตสาหกรรมฟิตเนสไทยในปี 2568-2569 มีการประเมินว่า จะมีมูลค่า GDP ทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 218,000 ล้านบาท ขยายตัวเกือบ 7% แต่รายได้ส่วนใหญ่กว่า 80% ยังกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพิ่มขึ้นเป็น 44.4% กว่า 60% เลือกใช้บริการในฟิตเนสมากกว่าที่สาธารณะ เพราะต้องการสังคมและคลาสออกกำลังกายที่ได้มาตรฐานสากลแต่วันนี้เศรษฐกิจฟิตเนสของไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากโมเดลเดิมที่พึ่งรายได้จากสมาชิกรายเดือนหรือสมาชิกระยะยาว เปลี่ยนไปสู่โมเดล Wellness On–Demand ที่สามารถเลือกได้ เพื่อให้สอดคล้องความยืดหยุ่นของเวลาแต่ละคน ทิศทางของตลาดฟิตเนสไทยต่อจากนี้ไป จะไม่ใช่แค่เรื่องการฟิตสมรรถภาพของร่างกายอย่างเดียว แต่จะถูกรีแพ็กเกจให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ (Experience Economy) ส่งผลให้มีการใช้จ่ายมากขึ้นการออกกำลังกายยัง เปลี่ยนโมเดลจากในฟิตเนสไปสู่การออกกำลังกายหมู่ เช่น การแข่งขันวิ่งมาราธอน การเต้นแอโรบิกในสวนสาธารณะกลุ่มใหญ่และปรากฏการณ์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯในเร็วๆนี้ก็คือ อีเวนต์การออกกำลังกายแบบ Experience–driven Event การออกกำลังกายแบบหมู่จำนวนมากโดยดึงเอา คอมมูนิตี้กีฬา มาผสมผสานกับ การแสดงดนตรีและแสงสีเสียง เปลี่ยน “ความเหนื่อย” ให้กลายเป็น “ความสนุกที่วัดผลได้” ผ่านโปรแกรมที่ออกแบบตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา ดึงคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกันมารวมตัวกัน เพื่อสร้าง Group Effect ให้เป็นงานอีเวนต์ที่มีพลัง ดึงดูดธุรกิจที่สอดคล้องเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นนี่คือ อุตสาหกรรมฟิตเนสยุคใหม่ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปผมมองผ่านเลนส์แห่งโอกาสแล้วเห็นว่า อุตสาหกรรมฟิตเนส สามารถสร้างเป็น Big Event Workouts ที่สอดคล้องกับ Wellness Tourism ได้อย่างสบาย สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล แม้แต่ประเพณีวัฒนธรรมอย่าง มหาสงกรานต์ ก็ยังดึงดูดคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้หลายล้านคน ก็หวังว่า รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬา จะมีวิสัยทัศน์มองเห็น คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง (High Purchasing Power) ถ้าทำได้จะสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้อีกมหาศาลทุกปีเลยทีเดียว.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม