บช.ก.ดึง ปปป.เป็นคณะทำงานร่วมกองปราบฯ สางคดีโกงคะแนนสอบ ขรก. ท้องถิ่น ดึง ป.ป.ช.-ปปง. ร่วมบี้เส้นเงิน ย้อนไปถึงปี 2567 เชื่อทำมากว่า 2 ปี จ่อหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ปากคำ เบื้องต้นเตรียมประเคนข้อหา “อั้งยี่ซ่องโจร” เร่งตรวจคลิปเสียง “นายกิจ-นางส้ม” หากมีเอี่ยวดำเนินคดีแน่ ด้าน “นายกฯหนู” ไม่ให้ค่าคลิปฉาวบอกไร้สาระ แอ่นอกป้องปลัด มท.ทำทุกอย่างตามกรอบ ก.ม. ส่วนการบรรจุ ขรก.ท้องถิ่นให้ทำตามมติเสียงข้างมาก เดินหน้าแต่งตั้งวันที่ 1 ก.ค.ตามเดิม รักษาสิทธิ์คนสอบได้ด้วยฝีมือ หากอนาคตพบใครทุจริตจะเพิกถอนเป็นราย ขณะเดียวกันผู้เกี่ยวพันแจ้งความวุ่น อธิการฯ มศว ไป สน.ทองหล่อ โดนตัดต่อคลิปดิสเครดิต ยันสุจริต ท้าคนแฉแน่จริงเปิดหน้ามา ส่วน สถ.บุกแจ้ง ป.เอาผิดคนปูดผลสอบ “นฤชา” จ่อฟ้อง “ทนายอั๋น” หมิ่นประมาทพ่วง พ.ร.บ.คอมฯจากข่าวฉาวสะเทือนวงการข้าราชการท้องถิ่น เมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ร่วมกับ บก.ปปป. ทลายแก๊งทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น บุกค้นบริษัทย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขกระดาษคำตอบให้ผู้สมัครที่จ่ายเงินค่าโกง รวบผู้ร่วมขบวนการ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเข้าตรวจค้นโรงพิมพ์และโกดังเก็บเอกสารขนาดใหญ่ของบริษัท จันวาณิชย์ (ริเวอร์ไซด์) ย่านพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ขนต้นฉบับกระดาษคำตอบสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่นปี 68 กว่า 8 แสนใบ นำไปตรวจสอบเทียบเคียงไฟล์รายชื่อ-คะแนนผู้สอบผ่าน ขณะที่ สถ.ยกเลิกคำสั่งชะลอบรรจุ-แต่งตั้ง 1 ก.ค.ให้ไปรายงานตัวเหมือนเดิม เพื่อปกป้องรักษาสิทธิคนสุจริตที่สอบได้ด้วยฝีมือ หากพบทุจริตจริงเพิกถอนเฉพาะราย จ่อขอ ป.ป.ช. รื้อตรวจข้อสอบใหม่ 4.8 แสนคนต่อหน้าสื่อใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ขณะที่ ผอ.กองช่าง ทม.วิเชียรบุรี 1 ในผู้ต้องสงสัยยังล่องหนแต่ส่งเอกสารลาออกแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วป.จ่อหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องความคืบหน้าในการหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังโกงคะแนนข้อสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่นหลังกระทรวงมหาดไทยส่งตัวแทนเข้าแจ้งความกองปราบฯแล้ว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. เผยความคืบหน้าคดีทุจริตข้อสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังร่วมประชุมกำหนดแนวทางทำงานกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ว่า เบื้องต้นกำหนดกรอบการสืบสวนสอบสวนชัดเจน เตรียมออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบทั้งหมดเข้าให้ปากคำ ผู้ที่จะถูกเรียกเข้าให้ข้อมูลประกอบด้วยคณะผู้จัดทำขอบเขตงาน (TOR) จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ผู้บริหารโรงพิมพ์ข้อสอบใน จ.สมุทรปราการ กลุ่มข้าราชการท้องถิ่น 10 ราย ที่ปรากฏพฤติการณ์ในคลิปวิดีโอวันเข้าจับกุม รวมถึงกลุ่มผู้เสียหาย เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบสำนวนการสืบสวน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวางสอบคลิปเสียง “นายกิจ–นางส้ม”พ.ต.อ.เนติวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่ง ระบุชื่อเรียกกันว่า “นายกิจ” และ “นางส้ม” มีเนื้อหาพาดพิงและแอบอ้างว่ารู้เห็นกับขบวนการซื้อขายข้อสอบ รวมถึงอ้างว่ารู้จักบุคคลระดับสูงนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนความเชื่อมโยงอย่างละเอียด หากพบพยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะเร่งเรียกตัวมาสอบปากคำและดำเนินการตามกฎหมายทันทีดึง ปปป.ร่วมคณะทำงานสางคดีผกก.2 บก.ป.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ บช.ก. ยังมีแนวทางแต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน เนื่องจาก บก.ปปป.เป็นหน่วยงานที่เปิดปฏิบัติการและมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับคดีอยู่ก่อนแล้ว บก.ป.จะนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบกับพยานหลักฐานในสำนวน เพื่อขยายผลสืบสวนให้ครอบคลุมทุกมิติ ขณะนี้ยังไม่ออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม ทุกขั้นตอนยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรัดกุมและสามารถเอาผิดผู้กระทำความผิดได้ตามกฎหมายด้วยเผยเหตุคดีปูดจ่ายแล้วไม่ได้บรรจุรายงานข่าวจาก บช.ก. เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว เริ่มจากมีผู้ร้องเรียนจากที่มีผู้เข้าสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยใช้ความสามารถของตัวเองสอบ และผู้ที่สอบโดยการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าว หวังว่าตนจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการบรรจุ 6,000 คน จากผู้สมัครลงสอบ 400,000 กว่าคน แต่มีบางส่วนไม่ได้รับการบรรจุ มาร้องทุกข์กองบังคับการปราบปราม จากการตรวจสอบทราบว่า ขบวนการทุจริตโกงสอบดังกล่าวมีคนจ่ายเงินทั้งหมด 9,000 คน แต่ละคนราคาไม่เท่ากัน เริ่มตั้งแต่ 3 แสนบาทถึง 9 แสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4 พันล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบว่าบ้านพักย่านนนทบุรี เปิดเป็นบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด พบว่าสถานที่ดังกล่าวมีข้าราชการหลายคนรวมตัวกันแก้ข้อสอบ คุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เข้าข่ายกระทำผิดได้ทั้งหมด 10 คน อยู่ระหว่างสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. รวมถึงเอกสารการทุจริตข้อสอบแฉรูปแบบแก้ไขคะแนนรายงานระบุต่อว่า จากการสอบปากคำและขยายผลทราบว่า ขบวนการเหล่านี้มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายคน โดยเฉพาะนายพิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ที่เป็นตัวการใหญ่ เป็นคนจ่ายเงินค่าจ้างให้กับ “นายศ” 1 ใน 10 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว ให้เป็นผู้จัดการเรื่องการประสานรับเอกสารการสอบจากสถานที่สอบมายังบริษัทดังกล่าว ก่อนกระจายไปยังภาคต่างๆ ส่วนรูปแบบวิธีการแก้คะแนนข้อสอบ จะเอาผลคะแนนสอบตัวจริงมาคัดลอกเป็นสำเนาเอามาเปรียบเทียบกับใบเฉลยดูคำตอบที่ถูกต้อง ใช้ปากกาสีแดงขีดลงไปในช่องคำตอบที่ถูกต้อง เป็นสัญลักษณ์นำไปแก้ไขในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ ก่อนสแกนสำนวนที่แก้แล้วกลับไปในระบบ โกงนาน 2 ปี เส้นเงินย้อนถึงปี 67ทั้งนี้ ยังมีตัวการสำคัญอีก 1 คน ยังติดตามตัวไม่ได้ เป็นบุคคลที่รวบรวมข้อมูลคะแนนผู้สอบที่มีการจ่ายเงิน จะคัดลอกใส่ Flash Drive นำข้อมูลไปส่งมอบให้กับบริษัทที่จังหวัดนนทบุรี แต่เอกสารผลสอบตัวจริงจะถูกเก็บไว้ที่โกดังของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ผลสอบจะถูกเก็บไว้ในโกดังนี้เป็นเวลา 2 ปี ก่อนทำลายทิ้ง เป็นขั้นตอนและกฎระเบียบซึ่งยอมรับว่าเป็นช่องว่าง เพราะไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังในปีอื่นได้อีก อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงเชื่อว่าขบวนการดังกล่าวทำมามากกว่า 2 ปี ดูจากเส้นเงินที่เชื่อมไปยังบุคคลอื่นๆ เพราะเส้นเงินของหนึ่งในผู้ต้องหาพบว่าเชื่อมโยงไปยังปี 2567จ่อประเคนข้อหาคดีอั้งยี่–ซ่องโจรขณะที่ในส่วนการดำเนินการทางคดีของ ตำรวจ บช.ก. เบื้องต้นจะแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ฐานความผิดอั้งยี่ซ่องโจร เพราะพบพฤติกรรมเป็นการรวมตัวกันกระทำความผิดในการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น รวมถึงจะดำเนินการกับผู้ที่นำข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยมาเผยแพร่ ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ แต่เรื่องการกระทำความผิดอื่น ป.ป.ช.จะเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่หาก ป.ป.ช.จะมอบอำนาจให้ บช.ก. ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.สถ.แจ้ง ป.เอาผิดคนปูดผลสอบนอกจากนี้ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. หน่วยงานเก็บรักษาเอกสารผลสอบตัวจริงส่งตัวแทนฝ่ายกฎหมายแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำเอกสารผลสอบออกมาเปิดเผยในความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 322 ฐาน “ผู้ใดเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย หรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเปิดเผย” ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำและตรวจสอบพยานหลักฐานเอกสารป.ป.ช.เจาะต้นขั้วหาตัวคนทำหลุดอีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 10.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ป.ป.ช.รวบรวมกระดาษคำตอบฉบับจริงจากโรงพิมพ์ จ.สมุทรปราการ มาเก็บไว้อยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดตั้งแต่การเข้าไปที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ว่ามีเอกสารหลักฐานหรือบุคคลใดเกี่ยวข้องอะไรบ้าง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อถามว่าจำเป็นต้องนำไฟล์คำตอบ มศว มาเทียบกับกระดาษคำตอบที่ยึดได้ด้วยหรือไม่ นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า ข้อมูลเราได้จากการตรวจค้นและ มศว แต่จาก สถ.ไม่แน่ใจส่งเข้ามาในสำนวนคดีแล้วหรือยัง เมื่อถามว่าทีโออาร์ที่ระบุว่าไฟล์ผลสอบต้องอยู่ที่ มศว และ สถ. ต้องไปตรวจสอบต้นขั้วหาตัวผู้ที่ทำให้ผลสอบหลุดออกมาหรือไม่ นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า เป็นหนึ่งในวิธีการ ถือเป็นเรื่องดี จากการเข้าไปตรวจค้นได้ข้อมูลเกือบครบถ้วน หน่วยงานที่ไปประสานงานให้ความร่วมมือดีตั้ง คกก.ร่วม ปปง.สอบเส้นเงินนายพัฒนพงศ์กล่าวว่า เบื้องต้นเลขาธิการป.ป.ช.มีแนวคิดตั้งคณะทำงานขึ้น 1 ชุด มีผู้เชี่ยวชาญจาก ป.ป.ช. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้นำเรียนเลขาธิการ ปปง.ว่าจะขอความร่วมมือตรวจสอบเส้นทางการเงิน เมื่อถามว่า ป.ป.ช.จะเรียกบุคคลใดมาชี้แจงอีก นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า ต้องดูวัตถุพยาน อยู่ระหว่างไล่รายละเอียดมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง พนักงานไต่สวนยังไม่ได้เสนอ ส่วนพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ รวมถึงมหาวิทยาลัยเท่าที่รายงานทราบว่าให้ถ้อยคำไปบางส่วนแล้ว เมื่อถามว่าโลกโซเชียลเผยแพร่คลิปเสียงเชื่อมโยงถึงนักการเมือง มีมูลพอที่ ป.ป.ช.จะเรียกคนที่ถูกอ้างในคลิปเสียงมาชี้แจงหรือไม่ นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า ข้อมูลเหล่านี้ส่งเข้ามาในสำนวนได้ ต้องตรวจพิสูจน์ให้ชัดเจน ถือเป็นพยานในการสืบสวน เมื่อถามว่ากระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.จะทับซ้อนกับกระบวนการของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า เป็นคนละกฎหมาย เราทำตามขั้นตอนของเรา ส่วนจะช้าหรือเร็วเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด“อนุทิน” ซัด “เพ้อเจ้อ” คลิปเสียงฉาวก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 07.45 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า ต้องถามท่านปลัด เพ้อเจ้อไปเรื่อย เมื่อถามว่าปลัด มหาดไทยชี้แจงแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องชี้แจงเพราะไม่มีสาระ คลิปอะไรก็ไม่รู้ ผู้สื่อข่าวต้องแยกแยะให้ดี เขาเป็นหลานเป็นอะไรกันจริงหรือเปล่า เมื่อถามต่อว่าจะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลักใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าไม่ยึดข้อเท็จจริงจะไปยึดอะไร ไม่มีอะไรทุกอย่างเดินหน้าไปแล้ว เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ให้ค่ากระแสโซเชียลต่างๆที่ออกมาในช่วงนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราอยู่ตรงนี้ต้องแยกแยะเป็นว่าเรื่องไหนที่เป็นสาระ เรื่องไหนที่ไม่เป็นสาระ ไปให้ค่าทำไมกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องทำตามมติ คกก.ให้บรรจุก่อนเมื่อถามว่า วันนี้มีการยกเลิกการชะลอบรรจุแต่งตั้งผู้ที่สอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ นายกฯกล่าวว่า ไม่รู้รายละเอียด บอกได้อย่างเดียวถ้าตรงไหนโกงสั่งให้เลย คนที่มีหน้าที่สับคือตำรวจ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคนที่ปลัดฯมหาดไทยแต่งตั้งให้ทำหน้าที่สอบสวน กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แจ้งความแล้วในฐานะผู้เสียหาย นโยบายตนชัดเจน ตรงไหนที่เกี่ยวข้องกับทุจริตคอร์รัปชัน หรือไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรมกับผู้สอบต้องดำเนินการทั้งหมด แม้ขณะนี้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จะบอกให้บรรจุไปก่อน เขาก็รับผิดชอบกันแล้ว เพราะกระทรวงมหาดไทยบอกไม่ให้บรรจุ ส่วนเขาใช้มติเสียงข้างมากบรรจุ ก็บรรจุไป ถ้าผลสอบสวนออกมาว่ามีการทุจริต พวกนี้ไม่มีอายุความค่อยไปดำเนินการตรงนั้นก็ได้ ไม่มีปัญหา ทำตามมติคณะกรรมการฯไปก่อนเฉ่งสื่อ–ถามคำถามที่มีประโยชน์เมื่อถามว่ามีการเชื่อมโยงไปถึงการสอบอื่นๆ ของกระทรวงมหาดไทยด้วย เช่น โรงเรียนนายอำเภอ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้จัดสอบโรงเรียนนายอำเภอมานานแล้ว ขอให้เอาคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองดีกว่า โรงเรียนนายอำเภอไม่ได้จัดการสอบตั้งแต่ช่วงที่ตนถูกให้พ้นจากตำแหน่งออกไป ครบ 1 ปีพอดี ตั้งแต่กลับเข้ามารอบที่สองก็ยังไม่มีการสอบ เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตไม่รู้ว่าอดีตแค่ไหน มันรู้ทุกเรื่องไม่ได้แต่ถ้ารู้แล้วก็ต้องรีบดำเนินการ“วรศิษฎ์” ยึดตามเสียงตัวแทน ปชช. ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เห็นชอบยกเลิกการชะลอการรายงานตัวผู้สอบข้าราชการท้องถิ่นในวันที่ 1 ก.ค.นี้ว่า คณะกรรมการกลางเป็นคณะกรรมการฯที่เป็นตัวแทนของประชาชนท้องถิ่นทั่วประเทศ การประชุมมีการแสดงความเห็นที่หลากหลาย เรายึดตามสิ่งที่คณะกรรมการประเทศที่เป็นตัวแทนของท้องถิ่นทั่วประเทศให้ความเห็น เมื่อถามว่าดูเหมือนท่าทีนายกฯจะไม่เห็นด้วยกับมตินี้ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ฟังสิ่งที่นายกฯให้สัมภาษณ์ปลัด มท.ไม่ให้ค่าคลิปเสียงโยงเมียนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง มหาดไทย กล่าวว่า อะไรที่ไม่ใช่ความจริงไม่รู้จะชี้แจง เรื่องอะไร เมื่อถามอีกว่ายืนยันว่าภรรยาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ประวัติคนเราสืบได้สบายอยู่แล้ว คนที่เขาให้ข้อมูลเอามาจากไหน ต้องไปถามเขา เมื่อถามว่าจะปกป้องตัวเองด้วยกฎหมายหรือไม่เพราะข้อกล่าวหาค่อนข้างรุนแรง นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า คนกล่าวหามันลอยๆจะไปให้ค่าทำไม ทำให้นายอนุทินกล่าวแทรกขึ้นว่า “พอแล้ว ไม่ต้องถามแล้ว ก็สามีบอกว่าภรรยาไม่เกี่ยว” เมื่อถามย้ำว่ากระแสข่าวที่ออกมาในตอนนี้ เหมือนการสกัดหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ไม่ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวจึงหันไปสอบถามนายกฯว่า หลายอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ พุ่งเป้าไปที่ปลัดฯจะดำเนินการอย่างไร ยังไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “คิดก่อนถาม”นายกฯให้สัมภาษณ์ซ้ำแอ่นอกป้องต่อมาเวลา 15.00 น.ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีมีข้อมูลคนใกล้ชิดปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ไม่กังวล เรายึดหลักฐาน เมื่อถามว่าคลิปถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆมองว่ามีกระบวนการอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องมีคนทำผิดแน่นอน ตอนนี้พยายามเบี่ยงประเด็น เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะถูกโยงไปถึงสมัยดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย นายอนุทินกล่าวว่า “ผมจะต้องกังวลเมื่อผมทำ ผมก็ทำให้เห็นไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วว่าไม่เคยยกเว้น ความผิดไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม” เมื่อถามว่าให้คำมั่นได้หรือไม่ว่าเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นต้องมีคนรับผิดชอบ นายอนุทินกล่าวว่า ดำเนินคดีเต็มที่ต้องรับโทษ สำหรับปลัดกระทรวงมหาดไทยทำงานอยู่กับตนตลอด ปลัดฯทำทุกอย่างก่อนมาหารือกับตน ทำให้เห็นว่าท่านได้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายแล้วโต้สื่อยังไม่ย้ายพ้นเก้าอี้เมื่อถามว่าทำไมตอนนี้ยังไม่ย้ายปลัดฯไปนั่งตรงอื่นก่อนเพื่อให้การสอบสวนเกิดความเป็นธรรม นายอนุทินย้อนถามว่าเรื่องอะไร ผู้สื่อข่าวย้ำว่าเรื่องทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เพราะถือว่าปลัดฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการมหาดไทย นายอนุทินกล่าวว่า อันนี้คุณถือเองเพราะได้สั่งอธิบดีฯเข้ามาแล้ว ถ้ามีหลักฐานชัดเจนก็ทำได้เลย ตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการหมดแล้ว ได้รับการตอบสนองและดำเนินคดีหาข้อเท็จจริง อีก 7 วันเขาต้องกลับมารายงานปลัดฯ ปลัดฯต้องมารายงานตน ช่วงนั้นกลับจากต่างประเทศพอดีอธิการบดี มศว แจ้งเอาผิดคนใส่ร้ายอีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ สน.ทองหล่อ ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรี นครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าพบ พ.ต.ต.สมยศ หมาดสง่า สว. (สอบสวน) สน.ทองหล่อ แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลและเพจเฟซบุ๊กที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงคลิปวิดีโอตัดต่อเชื่อมโยงข้อมูลในลักษณะโจมตี บิดเบือน และกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนและสถาบันเป็นอย่างมากรับไม่ได้-จะเอาเรื่องถึงที่สุดศ.ดร.ชลวิทย์เปิดเผยว่า วันนี้มาแจ้งความดำเนินคดีกับเพจต่างๆที่ลงข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่มีความจริงเลยแม้แต่น้อย เพื่อขอความเป็นธรรมและแสดงตนว่า ใครก็ตามที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จนี้รวมถึงผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะบิดเบือน มหาวิทยาลัยจะขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาบ้านเมืองอย่างถึงที่สุด ยืนยันว่าข้อความที่อยู่ในคลิปไม่เป็นความจริง 100% ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ยืนยันด้วยเกียรติภูมิในฐานะครูบาอาจารย์ที่สอนหนังสือ ยืนยันความสุจริตเป็นที่ตั้ง ตั้งแต่เป็นผู้บริหารทุกระดับจนถึงอธิการบดีคนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยของเราไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น เรื่องนี้เรารับไม่ได้จริงๆขอความเป็นธรรมให้สถาบันเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เห็นและฟังคลิปดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างมาก เพราะเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด พร้อมทั้งลั่นวาจาท้าทายกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังว่า “หากคนไหนก็ตามที่กล่าวหาในเรื่องนี้มีข้อมูลความจริง ขอให้ออกมาเปิดเผยตัวตนต่อสังคมได้เลย ไม่ใช่หลบซ่อนอยู่แบบนี้ การกระทำดังกล่าวถือเป็นความโหดร้ายอย่างมาก นำคลิปไปตกแต่ง ตัดต่อคำพูดเชื่อมโยง แล้วเอ่ยชื่อถึงตำแหน่งอันทรงเกียรติ อยากขอความเป็นธรรมให้กับตนและสถาบัน เพราะ มศว เป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้สังคม ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด การนำข้อมูลเท็จมาดิสเครดิตเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมและเกียรติยศของมหาวิทยาลัยที่สะสมมาอย่างยาวนานยันไม่มีทุจริตในรั้วเทา-แดงอธิการบดี มศว ยังได้ฝากถึงพี่น้องประชาชนเพื่อให้ความมั่นใจว่า หลักการของมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ยังคงยึดมั่นในปรัชญาของท่านศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ที่ว่า “มีความรู้ประดุจนักปราชญ์ และความประพฤติประดุจผู้ทรงศีล” และขอยืนยันว่าการทำงานของผู้บริหารทุกคนอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาล มีความสุจริตโปร่งใสเป็นตัวตั้ง และจะไม่มีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นในรั้วเทา-แดงอย่างแน่นอนมศว ตั้งกรรมการสอบ 7 วันมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยาในการจัดสอบแข่งขันท้องถิ่น แจ้งความคืบหน้าการดำเนินการ ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เป็นกลาง และเป็นธรรม กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง วันที่ 23 มิ.ย.69 เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ 2.มหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ที่จำเป็นต่อการตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องขอ ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นที่เรียบร้อย และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน 3.มหาวิทยาลัยยืนยันว่าจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต มหาวิทยาลัยจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดสทศว.แถลงฉบับ 2 ทำตาม TORนอกจากนี้ช่วงค่ำวันที่ 25 มิ.ย.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ (สทศว.) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ระบุว่า สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามขอบเขตของสัญญา (TOR) กำหนดให้ หลังจากสอบข้อเขียน (ภาค ก และภาค ข) เรียบร้อยแล้วต้องจัดให้มีการตรวจกระดาษคำตอบที่ศูนย์สอบทั้ง 10 ศูนย์ มีผู้แทนจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมสังเกตการณ์ เมื่อตรวจกระดาษคำตอบที่สอบแล้วให้จัดทำไฟล์ข้อมูลบันทึกลงใน flash drive ส่งให้ผู้ว่าจ้างทันที เมื่อตรวจกระดาษคำตอบแล้วเสร็จให้เป็นความลับในระดับ “ลับที่สุด” รวมถึงจัดทำไฟล์ข้อมูลคะแนนการตรวจกระดาษคำตอบเป็นไฟล์ pdf และ xsx และจัดทำไฟล์ข้อมูลการสแกนกระดาษคำตอบเป็นไฟล์ pdf หรือ jpg เพื่อส่งมอบให้กับผู้ว่าจ้าง ส่วนกระดาษคำตอบตัวจริงและแบบทดสอบที่ตรวจเรียบร้อยแล้วถูกเก็บรักษาไว้ห้องมั่นคง ที่มีกล้องวงจรปิดตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมงถือกุญแจร่วมกับ สถ.ฝั่งละดอกแถลงการณ์ระบุต่อว่า จะมีการถือกุญแจ 2 ฝ่าย คือ สำนักทดสอบฯ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หากจะมีการเปิดห้องมั่นคง ต้องมีการดำเนินการเปิดห้องจากทั้ง 2 ฝ่ายโดยมีการเปิดห้องมั่นคง 4 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เปิดห้องเพื่อเก็บข้อสอบ, ครั้งที่ 2 เปิดห้องเพื่อเก็บข้อสอบ ที่จัดสอบเพิ่มเติม, ครั้งที่ 3 เปิดห้องเพื่อให้ผู้มาอุทธรณ์ขอดูกระดาษคำตอบตามระยะเวลาที่ระเบียบการกำหนดไว้ ครั้งที่ 4 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569 และสำนักทดสอบฯได้ให้ความร่วมมือส่งมอบไฟล์ข้อมูลผลการตรวจกระดาษคำตอบตัวจริง และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อยแล้วอดีตคณบดีศึกษาศาสตร์โต้ สถ.ขณะที่ความเคลื่อนไหวของคณาจารย์ มศว ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับ มศว ที่ถูกกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นระบุให้ มศว รับผิดชอบกระบวนการสอบทั้งหมด นางประพันธ์ศิริ สุเสารัจ อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Prapansiri Susaorat” ว่าจากแถลงการณ์และการสัมภาษณ์ของกรมท้องถิ่น ว่า มศว รับผิดชอบงานทั้งหมดของกระบวนการสอบ มีประเด็นที่สาธารณชนอาจต้องการทราบเพิ่ม คือ มศว ส่งมอบผลการสอบพร้อมไฟล์ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ สถ.ใช้ในการประกาศผลแล้วใช่หรือไม่ TOR กำหนดให้ส่งมอบข้อมูลใดบ้าง รวมทั้งยังไม่ได้บอกว่าใน TOR กำหนดให้ มศว ต้องส่งมอบไฟล์ข้อมูลเอกสารทั้งหมดให้ด้วยใช่หรือไม่ ห้องนิรภัยเก็บข้อสอบไม่มีความหมายอะไร หากมีไฟล์ข้อมูลเอกสารมาแล้วใช่หรือไม่จวกยับพูดให้หมดคนอื่นจะไม่เสียหายโพสต์ของนางประพันธ์ศิริระบุอีกว่า การประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการเป็นอำนาจหน้าที่กสถ. และ สถ. ใช่หรือไม่ และภายหลังการประกาศผลแล้ว หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบดูแลฐานข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลการสอบ ได้ประกาศผลไปแล้ว บรรจุข้าราชการไปแล้วด้วย ตั้งแต่ 8 เม.ย.69 ส่วนการแก้คะแนนที่ ปปป.บุกค้น โดนจับได้ เหตุใดจึงเพิ่งมาเกิดขึ้นภายหลังเมื่อวันที่ 23-24 มิ.ย.2569 แล้วคนนั่งแก้คะแนนทำไมจึงเป็นข้าราชการจากกรม สถ.ด้วย พนักงานเล็กๆอย่างสำนักทดสอบ มศว คงไม่ยิ่งใหญ่พอที่จะไปสั่งการข้าราชการกรมได้หรอก นอกจากนี้คนแก้คะแนนสอบก็รับสารภาพเองว่าแก้คะแนนบนระบบ ที่ได้มาจากไฟล์ไม่ได้แก้จากเอกสารจริง ทำไมจึงพูดเช่นนั้น คราวหลังถ้าทราบข้อมูลกรุณาพูดให้หมดด้วย โดยเฉพาะขั้นตอนสุดท้าย คือประกาศผลก่อนแล้วทำไมจึงแก้คะแนนภายหลัง ควรพูดให้สาธารณชนทราบด้วย คนอื่นเขาจะได้ไม่เสียหาย... เพราะโดนเข้าใจผิด“พริษฐ์” ฉงนนายกฯบอกคลิปไร้สาระที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีการทุจริตข้อสอบท้องถิ่นว่า เป็นหนึ่งในเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านต้องตรวจสอบแน่นอน ค่อนข้างประหลาดใจกับท่าทีนายกฯ ก่อนหน้านี้ประกาศจะปราบปรามการทุจริต และอับอายกับคะแนนความโปร่งใสที่ตกต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี แต่พอมีคลิปหลักฐานที่อาจบ่งบอกได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น กลับบอกว่าไร้สาระ เป็นท่าทีที่ย้อนแย้ง ดูเร่งรีบปัดตกดูแคลนหลักฐานที่อยู่ในคลิป และเร็วเกินไปที่นายกฯจะสรุปว่าไม่มีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้อง เพราะในบางคลิปก็มีการพูดถึงบุคคลฝ่ายการเมืองชัดเจน อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลในรัฐบาลบางคนด้วย และนายกฯ นั่งบริหารกระทรวงมหาดไทยมาเกือบตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 66 ฝ่ายค้านจะไม่ปล่อยให้มีการตัดตอนแค่เฉพาะฝ่ายข้าราชการ หรือบางกลุ่มเท่านั้น เราจะตรวจสอบอย่างถอนรากถอนโคน“นฤชา” จ่อฟ้อง “ทนายอั๋น” หมิ่นนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า เตรียมมอบฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินคดีกับนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หลังให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์พาดพิงประเด็นการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีการกล่าวอ้างเชื่อมโยงว่า โรงพิมพ์ที่ใช้จัดพิมพ์ข้อสอบการสอบท้องถิ่น เป็นโรงพิมพ์แห่งเดียวกับเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. จ.สมุทรปราการ ถูกนำไปใช้เป็นกระดาษรองไข่ไก่ พร้อมทั้งพาดพิงว่าขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการจัดสอบ และการวางตัวผู้คุมสอบทั้งหมด ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเห็นว่าการนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวเป็นการใส่ความ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเตรียมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป