ผมจับใจคลิปที่คุณโซฟี (เอไอ) ตอบคำถาม...คนเราเกิดมาทำไม? ของคุณนิ้วกลม มากๆ เจอใครก็บอกให้ไปหาอ่าน เมื่อเปิดหนังสือ “ตูน ปรัชญาเต๋า” ไช่จื้อจง เขียนทั้งการ์ตูน และบรรยาย สุรัติ ปรีชาธรรม โชติช่วง นาดอน แปล ถึงหมวดของ “เลี่ยจื่อ” เจอหัวข้อ ชื่อเสียงไม่ใช่ของจริง ของจริงไม่มีชื่อเสียงเนื้อหาคลับคล้ายไปทางเดียวกัน ก็รีบคัดลอกบอกต่อผู้แซ่เหมิ่ง (การ์ตูนเขียนภาพผู้น้อย) นอบน้อมถาม ท่านหยางจู ผู้ใหญ่ “ทำไม คนเรามักไม่รู้จักพอ มัวกระหายแต่ชื่อเสียง” ได้คำตอบว่า “ก็พอมีชื่อเสียงแล้ว ความร่ำรวยก็จะตามมา”“แล้วคนร่ำรวยแล้ว ทำไมยังไม่รู้จักพออีก” “เมื่อร่ำรวยแล้ว ก็อยากได้ยศศักดิ์อีกไงเล่า”“แต่คนสูงศักดิ์แล้ว ก็ยังไม่รู้จักพอ” ลูกโซ่คำถามข้อต่อไป ได้คำตอบว่า “ก็คนที่สูงศักดิ์แล้ว ต้องตระเตรียมไว้สำหรับตอนตายไปแล้วด้วย”บทสนทนาจึงยังจบไม่ลง “ตายแล้วก็แล้วกัน ต้องไปคิดเตรียมอะไรด้วย “อ้าว ก็ตระเตรียมไว้สำหรับลูกหลานไง” คำตอบนี้พอดีน้ำชาในถ้วยหมด คนถามเติมน้ำชาจิบแล้วถามต่อ “ชื่อเสียงมีประโยชน์ต่อลูกหลานยังไง”คำตอบเรื่องนี้มีเนื้อหายาว“ชื่อเสียงทำให้ลูกหลานในวงศ์ตระกูลได้รับความเคารพนับถือ แต่ผู้ที่จะแสวงชื่อเสียงนั้นภายนอกต้องดูสมถะไม่โลภมาก ฉะนั้นจึงยากจน แล้วจะได้ชื่อเสียง ในแง่สมถะมักน้อย”“ผู้แสวงชื่อเสียง ต้องน้อมใจถ่อมถอย เพราะถ่อมถอยจึงอยู่อย่างต่ำต้อย เพราะอยู่อย่างต่ำต้อยจึงมีชื่อเสียง ในแง่ถ่อมตัวไม่ทะเยอทะยาน”คำตอบนี้ไม่แค่ยาว ยังต้องมีเรื่องคนเก่าในพงศาวดารประกอบให้เข้าใจ“เมื่อก่วนจงเป็นสมุหนายกแคว้นฉี องค์ราชากับสมุหนายกมีอุปนิสัยเหมือนกันคือ ฟุ้งเฟ้อทะเยอทะยาน แคว้นฉีจึงเติบใหญ่เข้มแข็งเป็นประมุขแคว้นต่างๆแต่ครั้นตายไป เขาก็เหลือแต่ชื่อเสียงอันว่างเปล่าจอมปลอม”ยังมีเรื่องเก่าที่จะต้องยกมาเล่าเพิ่มเติม“เมื่อเถียนเหิงเป็นสมุหนายกแคว้นฉีนั้น องค์ราชันหยิ่งผยอง แต่เถียนเหิงถ่อมถอย องค์ราชันย์รีดนาทาเร้นจากราษฎร แต่เถียนเหิงเผื่อแผ่บุญคุณช่วยเหลือราษฎร ราษฎรจึงจงรักภักดีเถียนเหิง ลูกหลานวงศ์ตระกูลเถียนก็ได้รับความเคารพรัก”บทสรุปของคำตอบยืดยาวนี้ จึงมีดังนี้“คนร่ำรวยที่แท้จริง ดูภายนอกจะเหมือนยากจน ส่วนคนภายนอกที่ดูร่ำรวยนั้น ที่แท้แสนยากจน และ...ของจริงไม่มีชื่อเสียง มีชื่อเสียงไม่ใช่ของจริง ชื่อเสียงเป็นเพียงเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น”แบบอย่างที่ท่านผู้ใหญ่หยางจูยกมาอ้างยังไม่จบ “พระเจ้าเหยาแสร้งกล่าวมอบแผ่นดินนี้ให้สวีโหยว ดูราวกับว่าพระเจ้าเหยาได้ชื่อเสียงดีเหลือเกิน ทั้งๆที่ท่านก็ไม่ได้เสียแผ่นดินไปสักกะหน่อยเลย”“กูจู๋จวิ้นจะยกสมบัติให้ป้ออี่กับซูฉี สองคนนี้จึงหลบหนีไป แล้วในที่สุดต้องอดตายอยู่แถวดอยโส่วหยาง ทั้งสองมิได้คิดดอกว่าจะได้ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ในภายหลัง”ต่อไปนี้ เป็นบทสรุปสุดท้ายของเลี่ยวจื่อ...“จะจำแนกจริงแท้ จอมปลอม ต้องมองอย่างนี้โลกนี้ไม่มีเรื่องใดพร้อมสมบูรณ์ทุกด้าน เมื่อมีส่วนได้รับก็ต้องมีอีกส่วนหนึ่งเสียไป ปรารถนาจะเข้าถึงแก่นเที่ยงแท้ก็อย่าหลงชื่อเสียง หากต้องการชื่อเสียงก็ต้องยอมสูญเสียความผาสุกที่แท้แห่งแก่นสัจธรรม”เรื่องที่ผมตั้งใจคัดลอกบอกต่อนี้ มีกลิ่นจีนจะเอาไปเล่าให้ฝรั่งอย่างทรัมป์คงไม่ฟัง...แต่หากจะเอาไปเล่าให้นายกฯไทยเชื้อสายจีน อย่างคุณอนุทิน ท่านอาจจะฟัง ผมเอาใจช่วย หวังว่าท่านจะผ่านวิกฤติน้ำมันโลกครั้งนี้ไปได้ไม่ยากจนเกินไป.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม