“นิกร” ชู 8 นโยบาย พม. “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ปรับบทบาทจากผู้ให้ความ ช่วยเหลือไปสู่ผู้สร้างโอกาสให้ประชาชน วางเป้าหมายใช้เทคโนโลยี และ AI ยกระดับให้บริการครบจบในที่เดียว ผลักดันเพิ่มเบี้ยเด็กเล็กถ้วนหน้า จัดตั้งศูนย์สร้างสุขทุกอำเภอ พร้อมเดินหน้าโครงการบ้านเพื่อคนไทย ยึดหลัก Universal Design ออกแบบระบบบริการของรัฐให้รองรับทุกกลุ่มไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ย้ำทุกคน ใน พม.ต้องเป็นกำแพงพิงหลังของคนที่ไม่มีที่พิงที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. มอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวง มีนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม.พร้อมผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมรับฟังที่ห้องประชุมประชาบดีและผ่านระบบออนไลน์ โดยนายนิกรกล่าวว่า ได้กำหนดนโยบายขับเคลื่อนงาน 8 ด้าน ประกอบด้วย 1.การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ด้วยการสร้างฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง เชื่อมโยงข้อมูลและสิทธิของประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้สิทธิครบจบในระบบเดียวโดยอัตโนมัติ รวมถึงนำ AI มาใช้เพิ่มความแม่นยำของข้อมูลยกระดับการให้บริการและสนับสนุนการทำงานของบุคลากร 2.ด้านเด็กและเยาวชน ด้วยการยกระดับมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศให้มีเพียงพอและได้มาตรฐาน พร้อมทั้งผลักดันการเพิ่มเบี้ยเด็กเล็กถ้วนหน้า3.ด้านครอบครัว ด้วยการจัดทีมสร้างสุข เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อช่วยเหลือเร่งด่วน เพิ่มศักยภาพสายด่วน พม. โทร.1300 และขยายช่องทางการติดต่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในเชิงป้องกันเพื่อให้ดูแลกันเองได้ยั่งยืน 4.ด้านชุมชนเข้มแข็ง ด้วยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ใช้กลไกทีมสร้างสุขและผลักดัน การจัดตั้งศูนย์สร้างสุขให้ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมความเข้าใจในความหลากหลาย 5.ด้านที่อยู่อาศัย ด้วยการส่งเสริมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ เดินหน้าโครงการบ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพดีในทำเลที่เหมาะสม และพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้รองรับคนทุกกลุ่มตามหลัก Universal Design6.ด้านการสร้างอาชีพ ด้วยการเร่งพัฒนาผู้บริบาลผู้สูงอายุและผู้ช่วยคนพิการพร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวคิด “1 ตำบล 1 ผู้บริบาล” ส่งเสริมการจ้างงานและการพัฒนาทักษะผู้สูงอายุและคนพิการให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน 7.ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ด้วยการส่งเสริมวินัยการออมและความรู้ด้านการเงินในระดับครัวเรือน ยกระดับบทบาทสถานธนานุเคราะห์และใช้กลไกกองทุนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และ 8.ด้านราชการที่เป็นมิตรกับประชาชน ด้วยการปรับปรุงหน่วยบริการของรัฐให้เข้าถึงได้สำหรับคนทุกกลุ่ม และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อให้ระบบราชการเป็นรัฐสนับสนุนที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรม และตอบสนองต่อประชาชนได้อย่างแท้จริงนายนิกรกล่าวอีกว่า พม.ต้องปรับบทบาทเปลี่ยนจากผู้ให้ความช่วยเหลือไปสู่ผู้สร้างโอกาส วางระบบที่ทำให้ประชาชนไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเดิมซ้ำอีกและทำงานแบบเชื่อมโยงทั้งระบบภายใต้แนวคิดและเป้าหมายที่ชัดเจนคือ “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ยึดหลัก Universal Design ไม่ใช่แค่การออกแบบอาคารแต่คือการออกแบบระบบบริการของรัฐให้รองรับทุกกลุ่ม ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และอยากให้ทุกคนใน พม. รู้สึกว่าตัวเองคือกำแพงพิงหลังของคนที่ไม่มีที่พิง ตนเชื่อว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พม.ทุกคนมีพลังและสามารถทำได้นายนิกรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกด้วยว่า การปรับเพิ่มเบี้ยทั้งผู้สูงอายุ คนพิการ และเด็กเล็ก ไม่ได้เพิกเฉย จะพยายามผลักดันแต่ต้องดูสถานะการคลังและวิกฤติต่างๆของประเทศด้วย ทั้งนี้เป้าหมายสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการทำงานรวมถึงเชื่อมต่อระบบกับหน่วยงานนอกกระทรวง เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาเรื่องสวัสดิการและแก้ปัญหากลุ่มเปราะบางและประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุดในทุกด้าน รวมถึงการแก้กฎหมายก็เป็นหนึ่งในกลไกแก้ปัญหาความเดือดร้อนและเพิ่มศักยภาพกลุ่มเปราะบาง ส่วนมาตรการเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยา ศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่จะจัดทำห้องปลอดฝุ่นในสถานสงเคราะห์ 83 แห่งใน 8 จังหวัดภาคเหนือ พม.จะขยายผลต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่