หัวใจของปัญหาความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ไม่รู้ว่าจะจบอย่างไรไปทิศทางไหน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง การเตรียมการรับมือเอาไว้ทุกด้านคือหนทางที่ดีที่สุด ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีนั้นโชคดีที่ได้มือทำงานสอดรับกับสภาพความเป็นจริงทำให้การขับเคลื่อนเป็นค่อนข้างดี“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”-“ศุภจี สุธรรมพันธุ์”-“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว”ถือว่าเป็น “คีย์แมน” คนสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีปัญหาใหญ่คือเรื่องเศรษฐกิจและการต่างประเทศซึ่ง 3 คนได้หน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องที่เร็วและตรงกับปัญหาพูดง่ายๆว่าอะไรๆก็ดูดีไปหมดจึงถูกใจชาวบ้าน...ว่างั้นเถอะหากไม่มี 3 คนนี้“อนุทิน” คงตาเหลือกไปแล้ว!การตัดสินใจนำบุคคลทั้ง 3 มาร่วมรัฐบาลและเป็นสมาชิกพรรคจึงถือว่าเป็นโชคดีและเป็นแนวคิดที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จเพราะในรัฐบาลปัจจุบันนอกจาก 3 คนนี้แล้วไม่มีคนไหนที่จะพร้อมเท่านี้ ได้รัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ก็ยังอ่อนด้อยเกินไปเพราะไม่มีความรอบรู้และประสบการณ์เพียงพอในพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมก็มีความชำนาญไปด้านหนึ่งพูดง่ายๆว่าไม่เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นฉายภาพให้เห็นว่า “ภูมิใจไทย” นั้นเป็นพรรคการเมืองบ้านนอกจริงๆไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจและต่างประเทศแม้แต่น้อยๆส่วนใหญ่จะหนักไปทางด้านการเลือกตั้งคือเป็นนักการเมืองอาชีพมากกว่าผู้ชำนาญการการเข้ามาของ 3 คนนี้ด้วยรูปลักษณ์ที่ต่างกับพรรคอื่นที่เคยทำมาคือการให้อิสระในการทำงานสามารถคิดและนำมาแนวทางที่ตนเองเชี่ยวชาญมาปฏิบัติได้เลยไม่มีการกำหนดทิศทางหรือสั่งการให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ทำให้เกิดความสบายใจทั้งผู้ให้และผู้รับไม่ต้องแปลกใจที่ 3 คนนี้ทำงานอย่างมีความสุขไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังหรือเกิดความรู้สึกไม่ดี มีแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเต็มที่คนที่ทำงานอย่างมีสุขผลงานย่อมดีแน่คงไม่มีใครเถียง!ด้วยรูปลักษณ์การทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์แบบนี้คงทำให้พรรคการเมืองต้องคิดและนำไปเป็นแบบอย่างได้แม้แต่ประชาธิปัตย์พรรคเก่าแก่ก็ควรให้ความสนใจไม่ใช่ยึดติดรูปแบบเก่าๆที่ไม่ประสบความสำเร็จพรรคการเมืองต่างๆไม่ว่าประเทศไหนในโลกที่ประสบความสำเร็จคือการที่บุคลากรที่ครบเครื่องรอบด้านอย่าง “ทรัมป์” ก็มีมือทำงานที่พร้อมเดินหน้าทุกรูปแบบก็เป็นอีกพัฒนาการหนึ่งของการเมืองไทย!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม